HomeDigitalรู้จัก 3 จุดเด่น “ผู้บริโภคไทย” ในมุม Facebook ที่ผู้ประกอบการต้องเอาใจให้อยู่หมัด

รู้จัก 3 จุดเด่น “ผู้บริโภคไทย” ในมุม Facebook ที่ผู้ประกอบการต้องเอาใจให้อยู่หมัด

แชร์ :

facebook logo

น่าสนใจว่า Facebook รู้จักคนไทย และผู้ใช้งานในอีก 13 ประเทศทั่วโลกอย่างไร กับผลการสำรวจที่ Facebook ร่วมกับ Ipsos ทำออกมาในหัวข้อ “Emerging Trends: The Forces Shaping the Future Today” เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน 2020 โดยสิ่งที่พวกเขาพบในผู้ตอบแบบสอบถาม 12,500 คนที่มีอายุระหว่าง 18 – 64 ปีจาก 14 ประเทศก็คือ ผู้ใช้งานต้องการความสะดวกสบาย ต้องการเชื่อมต่อกับแบรนด์ และต้องการมีส่วนร่วมในชุมชนออนไลน์ผ่านการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น AR-VR

Santos Or Jaune

การสำรวจนี้จัดทำขึ้นใน 14 ประเทศ ได้แก่ ไทย เม็กซิโก อาร์เจนตินา สหรัฐอเมริกา บราซิล สหราชอาณาจักร ซาอุดิอาระเบีย อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย โคลัมเบีย ไนจีเรีย และฟิลิปปินส์ โดยมีคนไทยร่วมตอบแบบสำรวจด้วย 1,000 คน ซึ่งก่อนจะไปลงลึกถึงพฤติกรรมผู้บริโภค สิ่งที่ Facebook พบเป็นอันดับแรกบนแพลตฟอร์มเป็นเทรนด์ที่ Facebook เรียกว่า 5C ประกอบด้วย

  • Conversational Commerce หรือการแชทที่นำไปสู่การซื้อขาย
  • Community การรวมตัวกันของกลุ่มคนบนสังคมออนไลน์มากขึ้น (ปัจจุบันในประเทศไทยมีการสร้างกลุ่มทั้งสิ้น 6 ล้านกลุ่ม)
  • Connectivity การใช้เทคโนต่าง ๆ เพื่อเสริมประสบการณ์ในการใช้งานออนไลน์ เช่น AR – VR
  • Curation การนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการ
  • Culture เกิดการผสมผสานกันระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากต้อง Work From Home

ทั้ง 5C ที่กล่าวมานั้น มีผลทำให้พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไป โดยสิ่งที่การสำรวจดังกล่าวพบและน่าสนใจที่สุดอาจเป็นเรื่องที่ผู้คนยอมจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อประหยัดเวลา และผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มากถึง 89%

ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ Convenience Seekers

facebook iq survey

Facebook เรียกคนกลุ่มนี้ว่า Convenience Seekers ซึ่ง 89% ของคนกลุ่มนี้ยินดีจ่ายเงินเพิ่มหากสามารถช่วยประหยัดเวลาให้ได้ นอกจากนั้น 94% ยังนำเรื่องของความสะดวกสบายมาเป็นปัจจัยควบคู่ไปกับเรื่องของราคาเวลาตัดสินใจซื้อของ เพื่อที่จะได้นำเวลาที่ได้คืนมาไปใช้กับสิ่งที่สำคัญกว่า เช่น

  • ใช้เวลากับคนที่พวกเขารัก 60%
  • ใช้เวลาดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย 68%
  • เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ 60%
  • เดินทางท่องเที่ยว 72%
  • ทำสิ่งดี ๆ คืนให้สังคม 32%

“ตั้งแต่เกิด Covid-19 เราพบว่ามนุษย์มีความกดดันในแง่การใช้เวลามากขึ้น คนเลยมองหาแนวทางที่จะช่วยประหยัดเวลา ทำให้ชีวิตตัวเองง่ายขึ้นตามมา” คุณแพร ดํารงค์มงคลกุล Country Director ของ Facebook ประเทศไทย กล่าว พร้อมมองว่า แบรนด์ที่ให้ความสำคัญและสามารถหาวิธีประหยัดเวลาให้กับลูกค้าได้ จะสามารถทำยอดขายได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ผู้บริโภคอยากมีส่วนร่วมกับแบรนด์

พฤติกรรมผู้บริโภคข้อต่อมาที่ Facebook พบก็คือ การอยากมีส่วนร่วมกับแบรนด์ โดย 86% ของผู้บริโภคบอกว่าโซเชียลมีเดียคือเครื่องมือที่ทำให้เขารู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ เนื่องจากเป็นช่องทางที่พวกเขาสามารถโต้ตอบและมีปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ พร้อมยกตัวอย่างบังฮาซันที่ใช้การไลฟ์สดขายของจนมีชื่อเสียงโด่งดัง

ขอบคุณภาพประกอบจากเพจฮาซัน อาหารทะเลตากแห้ง

“เราพบว่า การทำไลฟ์ช้อปปิ้งทำให้เกิด Customer Loyalty สูงมาก โดยเครื่องมืออย่างไลฟ์ช้อปปิ้งไม่เพียงดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้มากขึ้น แต่ยังทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าได้รับประสบการณ์พิเศษกว่าเดิม เนื่องจากได้เห็นเนื้อหาเบื้องหลังของแบรนด์นั้น ๆ ถ้าหากแบรนด์มีการดึงคนดังเข้ามาในแคมเปญได้ด้วย ก็จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกใกล้ชิดกับคนดังเหล่านั้นด้วย” คุณแพรกล่าว

สิ่งที่ Facebook พบมากไปกว่านั้นก็คือ 65% ของผู้ตอบแบบสอบถามเผยว่ามีการได้ลองช้อปปิ้งผ่านการไลฟ์ขายของ และ 28% มีการซื้อของผ่านการไลฟ์สดในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนั้น 84% ของคนกลุ่มนี้ก็ยังคงซื้อของผ่านช่องทางดังกล่าวทุกเดือน โดยผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 92% คาดว่าจะเพิ่มการซื้อของผ่านการไลฟ์สดในปีนี้ด้วย

ไม่เฉพาะการไลฟ์สด แต่การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้งานก็สร้างการมีส่วนร่วมได้เช่นกัน โดยในช่วงที่ Covid-19 ระบาด ห้างสรรพสินค้าปิดตัว ไม่สามารถเข้าไปเดินหาซื้อของได้นั้น Facebook พบว่า ผู้บริโภคหันไปหาแบรนด์ที่มีการนำเทคโนโลยีเช่น AR (Augmented Reality) และวิดีโอเข้ามาช่วยในการขายสินค้า พร้อมยกตัวอย่างลอรีอัล ที่นำ AR มาช่วยในการลองเครื่องสำอาง (ลิปสติก) ว่าสามารถเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ได้ถึง 3.4 เท่า พร้อมบอกด้วยว่า 88% ของคนไทยหวังที่จะเห็นฟีเจอร์เหล่านี้เพิ่มเติมในอนาคต

อยากมีส่วนร่วมในชุมชน “ดิจิทัล”

“ธุรกิจควรนำเรื่องชุมชนออนไลน์เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้ไอเดีย การค้นหา Customer Pain Point การเทสต์โปรดักท์ใหม่” คุณแพรกล่าว พร้อมอ้างถึงเครื่องมืออีกตัวหนึ่ง นั่นคือ “กลุ่ม” (Groups) ที่ Facebook ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยก็เป็นผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในแง่ของการพัฒนาชุมชนออนไลน์ โดยผู้คนกว่า 800 ล้านคนในเอเชียแปซิฟิกได้เป็นสมาชิกของกลุ่มกว่า 35 ล้านกลุ่มบน Facebook ส่วนในประเทศไทยนั้นมีกลุ่มต่าง ๆ มากถึง 6 ล้านกลุ่ม จากผู้ใช้งาน 62 ล้านคนต่อเดือน

ทั้งนี้ 91% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยยังบอกว่า พวกเขาเป็นสมาชิกของชุมชนออนไลน์ และ 81% ยินดีเปิดรับแบรนด์ที่พร้อมจะมอบสิ่งดี ๆ ให้กับพวกเขา

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยว่าคนไทย 37 ล้านคนรับชม Facebook Watch อย่างน้อยหนึ่งนาทีในแต่ละเดือนด้วย โดยปัจจุบัน Facebook มีผู้ใช้งานชาวไทย (Active Monthly Users) บนแพลตฟอร์มเดือนละ 62 ล้านคน ส่วนผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 45 ล้านคน

 


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม