ปลุกตำนาน “A&W” ฟาสต์ฟู้ดคลาสสิก ท้ารบ “เคเอฟซี-แมคโดนัลด์-เบอร์เกอร์คิง” เล็งขึ้นท็อป 3

0

 

ถ้าเอ่ยถึงเชนร้านอาหารบริการด่วน หรือ Quick Service Restaurant (QSR) ที่เข้ามาเปิดสาขาในไทยรายแรกๆ เชื่อว่าใครที่เป็นวัยรุ่นยุค ‘80s – ‘90s ต้องนึกถึง “A&W” แบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดจากสหรัฐอเมริการายนี้ได้อย่างแน่นอน

แม้วันนี้หลายคนอาจจะห่างเหินกับการใช้บริการเชนฟาสต์ฟู้ดแบรนด์นี้ไปบ้างแล้ว ส่วนหนึ่งมาจาก A&W ภายใต้การดูแลของผู้ถือครองสิทธิ์เดิม ไม่ได้ทำการตลาด และแทบจะไม่ได้ขยายสาขา ประกอบกับในช่วงระยะเวลากว่า 10 ปีมานี้ ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดร้านอาหารมากมาย หลากหลายประเภท ทั้งในกลุ่ม QSR ด้วยกันเองที่รุกขยายสาขา และเปิดเมนูใหม่ พร้อมด้วยอัดงบการตลาด และมีร้านอาหารอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ผู้บริโภคมี “ทางเลือก” มากขึ้น

แต่แล้วเมื่อ 1 – 2 ปีที่แล้ว “A&W” ในประเทศไทย เปลี่ยนมือมาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ “บริษัท เอ็นพีพี ฟู้ด อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด” บริษัทในเครือนิปปอนแพ็ค หรือ NPP ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์สำหรับอาการ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปแช่แข็ง และธุรกิจติดตั้งสื่อโฆษณา ที่คว้าสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์ “A&W” จาก A&W Restaurants Inc. USA ยุทธการปลุกตำนานฟาสต์ฟู้ดสุดคลาสสิกกำลังเริ่มขึ้น !!

เร่งสปีดสาขา ตั้งเป้า 100 แห่งใน 5 ปี คลุมจังหวัดใหญ่-จังหวัดรอง

ปัจจุบัน “A&W” มี 33 สาขา เมื่อเทียบกับคู่แข่งในธุรกิจ QSR แล้ว ถือว่าห่างชั้นหลายก้าว ซึ่งการแข่งขันในธุรกิจนี้ “สาขา” เป็นหัวใจสำคัญไม่แพ้โปรดักส์และการให้บริการภายในร้าน เพราะยิ่งมีสาขามาก ย่อมมีความได้เปรียบในการเข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ดังนั้น A&W จึงเร่งเปิดสาขา โดยขณะนี้สปีดการเปิดสาขาอยู่ที่ 19 วันต่อ 1 สาขา จะปรับให้เร็วขึ้นเป็น 15 วันต่อ 1 สาขา

นอกจากนี้ การขยายสาขาในกรุงเทพฯ เน้นรอบนอกเมือง และไม่ได้มองทำเลเฉพาะในเมืองใหญ่เท่านั้น แต่มองโอกาสทางธุรกิจในจังหวัดรอง เช่น ลำปาง แพร่ มุกดาหาร บุรีรัมย์ เพราะจังหวัดรองยังไม่มีแบรนด์ร้านอาหารเข้าไปเปิดตลาดมากนัก ซึ่งการเปิดสาขา มีทั้งรูปแบบ Stand-alone ขนาด 80 – 150 ตารางเมตร โฟกัสทำเลสถานีบริการน้ำมัน และคอมมูนิตี้มอลล์ต่างๆ และแบบ Kiosk ขนาดพื้นที่ 30 – 40 ตารางเมตร เป็นฟอร์แมตใช้ขยายในทำเลสถานีบริการน้ำมัน

“ปี 2560 บริษัทจะเปิดเกมรุกธุรกิจอาหารบริการด่วน โดยใช้แบรนด์ A&W ที่เราคว้าสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์แบบ Exclusive ในประเทศไทย รวมถึงสิทธิ์แฟรนไชส์ในประเทศ สปป.ลาว และเมียนมา โดยแผนบุกตลาดในไทย งบลงทุนเบื้องต้น 150 ล้านบาท สำหรับใช้ขยายสาขา A&W เพิ่มอีกอย่างน้อย 15 สาขาในปีนี้ จากปัจจุบันมี 33 สาขา และเดินหน้าปูพรมทั่วประเทศครบ 100 แห่งภายใน 5 ปี รวมทั้งด้านการตลาด ที่จะโปรโมทสื่อทุกแขนง โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ เป็นสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเราได้มากที่สุด

เราพร้อมโค่นคู่แข่ง เพื่อขึ้นเป็นท็อป 3 ในตลาดเซ็กเมนต์เบอร์เกอร์และไก่ทอด ที่มีมูลค่า 27,000 ล้านบาท จากภาพรวมธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดมูลค่า 34,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันเราเป็นอันดับ 4 ของเซ็กเมนต์เบอร์เกอร์และไก่ทอด (3 ผู้เล่นหลักในตลาด คือ เคเอฟซี, แมคโดนัลด์, เบอร์เกอร์คิง) และเรามองว่ามีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ในอัตราการเติบโตมากกว่า 10% ต่อปี” คุณสุรพงษ์ เตรียมชาญชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิปปอนแพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NPP เล่าถึงแผนขยายธุรกิจ

สร้างจุดต่างด้วยเมนูคลาสสิก ในบรรยากาศ Retro Loft

แม้ที่ผ่านมา “A&W” ไม่ได้รุกตลาด และขยายสาขา แต่ยังคง “อยู่ได้” ในตลาดที่มีการแข่งขันร้อนแรง และยังอยู่ใน “ความทรงจำ” ของคนยุค ‘80s – ‘90s ส่วนหนึ่งมาจากเมนูอาหารที่เป็นสินค้าสุดคลาสสิก ที่เป็น Signature ของร้าน ไม่ว่าจะเป็น ไก่ทอด – วาฟเฟิล – รูทเบียร์ในแก้วมัค พร้อมด้วยบรรยากาศ Retro และที่สำคัญ Identity ขาดไม่ได้คือ “Rooty Bear” พี่หมีเสื้อส้ม สัญลักษณ์ประจำร้านที่ยืนต้อนรับลูกค้าในไทยมาเป็นเวลากว่า 30 ปีจนถึงทุกวันนี้

สิ่งเหล่านี้ถือเป็น Heritage ของแบรนด์ “A&W” ที่สร้างความแข็งแกร่ง และสร้างความแตกต่าง ซึ่งการรุกตลาดนับจากนี้จะนำมาเป็นตัวชูโรง เรียกความทรงจำในวันวานสำหรับกลุ่มผู้บริโภคอายุ 35 – 40 ปีขึ้นไป กลุ่มหลักที่เติบโตมาพร้อมกับแบรนด์ A&W ไม่ว่าในวันนี้ยังคงเป็นลูกค้าประจำ หรือได้ห่างหายไป ขณะเดียวกันได้ขยายฐานไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุ 20 – 35 ปี เพื่อสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามา

“กลยุทธ์สำคัญในปีนี้ จะเผยโฉมร้าน A&W คอนเซ็ปต์ใหม่ “A&W 100% Delicious since 1919” โดยจะใช้ทั้งสาขาใหม่ และทยอยปรับโฉมสาขาเดิมตามคอนเซ็ปต์ใหม่นี้ เน้นจุดแข็งเรื่องเอกลักษณ์ของเมนูที่โดดเด่นของ A&W และคุณภาพของวัตถุดิบแบบ 100% พร้อมทั้งนำเสนอเมนูใหม่ โปรโมชั่นเอาใจผู้บริโภค และมัดใจกลุ่มเป้าหมายด้วยบรรยากาศสไตล์ Retro Loft ที่ดึงการตกแต่งร้านแบบสมัยใหม่ มาผสมผสานกับกลิ่นอายแบบ Heritage เพื่อสื่อบรรยากาศและเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานของ A&W โดยนำเฮอริเทจ รูทเบียร์ คอร์เนอร์ (Heritage Root Beer Corner) และเพลงแจ๊ส มาช่วยสร้างบรรยากาศแบบ Feel Good ในร้าน

A&W คอนเซ็ปต์ใหม่ เป็นจุดขายที่แตกต่างของเรา และเป็นกลยุทธ์หลักในการต่อสู้ทางการตลาดที่รุนแรงมากขึ้น เนื่องจากคู่แข่งทุกค่ายล้วนเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ มีการลงทุนและใช้กลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขารูปแบบต่างๆ บุกทุกพื้นที่ที่มีศักยภาพ พื้นที่ชุมชน และในสถานีบริการน้ำมัน มีทั้งรูปแบบ Stand-alone และไดร์ฟทรู”

นอกจากนี้นำเสนอเมนูใหม่ ที่อยู่ในกระแส หรือเทรนด์ในปัจจุบัน เช่น Chicken Waffle, Popcorn Caramel Waffle และเมนู Localize อย่างข้าวปลาลุยสวน ควบคู่กับการทำโปรโมชั่นการขายสม่ำเสมอ ในรูปแบบ Combo Set และ A la carte ให้เลือกหลากหลาย เพื่อรองรับลูกค้าทุกวัย ทุกกลุ่ม

ขยาย A&W ไปประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากการบุกหนักตลาดในไทยแล้ว ทาง NPP ยังได้สิทธิ์นำแบรนด์ A&W ขยายสาขาในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่ม CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม จะมีทั้งรูปแบบร้านในห้างสรรพสินค้า และรูปแบบ Stand-alone อย่างน้อย 3 – 4 สาขา ในหัวเมืองหลัก เช่น ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ เวียงจันทน์ หลวงพระบาง และเสียมเรียบ

โดยคาดว่าจะเริ่มสาขาแรกในเมียนมา เนื่องจากมีศักยภาพการเติบโตสูง ประชากรจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีกำลังซื้อสูง ซึ่งบริษัทแม่ในสหรัฐฯ มีนโยบายต้องการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลาง เพื่อปลุกแบรนด์ A&W ในอาเซียน