Meta เปิดอินไซต์ Instagram พบเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงกลุ่ม Gen Z ในประเทศไทยได้สูงถึง 80% พร้อมเผยข้อมูลเชิงลึก ผู้บริโภคชาวไทยมีพฤติกรรมการใช้งานแบบ Multi-App สูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 79% โดย 94% ของผู้ใช้งาน Instagram แบบเป็นประจำทุกเดือนในประเทศไทย ก็ใช้งาน Facebook เป็นประจำทุกวันหรือทุกเดือนเช่นกัน
คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta กล่าวว่า “ผู้บริโภคชาวไทยมีพฤติกรรมการใช้งานแบบหลายแอปพร้อมกันที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ใช้งาน Multi-App สูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 79% ดังนั้น เมื่อแบรนด์ใช้งาน Instagram ควบคู่ไปกับ Facebook ภายใต้กลยุทธ์ข้ามแพลตฟอร์มของ Meta แบรนด์จะสามารถขยายการสื่อสารได้ทรงพลังยิ่งขึ้น โดยรู้ว่า 94% ของผู้ใช้งาน Instagram แบบเป็นประจำทุกเดือนในประเทศไทย ก็ใช้งาน Facebook เป็นประจำทุกวันหรือทุกเดือนด้วย”
Instagram เข้าถึง Gen Z 80%
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของจำนวนผู้ใช้งานในทุกช่วงวัยถือเป็นปัจจัยสำคัญของอินไซต์นี้ โดยในปัจจุบัน Instagram สามารถเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ในประเทศไทยได้สูงถึง 80% ส่วนครึ่งหนึ่งของกลุ่มมิลเลนเนียล (Millennials) Gen X และ Baby Boomers ต่างก็เลือกใช้ Instagram เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้เกิดกลุ่มผู้ใช้งานที่กว้างขึ้นตามไปด้วย (อ้างอิงจากข้อมูล GWI Core ไตรมาส 3 ปี 2567 – ไตรมาส 2 ปี 2568; กลุ่มตัวอย่างผู้ใช้งานอินเทอร์
ส่วนพฤติกรรมการค้นหาคอนเทนต์ การเชื่อมโยงผู้คน และการซื้อสินค้าพัฒนา Meta พบว่า อีโคซิสเต็มของ Instagram ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการซื้อสูงได้ และสามารถสนับสนุนครีเอเตอร์ในการสร้างธุรกิจสื่อที่ยั่งยืน และสามารถสร้างการสนทนาที่เป็นส่วนตัวได้ดีมากขึ้นด้วย (Private Conversations)
ชู IG มีจุดเด่นด้านการค้นหา
ในขณะที่ผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเลื่อนฟีดแบบผ่าน ๆ (Passive Scrolling) ไปสู่การค้นหาสิ่งใหม่ ๆ อย่างจริงจัง (Active Discovery) ธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องกลับมาทบทวนวิธีสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายบนโลกออนไลน์
สำหรับประเทศไทย ผู้บริหาร Facebook เผยว่า Facebook ยังคงเป็นอันดับหนึ่งในแง่การเข้าถึงบนโซเชียลมีเดียโดยรวม แต่ Instagram ได้ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งสำหรับการค้นพบแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่นกัน โดยครึ่งหนึ่งของกลุ่มผู้ใช้งานชาวไทยใช้แอปนี้เพื่อค้นหาสินค้าและติดตามแบรนด์โดยเฉพาะ และกลุ่มผู้บริโภคที่มีความพร้อมในการซื้อนี้ กำลังขับเคลื่อนการเติบโตของ “การซื้อขายผ่านการแชท” (Conversational Commerce) ซึ่งในตลาดไทยที่มีพฤติกรรมการสื่อสารผ่านแชทเป็นหลักนั้น มีผู้บริโภคถึง 70% ที่ใช้งาน Instagram Direct Message (DM) เพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า
ความต้องการซื้อเป็นปัจจัยที่ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ เลือกใช้โซลูชันการตลาดที่นำโดยครีเอเตอร์ (Creator-Led Marketing) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งผลการศึกษาของ Meta แสดงให้เห็นว่า แคมเปญที่ผสมผสานระหว่าง Partnership Ads ร่วมกับโฆษณาแบบปกติ (Business-As-Usual หรือ BAU Ads) ช่วยลดต้นทุนต่อการดำเนินการ (Cost Per Acquisition หรือ CPA) ลงถึง 19% เพิ่มอัตราการคลิกผ่าน (Click-Through Rate หรือ CTR) ขึ้น 13% และช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์ (Brand Lift) สูงถึง 71% (อ้างอิงจากผลการวิเคราะห์ภาพรวม (Meta-analysis) ของการศึกษาประสิทธิภาพ Conversion Lift จากผู้ลงโฆษณาทั่วโลกจำนวน 47 โครงการ ระหว่างเดือนมกราคม – ธันวาคม 2568 และการศึกษาประสิทธิภาพ Brand Lift จำนวน 14 โครงการ ระหว่างเดือนมิถุนายน 2566 – มิถุนายน 2567)
พบ Creator Economy ต้องเริ่มจากความน่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ดี ผู้บริหาร Meta ระบุด้วยว่า เศรษฐกิจครีเอเตอร์ที่กำลังเติบโตนี้ ต้องมีความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยอ้างอิงจากผลการศึกษา Generation Zeitgeist 2026 ของ Meta ที่พบว่า 81% ของผู้บริโภคมองว่า ‘ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน’ (Expert Knowledge) เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่พวกเขามองหาในตัวครีเอเตอร์
คุณเรวี ซิลวิเนีย Director of Global Partnerships ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่จาก Meta กล่าวว่า ครีเอเตอร์ไม่เพียงแค่สร้างฐานผู้ติดตามเท่านั้น แต่พวกเขากำลังสร้างคอมมูนิตี้ ธุรกิจ และอิทธิพลทางวัฒนธรรมไปพร้อม ๆ กันนั่นเอง
คนไทยส่ง Reels แทนพิมพ์คำว่าคิดถึง
ผู้บริหาร Meta ยังเผยอินไซต์ของ Instagram Reels ว่าเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2566 สอดคล้องกับเทรนด์ระดับโลกที่ปัจจุบันผู้ใช้ใช้เวลามากกว่า 50% บนแอปไปกับการดู Reels พร้อมบอกด้วยว่า Reels ทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนาส่วนตัว โดยคอนเทนต์ที่ถูกแชร์ผ่าน Instagram DM สูงถึง 85% คือ Reels
ข้อมูลจากผลการศึกษา Generation Zeitgeist 2025 ของ Meta ยังระบุด้วยว่า การส่งข้อความเป็นช่องทางในการแชร์รูปภาพและวิดีโอบน Instagram ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดย 85% ของคอนเทนต์ที่แชร์ในแชทคือ Reels ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผลการวิจัยเรียกว่า “Digital Pebbling” หรือเปรียบเหมือนนกเพนกวินที่ส่งมอบก้อนหินให้แก่กันเพื่อแสดงความผูกพัน
ในประเทศไทย พบเอกลักณ์ข้อหนึ่ง นั่นคือ แทนที่ผู้ใช้งานชาวไทยจะพิมพ์คำว่า “คิดถึง” ในรูปแบบข้อความทั่วไป แต่พวกเขาเลือกที่จะแสดงความใส่ใจและรักษาความสัมพันธ์ด้วยการส่ง Reels ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นคลิปตลก ๆ สูตรอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปด้วยกันตรงไปยังกลุ่มคนสนิท
นอกจากนั้น ยังพบว่า Reels สามารถสร้างกระแสให้กับซีรีส์ BL (Boy Love) และ T-Pop ได้ด้วย โดยสามารถสร้างฐานแฟนคลับในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ และลาตินอเมริกา ได้อย่างมีนัยสำคัญ
เปิด 6 ตัวช่วยสร้างรายได้ครีเอเตอร์
ผู้บริหาร Instagram ยังได้เปิดเผยถึงการลงทุนด้านเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานในการสร้างรายได้บนแอปพลิเคชัน เช่น Edits แอปพลิเคชันในการสร้างคอนเทนต์ (ตัดต่อวิดีโอแบบไม่มีค่าใช้จ่าย) ซึ่งปัจจุบันให้บริการมาแล้วหนึ่งปีกับสถิติยอดดาวน์โหลดถึง 7 ล้านครั้งในสัปดาห์แรก หรือเทคโนโลยี AI Reels Translations ที่มีระบบ Lip-Sync เพื่อเพิ่มโอกาสในการผลักดันคอนเทนต์ออกสู่ตลาดโลก
ส่วนในฝั่งการสร้างรายได้ Instagram เผยว่า มีการพัฒนาช่องทางที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
- Partnership Ads หรือรูปแบบโฆษณาที่ให้ครีเอเตอร์โปรโมตแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ของตัวเอง โดยสามารถสร้างรายได้ระดับโลกกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปีก่อนหน้า
- Creator Marketplace สำหรับเป็นพื้นที่ในการค้นหาครีเอเตอร์ตามโจทย์ที่แบรนด์ต้องการ
- Subscriptions สำหรับมอบคอนเทนต์พิเศษเฉพาะกลุ่มแฟนคลับ
- โมเดล Affiliate Commerce ที่เชื่อมต่อครีเอเตอร์ทั่วโลกกว่า 5 ล้านคนบน Facebook เข้ากับบัญชี Affiliate แล้ว
“วิสัยทัศน์ของเราชัดเจน ครีเอเตอร์ไทยสามารถหารายได้เพิ่มขึ้นหลายช่องทางโดยทั้งที่ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มคอมมูนิตี้หรือผู้ติดตามโดยตรงและข้อเสนอจากแบรนด์ต่าง ๆ” คุณเรวี ซิลวิเนีย Director of Global Partnerships ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่จาก Meta กล่าวปิดท้าย




