“เงินติดล้อ” เข้าเทรดวันแรก ราคาเปิดตลาดขยับขึ้น 53.50 บาท จาก IPO 36.50 บาท  

Tidlor SET

“เงินติดล้อ” ส่งหุ้น TIDLOR เข้าเทรดวันแรก (10 พฤษภาคม) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดตลาดราคาปรับขึ้น 53.50 บาท หรือ 46.5% จาก IPO 36.50 บาท

- Advertisement -

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) ได้ฤกษ์ส่งหุ้น TIDLOR เข้าทำการซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันนี้ (10 พฤษภาคม) ขึ้นแท่นเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในหมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ และเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าการเสนอขายสูงที่สุด 5 ลำดับแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย โดยมีมูลค่าเสนอขายรวม 38,089 ล้านบาท (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ที่ประมาณ 84,643 ล้านบาท

จากการเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและหนึ่งในผู้นำธุรกิจนายหน้าประกันภัยสำหรับรายย่อยที่มีอัตราการเติบโตก้าวกระโดด เน้นการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี ผ่านช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย (Omni-Channel) พร้อมต่อยอดความสำเร็จหลังการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยกลยุทธ์ในการขยายสาขา และเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย รวมทั้งมุ่งเน้นลงทุนด้านเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจ และสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมเริ่มทำการรักษาระดับราคาหุ้นในตลาดรอง (Stabilization Activity) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วันหลังจากวันเข้าซื้อขายเป็นวันแรก

Tidlor CEO เงินติดล้อ

คุณปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงินติดล้อเป็นหนึ่งในบริษัทของประเทศไทยที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน ซึ่งดำเนินธุรกิจการให้สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่อยู่ในตลาดที่มีการกระจายตัวสูง  โดยการช่วยให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เป็นธรรม มีความน่าเชื่อถือ และโปร่งใส

โดยเงินติดล้อมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง แพลตฟอร์มที่มีช่องทางการให้บริการที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบรนด์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก รวมทั้งการนำเสนอนวัตกรรมทางด้านผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เงินติดล้อดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างโปร่งใสและเท่าเทียม ผ่านการนำโมเดลธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะจากการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการทางการเงินและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย (Omni-Channel) ทั้งสาขาที่มี 1,076 แห่งในพื้นที่กว่า 74 จังหวัด และเสริมโดยเครือข่ายการส่งต่อลูกค้าผ่าน สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยา 638 สาขา ตัวแทน 5,132 ราย ตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกมือสอง 491 ราย และตัวแทนขายผ่านโทรศัพท์ 519 คน รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์ซึ่งรวมถึง การติดต่อผ่านเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น เงินติดล้อ เฟซบุ๊ก และ TIDLOR Connect  เพื่อลดช่องว่างและสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านการเงินให้กับประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย

ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2561 – 2563 เติบโตต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 7,569 ล้านบาท 9,457 ล้านบาท และ 10,558 ล้านบาท ตามลำดับ มีกำไรสุทธิ 1,306 ล้านบาท 2.201 ล้านบาท และ 2,416 ล้านบาท ตามลำดับ

ส่วนยอดสินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2561 – 2563 อยู่ที่ 39,724 ล้านบาท 47,979  ล้านบาท และ 51,331 ล้านบาท ตามลำดับ และเบี้ยประกันวินาศภัยจัดเก็บได้ ณ สิ้นปี 2561 2562 และ 2563 อยู่ที่ 1,917 ล้านบาท 2,854 ล้านบาท และ 4,010 ล้านบาท ตามลำดับ

โดย ณ สิ้นปี 2563 เงินติดล้อมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพียง 1.7% ต่อสินเชื่อรวม เนื่องจากมีการกระบวนการพิจารณาสินเชื่ออย่างรอบคอบและรัดกุม และมีอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 325%

หลังจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เงินติดล้อมีเป้าหมายรักษาความเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจนายหน้าประกันภัยในอนาคต โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ไปใช้ในการขยายธุรกิจและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยวางแผนปรับปรุงสาขาเดิมและขยายสาขาใหม่อีกประมาณ 500 สาขาภายในปี 2566 ให้ครอบคลุมการให้บริการในพื้นที่ต่าง ๆ เพิ่มยิ่งขึ้นและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม นำเงินไปลงทุนพัฒนาระบบไอทีและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเพื่อเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และปรับโครงสร้างทางการเงินให้เหมาะสมเพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต

การระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้น IPO จะช่วยให้เงินติดล้อสามารถสร้างศักยภาพเติบโตได้อย่างยั่งยืน เสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน สร้างความต่อเนื่องในการลงทุนเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล (digital transformation) ให้กับแพลตฟอร์มเงินติดล้อ