แสนสิริ ผนึก Amazon งัดจุดขายใหม่ ซื้อคอนโดแถม “AI Box” ผู้ช่วยส่วนตัวสั่งงานด้วยภาษาไทย

ที่ผ่านมาปัจจัยในการพิจารณาเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นโครงการแนวสูง หรือโครงการแนวราบ ผู้บริโภคจะพิจารณา 3 – 4 ปัจจัยหลัก คือ โลเคชั่น ราคา ขายต่อและการออกแบบ แต่นับจากนี้ไปจะมีอีกหนึ่งปัจจัยเพิ่มเข้ามา คือ “นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย” (Proptech) จะกลายมาเป็น Value Added ที่ขาดไม่ได้สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยในไทย

เพราะพัฒนาการของการอยู่อาศัยในไทย กำลังเดินไปในรูปแบบ “Smart Living” ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยี “AI” (Artificial Intelligence) และ ระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งเวลานี้ในประเทศที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปไกลแล้วอย่างในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่อยู่อาศัยที่นั่นก้าวเข้าสู่ยุค Smart Living อย่างเต็มตัวแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยปัจจุบันบรรดา Developer รายใหญ่ นอกจากแข่งเปิดตัวโครงการ ตั้งอยู่ในทำเลดี ออกแบบสวยแล้ว ขายต่อง่าย ยังแข่งกันสร้าง Value Added ให้กับตัวโครงการด้วยนวัตกรรมการอยู่อาศัย

หนึ่งใน Major Developer ที่หันมาโฟกัสการพัฒนา “นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย” คือ “แสนสิริ” ที่ Transform องค์กรเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ นับตั้งแต่การปรับโครงสร้างภายในองค์กร และเปิดรับมืออาชีพจากข้างนอกในหลากหลายวงการมาร่วมงาน ขณะเดียวกันได้ทยอยเปิดตัว Proptech ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น “Home Service Application” ที่ให้ลูกบ้านดาวน์โหลดผ่านแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งาน (Active) กว่า 20,000 คน ซึ่งการใช้งานของลูกบ้านส่วนใหญ่ เพื่อติดต่อกับฝ่ายนิติบุคคลของโครงการ เปิดตัวหุ่นยนต์ “น้องแสนดี” และเมื่อไม่นานนี้ได้นำ “รถยนต์ไฟฟ้า” มาใช้ในโครงการของแสนสิริ

ล่าสุดผนึกกำลังกับ “Amazon Web Services” บริษัทในเครือ Amazon ที่พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับบริษัทแม่ พร้อมทั้งให้บริการกับลูกค้าองค์กรต่างๆ ทั่วโลก และจับมือเป็นพันธมิตรกับ “บริษัท เดลิเทค จำกัด” ในการนำเทคโนโลยี “AI Solutions” จาก Amazon มาพัฒนาต่อยอดเป็น Home Automation Control “Sansiri AI Box” ซึ่งมีระบบและการทำงานลักษณะเดียวกับ “Alexa” ของ Amazon แต่ตัวใหม่นี้สามารถสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย

ในเฟสแรกจะนำ “Sansiri AI Box” ติดตั้งในห้องของโครงการคอนโดมิเนียมเซ็กเมนต์ B (ราคา 150,000 – 200,000 บาทต่อตารางเมตร) เช่น โครงการ The Line ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2561 เพื่อดูผลตอบรับของลูกบ้าน ก่อนจะขยายผลไปใช้กับโครงการอื่นในเซ็กเมนต์ต่างๆ

เหตุผลที่ “แสนสิริ” เลือกใช้ AI Box กับโครงการที่เจาะเซ็กเมนต์ B เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย เปิดรับและใช้เทคโนโลยีตลอดเวลา ส่วนสาเหตุที่เลือกติดตั้ง AI Box กับโครงการแนวสูง และเป็นโครงการใหม่ก่อนนั้น เนื่องจากมีความพร้อมของ Facility ในการติดตั้งอุปกรณ์ได้ง่ายและเร็วกว่า

“ปีนี้ นับเป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยนองค์กรของแสนสิริอย่างรอบด้าน เพื่อให้บริษัทฯ เติบโต และรักษาความเป็นผู้นำ สิ่งหนึ่งที่เห็นชัด คือ การลงทุนด้านนวัตกรรม ซึ่งในปีนี้ เราใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาทสำหรับพัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัย เพราะเราเล็งเห็นความเปลี่ยนแปลงในไลฟ์สไตล์ และความต้องการของลูกค้าในยุคที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เราจึงพยายามนำเทคโนโลยีมาต่อยอด ใช้ประโยชน์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในมิติใหม่ๆ

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสร้าง Innovation Center เพื่อให้เป็นแหล่งแสดงผลงาน และเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการอยู่อาศัยของแสนสิริโดยเฉพาะ พร้อมทั้งแสวงหาพันธมิตรที่มีศักยภาพระดับโลก และมีวิสัยทัศน์ตรงกันในการมองความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงทางนวัตกรรมการอยู่อาศัย ที่เรียกว่า The New Era of Limitless Living” ดร. ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยีและวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เล่าที่มาของการปรับองค์กร และเปิดตัวนวัตกรรมที่อยู่อาศัย

เบื้องต้นฟังก์ชั่นการใช้งาน “Sansiri AI Box” รองรับคำสั่งที่สอดรับกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น
– เช็คข่าวรายวัน
– พยากรณ์อากาศ
– เช็คสภาพการจราจร
– ฟังเพลงไทย และคลื่นวิทยุไทย
– ตรวจเช็คพัสดุ
– จอง Facility ของโครงการ เช่น ห้องโยคะ
– เปิด/ปิดไฟ แอร์ ม่าน ทีวี รวมถึงเปลี่ยนช่องทีวี
– เช็คค่าน้ำ ค่าส่วนกลาง มี 4 คุณสมบัติหลัก คือ

ขณะที่แผนการพัฒนา AI Box ในระยะยาว จะเพิ่มฟังก์ชั่นการสั่งงานและควบคุมที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ชอปปิงออนไลน์ จองตั๋วออนไลน์ (เครื่องบิน/หนัง/คอนเสิร์ต) บริการเรียกรถแท็กซี่ บริการส่งอาหาร บริการซักรีด และบริการรับ-ส่งสินค้า

นอกจากนี้ภายในไตรมาส 2 ปีหน้า จะยกระดับ Home Service Application ให้มีฟังก์ชันควบคุม-สั่งงานเครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้าน ได้เช่นเดียวกับ “Sansiri AI Box” เพื่อนำไปติดตั้งให้กับลูกบ้านในโครงการแนวราบ และเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า เพราะแพลตฟอร์มนี้ สะดวกในการใช้งานเวลาอยู่นอกบ้าน ขณะที่ AI Box สำหรับการใช้งานภายในที่พักอาศัย