10 ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เจ๋งกว่า “สตีฟ จ๊อบส์”

steve_jobs

หากพูดถึงผู้สร้างนวัตกรรมแล้วสตีฟ จ๊อบส์คงเป็นบุคคลแรกที่หลายคนนึกถึง แต่ที่จริงแล้วจ๊อบส์นั้นไม่นับว่าอยู่ในกลุ่มเดียวกับเหล่านักสร้างนวัตกรรมแถวหน้าผู้ซึ่งคิดค้นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมนุษยชาติเลย จ๊อบส์เป็นเพียงแค่ผู้ที่นำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมาขัดเกลาให้ดูหรูหราสง่างามและใช้เทคนิคทางการตลาดที่เหนือชั้นเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีนั้นโดยที่เขาไม่ได้เป็นผู้คิดค้นมันด้วยตนเองเลย ส่วนคำถามที่ว่าถ้าไม่ใช่จ๊อบส์แล้วจะเป็นใครกันที่เป็นสุดยอดผู้สร้างนวัตกรรมที่โลกเคยมีมา ลองดูรายชื่อ 10 อันดับบุคคลผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเปลี่ยนโลกนี้กันเลย

อันดับที่ 10 เซอร์กีย์ ปาฟโลวิช โคโรเลฟ (Sergei Pavlovich Korolev) 1907-1966

SKorolow

โคโรเลฟเป็นผู้นำในโครงกาศสำรวจอวกาศของโซเวียต เขาเป็นคนแรกที่พัฒนาเทคโนโลยีจรวดที่ใช้ส่งมนุษย์ไปยังอวกาศ แต่ผลงานชิ้นเด่นคือการคิดค้นดาวเทียม

คุณูปการต่อโลก  : สิ่งที่โคโรเลฟคิดค้นเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารและระบบ GPS ในยุคปัจจุบัน

อันดับที่ 9 นิโคล่า เทสล่า (Nikola Tesla) 1856-1943

220px-Tesla_circa_1890

เทสล่าได้คิดค้นไดนาโมที่ทำหน้าที่เป็นมอร์เตอร์ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวด้วยกระแสไฟฟ้าระบบ ไฮดรอลิค ไดโอด เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ท่อร้อยสายไฟฟ้า เครื่องเอ็กซเรย์ เรือบังคับไร้สาย  แม้จะมีสิ่งประดิษฐ์มากมายแต่ด้วยพฤติกรรมแปลกๆ ของเขา ทำให้เขาเป็นเพียงนักวิทยาศาสตร์สติเพี้ยนในสายตาของคนทั่วไป ซ้ำร้ายกว่านั้นชื่อและสิ่งประดิษฐ์ของเขาถูกนำมาแต่งเป็นผู้ร้ายในการ์ตูนยอดฮิตซูเปอร์แมนโดยมีอยู่ตอนหนึ่ง ซูเปอร์แมนต้องต่อสู้กับนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องชื่อ เทสล่า ที่พยายามทำลายล้างโลกด้วยอาวุธลำแสงมหาประลัย ( Death Ray )

คุณูปการต่อโลก : ระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่เทสล่าคิดค้นเป็นรากฐานในการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าทุกชนิด

อันดับที่ 8 อาร์คิมีดีสแห่งเมืองไซราคิวส์ (Archimedes of Syracuse) 287 ปีก่อนคริสตศักราช- 212 ปีก่อนคริสตศักราช)
Domenico-Fetti_Archimedes_1620
อาร์คิมีดีสได้คิดค้นสูตรคณิตศาสตร์สำหรับวัดพื้นที่ของรูปเราขาคณิตและหาความถ่วงจำเพาะของวัตถุต่างๆ เขายังเป็นผู้ประดิษฐ์ปั๊มชนิดสว่าน รอกคู่ รวมทั้งอาวุธที่เป็นโลหะขัดเงามีลักษณะคล้ายกระจกเว้าสะท้อนแสงให้มีจุดรวมความร้อนที่สามารถทำให้เรือของกองทัพโรมันไหม้ไฟได้

คุณูปการต่อโลก : งานของอาร์คิมีดีสเป็นรากฐานของการพัฒนาคณิตศาสตร์สมัยใหม่และรอกคู่ก็เป็นอุปกรณ์ช่วยผ่อนแรงที่ไม่เคยล้าสมัย

อันดับที่ 7 อัล-จาซารี (Badi’al al-Jazar) 1136 -1206

Jazari_Automata_1205

อัล-จาซารีได้ประดิษฐ์เพลาลูกเบี้ยว เพลาข้อเหวี่ยง เครื่องสูบน้ำชนิดสายพาน  ปั๊มน้ำคู่พร้อมด้วยหลอดดูดน้ำ ปั๊มประเภทสูบชัก ระบบชักโครก ระบบนาฬิกา รวมถึงหุ่นยนต์ที่ช่วยเสิร์ฟเครื่องดื่มและเล่นดนตรี

คุณูปการต่อโลก : สิ่งประดิษฐ์ของอัล-จาซารีเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้โลกเคลื่อนเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

อันดับที่ 6 โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) 1847-1931

Thomas_Edison2

เอดิสันเป็นเจ้าของสิทธิบัตรกว่าพันรายการในสหรัฐฯ นอกเหนือจากสิ่งประดิษฐ์ขึ้นชื่ออย่างหลอดไฟฟ้าแล้ว เขายังประดิษฐ์เครื่องเล่นจานเสียง กล้องถ่ายภาพ แต่ว่ากันว่าสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของเอดิสันอาจไม่ใช่หลอดไฟ แต่เป็นการก่อตั้งห้องแล็บวิจัย (Research Lab) ขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก ห้องแล็บวิจัยแห่งเมนโลพาร์ค (Menlo Park Laboratory) เป็นหน่วยงานแรกในโลกที่ก่อตั้งขึ้นด้วยเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือการทุ่มเทค้นคว้าสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เอดิสันนำเอาระบบการผลิตแบบโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาใช้กับห้องแล็บแห่งนี้ เขาจ้างวิศวกรและพนักงานส่วนต่างๆมากมาย แบ่งงานออกเป็นกลุ่มย่อยๆ โดยแต่ละกลุ่มมีเป้าหมายและการวัดผลของตนที่ชัดเจน เทคนิคการทำงานที่ประยุกต์มาจากระบบสายการผลิตในโรงงานเช่นนี้นับได้ว่าเป็นความคิดที่ก้าวหน้ามากในแวดวงวิทยาศาตร์ยุคนั้น ห้องแล็บแห่งเมนโลพาร์คจึงเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของสิ่งประดิษฐ์มากมายภายใต้ชื่อ โทมัส เอดิสัน การจัดระบบเช่นนี้ทำให้เขามีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ร่วมกันทำงานภายใต้เป้าหมายที่เขากำหนดขึ้น สิทธิบัตรทุกชิ้นที่คิดค้นขึ้นได้จะจดทะเบียนภายใต้ชื่อของเอดิสัน เช่นเดียวกับที่เราคุ้นเคยกันดีกับระบบงานวิจัยและพัฒนา (Research & Development) ของบริษัทชั้นนำในปัจจุบัน

คุณูปการต่อโลก : ห้องแล็บวิจัย ที่เอดิสันก่อตั้งขึ้นได้กลายเป็นต้นแบบของห้องแล็บวิจัยสมัยใหม่ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งสุดยอดนวัตกรรมทั้งหลายได้ก่อกำเนิดขึ้น

อันดับที่ 5 มารี คูรี่ (Marie Curie) 1867-1934

Marie_Curie_c1920

คูรี่เป็นผู้ค้นพบและให้คำจำกัดความกัมมันตภาพรังสี เธอยังได้ค้นพบธาตุใหม่อีก 2 ธาตุที่ชื่อว่าพอโลเนียมและเรเดียม ประดิษฐ์เครื่องเอกซเรย์แบบพกพา และเป็นคนแรกที่นำไอโซโทปของกัมมันตภาพรังสีมาใช้ในทางการแพทย์ คูรีเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล อีกทั้งยังเป็นคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลด้านวิทยาศาสตร์ถึง 2 ครั้ง (ด้านฟิสิกซ์และเคมี)

คุณูปการต่อโลก : การค้นพบของคูรี่เป็นรากฐานของการพัฒนาวิทยาการทางด้านเคมีสมัยใหม่รวมถึงวิทยาการทางการแพทย์อีกหลายแขนง

อันดับที่ 4 จอห์น วี. อะทานาซอฟฟ์ (John Vincent Atanasoff) 1903-1995
John_Atanasov-1

หลังจากที่โลกต้องทนกับปัญหาความผิดพลาดในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ระบบอนาล็อก อะทานาซอฟฟ์ก็ได้ประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ระบบดิจิตอลขึ้นโดยมีการใช้หน่วยความจำคอมพิวเตอร์ ระบบข้อมูลฐานสองที่มีสัญลักษณ์เพียงสองตัวคือ 0 กับ 1 ซึ่งพัฒนามาจากตรรกะแบบบูลที่ประกอบด้วยค่าจริง (True) หรือไม่จริง (False)

คุณูปการต่อโลก : ถ้าไม่มีคอมพิวเตอร์คุณก็คงไม่ได้อ่านบทความนี้อยู่หรอก

อันดับที่ 3 อัลเบิร์ต ไอสไตน์ (Albert Einstein) 1879- 1955

Einstein_1921_by_F_Schmutzer_-_restoration

ไอสไตน์ได้พัฒนาทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษที่ช่วยอธิบายปรากฏการณ์ของสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าและทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไปซึ่งได้มองภาพของแรงโน้มถ่วงใหม่แตกต่างจากมุมมองของนิวตัน

คุณูปการต่อโลก : ทฤษฎีสัมพันธภาพของไอสไตน์เป็นรากฐานของการพัฒนาระเบิดปรมาณูและโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์

อันดับที่ 2 เซอร์ไอแซค นิวตัน (Sir Isaac Newton) 1642-1726

220px-GodfreyKneller-IsaacNewton-1689

นิวตันได้สร้างสมการเพื่ออธิบายกฏของการเคลื่อนที่และแรงโน้มถ่วง สมการของนิวตันได้อธิบายถึงปรากฏการณ์ที่ดาวเคราะห์โคจรเป็นวงรี การเกิดคลื่นในทะเล และการคำนวณระยะทางของการเคลื่อนที่ทางโค้ง นิวตันยังได้ประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงอีกด้วย

คุณูปการต่อโลก : กฎการเคลื่อนที่ของนิวตันเป็นรากฐานในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุและวิธีการเคลื่อนที่ของทุกๆ สิ่งในจักรวาล

อันดับที่ 1 โจฮันส์ กูเตนเบิร์ก (Johannes Gutenberg) 1398 -1468

220px-Gutenberg

กูเตนเบิร์กได้ประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์แค่สิ่งเดียวเท่านั้นแต่ก็เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกนานัปการสิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่นั้นก็คือเครื่องพิมพ์ ผลกระทบของ Gutenberg อาจสรุปได้ดังนี้

1) การอ่านเขียนกลายเป็นสมบัติของประชาชน โดยข่าวสาร ความคิด และความรู้กระจายไปทั่วทุกชนชั้นและเกิดความรู้มากยิ่งขึ้น การตีพิมพ์วารสารวิชาการทำให้เกิดมีลิขสิทธิ์ และเกิดการแลกเปลี่ยนต่อยอดความคิดเห็นขึ้น

2)  ทำให้เกิดยุคสมัยของสื่อสารมวลชน การกระจายตัวขององค์ความรู้และความคิดเสรีนิยมเปลี่ยนแปลงความนึกคิดของผู้คนในสังคมจนมีส่วนทำให้โครงสร้างสังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวรทั้งในยุโรปและในเอเชียในเวลาต่อมา

3)  ผู้มีอำนาจและความเชื่อดั้งเดิมถูกท้าทายเมื่อผู้คนสามารถสื่อสารแนวคิด เรียนรู้สิ่งต่างๆ และสื่ออารมณ์ถึงกันได้อย่างสะดวกกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีความถูกต้องไม่ผิดเพี้ยนโดยคำบอกเล่าหรือโดยหนังสือซึ่งคัดลอกมาผิดพลาดอีกด้วย

4) เกิดการแพร่กระจายของคริสต์ศาสนาผ่านการพิมพ์ไบเบิลนับล้านๆ เล่มสู่ประชาชนในแทบทุกมุมโลก คงไม่ผิดถ้าจะกล่าวว่า Gutenberg มีอิทธิพลอย่างมากต่อการแพร่กระจายของคริสต์ศาสนา

5) หลายภาษาในยุโรปมีความเป็นตัวตนมากขึ้นเพราะการพิมพ์จนนำไปสู่ความรู้สึกชาตินิยมและความคิดในเรื่องรัฐ-ชาติ การเกิดขึ้นของสงครามศาสนาและอีกหลายสงครามในเวลาต่อมาเป็นผลพวงจากอิทธิพลของ Gutenberg อย่างไม่อาจปฏิเสธได้

คุณูปการต่อโลก : การเกิดขึ้นของเครื่องพิมพ์ Gutenberg เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ยุคฟื้นฟูครั้งใหญ่ (The Renaissance)  ซึ่งเป็นยุคของทัศนะมนุษยนิยมซึ่งต่างจากในยุคกลางที่มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางของชีวิต นั่นคือการเชื่อมั่นในความสามารถที่จะพัฒนาตนเองของมนุษย์โดยอาศัยเหตุผลและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ต้องอาศัยอำนาจเหนือธรรมชาติ การมองโลกแบบนี้ทำให้เกิดเสรีภาพใหม่ในการพัฒนาตนเอง มีการพัฒนาการในเรื่องของศิลปะและสถาปัตยกรรม, วรรณคดี, ดนตรี, ปรัชญา, และวิทยาศาสตร์

[xyz-ihs snippet=”LINE”]

source

photo