HomeBrand Move !!ศึกเชนกาแฟจีนรอบใหม่ปะทุ “Luckin Coffee” เปิดตัวเลขสาขาทะลุ 6,500 แห่ง แซง Starbucks

ศึกเชนกาแฟจีนรอบใหม่ปะทุ “Luckin Coffee” เปิดตัวเลขสาขาทะลุ 6,500 แห่ง แซง Starbucks

แชร์ :

luckin coffee

ศึกเชนกาแฟในจีนแผ่นดินใหญ่อาจกำลังกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง กับการกลับมาของ Luckin Coffee เชนกาแฟสัญชาติจีนที่ก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอื้อฉาวทางด้านตัวเลขทางบัญชีจนมูลค่ากิจการย่อยยับ เพราะล่าสุดได้ปรากฏข้อมูลว่า บริษัทกลับมามีกำไรอีกครั้ง และมีการขยายสาขาในจีนจนแซงหน้าสตาร์บัคส์ (Starbucks) ไปแล้วอย่างเป็นทางการ โดย Luckin Coffee ในตอนนี้มีสาขาทั้งสิ้น 6,580 แห่ง ขณะที่สตาร์บัคส์มีสาขา 5,654 แห่ง

Santos Or Jaune

ข้อมูลจากผลประกอบการไตรมาสแรกของ Luckin Coffee ในปี 2022 (แบบ Unaudited) พบว่า บริษัทมีรายได้สุทธิ 379.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 12,943 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วถึง 89.5% ขณะที่ตัวเลขการเปิดสาขาใหม่ ในไตรมาสที่ 1 พบว่า บริษัทเปิดไปได้ 556 สาขา และมียอดรวมสาขาทั้งสิ้น 6,580 แห่ง (ตัวเลข ณ วันที่ 31 มีนาคม 2022) โดยเป็นสาขาที่บริษัทบริหารเอง 4,675 แห่ง และบริหารโดยพาร์ทเนอร์ 1,905 แห่ง

อีกทั้งในไตรมาสนี้ Luckin Coffee ยังมีกำไรสุทธิ 3.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 105 ล้านบาทแล้วด้วย (ไตรมาสเดียวกันของปี 2021 บริษัทมีผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 35 ล้านเหรียญสหรัฐ)

Starbucks ยอดขายในจีนหดตัว 23%

ขณะที่คู่แข่งในจีนอย่าง Starbucks พบว่า ยอดขายนอกสหรัฐอเมริกาของ Starbucks หดตัวลงประมาณ 8% (อ้างอิงจากผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของบริษัท) โดยประเทศที่มีการหดตัวมากที่สุดก็คือจีนแผ่นดินใหญ่ ตลาดอันดับสองของบริษัท ซึ่ง Starbucks ระบุว่า ยอดขายแบบ Same store ลดลงไปถึง 23% พร้อมชี้ว่ามาจากการล็อกดาวน์ของจีนเนื่องจากการระบาดของ Covid-19 สายพันธุ์โอไมครอน ส่งผลให้ Starbucks ต้องปิดสาขาเป็นการชั่วคราวประมาณ 1 ใน 3 ของสาขาทั้งหมด และเปลี่ยนไปใช้บริการเดลิเวอรี่แทน

เบลินดา หว่อง ผู้บริหารของ Starbucks จีนแผ่นดินใหญ่เผยด้วยว่า การล็อกดาวน์เมืองใหญ่ของจีนอย่างเซี่ยงไฮ้อาจส่งผลต่อบริษัทมากกว่านี้ในไตรมาสต่อไปด้วย

อย่างไรก็ดี การที่จีนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของ Starbucks รองจากสหรัฐอเมริกา ย่อมส่งผลต่อการเติบโตของบริษัทไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เห็นได้จากการที่บริษัทระบุว่า จำนวนสาขาในสหรัฐอเมริกาและจีนรวมกันคิดเป็น 61% ของสาขาทั้งหมดที่บริษัทมี (แบ่งเป็น 15,544 สาขาในสหรัฐอเมริกา และ 5,654 สาขาในจีน) ซึ่งตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะมีเพียงตลาดในสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

Source

Source

Source


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม