เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา หลายคนอาจยังจำได้กับภาพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ล้มลุกคลุกคลานในงานวิ่งมาราธอนที่จีน ก่อนจะเริ่มรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากขึ้นกับการแสดงหุ่นยนต์ในเทศกาลตรุษจีนของจีนแผ่นดินใหญ่ แต่วงการนี้พัฒนาเร็วกว่าที่คิด เพราะผลงานล่าสุดในวันนี้ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ก็คือการพิชิตยอดเขา Chimborazo ในประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งมีความสูงกว่า 6,200 เมตร หรือราว 20,341 ฟุตจากระดับน้ำทะเลได้สำเร็จแล้ว
หุ่นยนต์ดังกล่าวมีชื่อว่า “Pemba” ผลงานการพัฒนาของ Unitree Robotics และนำมาปรับแต่งโดยทีม Eastworlds Labs และส่งมันเข้าร่วมภารกิจปีนเขานี้กับทางทีม Geologic Dome โดยทางทีมพัฒนาระบุว่า เป้าหมายต่อไปของมันก็คือการพิชิต Mount Everest ภูเขาที่สูงที่สุดในโลกนั่นเอง (กำหนดการปีนคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปี 2026 – 2027 นี้)
อย่างไรก็ดี ความสำเร็จในการปีนเขา Chimborazo ของ Pemba ไม่ได้เกิดจากตัวมันเพียงลำพัง เพราะในบางช่วงที่มีความชันสูง ทีมงานยังต้องช่วยแบกตัวหุ่นยนต์ผ่านอุปสรรคไปบ้าง แต่ในเส้นทางที่มีความชันไม่เกิน 30 องศา Pemba สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง รวมถึงสามารถเดินได้ท่ามกลางอากาศหนาวจัด หิมะ และระดับออกซิเจนที่เบาบางกว่าปกติด้วย (กระนั้น ชุมชนออนไลน์อย่าง Reddit ก็ยังไม่วายแซวถึงการปีนเขาครั้งนี้ว่า สามารถเรียกว่า “ปีนเขาเอง” ได้เต็มปากหรือไม่ แต่ก็มีผู้ใช้งานอีกไม่น้อยเช่นกันที่ให้กำลังใจว่า นี่เป็นเพียงก้าวแรกของเทคโนโลยีที่ยังต้องใช้เวลาอีกมากในการพัฒนา)
Introducing Pemba.
The first humanoid to climb to 20,000ft.
Everest next. More below. pic.twitter.com/k1BHkRLYjm
— pabs (@pabloberlangab) June 7, 2026
ความสำเร็จอีกข้อของ Pemba คือการพิสูจน์ว่า หุ่นยนต์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมหฤโหดได้จริง ซึ่งอาจทำให้เกิดการส่งหุ่นยนต์เข้าไปสำรวจในพื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย ฯลฯ แทนการใช้มนุษย์มากขึ้นในอนาคต
สำหรับตัวหุ่นยนต์ มีน้ำหนักประมาณ 77 ปอนด์ และสามารถพับเก็บได้เพื่อความสะดวกในการขนส่งระหว่างแคมป์ นอกจากนั้นยังสามารถติดตั้งเซ็นเซอร์ กล้อง การเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม ฯลฯ ซึ่งช่วยนักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบธารน้ำแข็ง สัตว์ป่า และระบบนิเวศในพื้นที่ที่มนุษย์และโดรนเข้าถึงได้ยากด้วย
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปี หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังถูกมองว่าเป็นของเล่นราคาแพงในห้องทดลอง แต่วันนี้พวกมันเริ่มวิ่งมาราธอน เดินเล่นในเมือง เป็นตำรวจจราจร และกำลังถูกพาขึ้นไปทดสอบบนภูเขาสูงหลายพันเมตร ความท้าทายของเราในวันนี้จึงอาจไม่ใช่การทำให้หุ่นยนต์ขึ้น Everest ได้สำเร็จอีกต่อไป แต่อาจเป็นการตั้งคำถามว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า จะยังมีอะไรที่มนุษย์ทำได้เพียงลำพังอยู่หรือเปล่าก็เป็นได้




