ถ้าย้อนกลับไปในยุค’90 ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของ Pizza Hut เป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านอาหารที่ทรงพลังอย่างมาก แต่ในปี 2026 ต้องยอมรับว่า ชื่อของ Pizza Hut กำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อ Yum! Brands บริษัทแม่ได้ออกมาประกาศขายธุรกิจด้วยมูลค่ารวม 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 87,800 ล้านบาทแล้วอย่างเป็นทางการ
สำหรับดีลดังกล่าว พบว่าถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยธุรกิจ Pizza Hut ในจีนแผ่นดินใหญ่จะถูกซื้อโดย Yum China Holdings คิดเป็นมูลค่า 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่สาขาในประเทศอื่นทั่วโลกจะถูกซื้อโดย LongRange Capital ด้วยมูลค่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ
Pizza Hut กับ 3 ความท้าทายใหญ่
แม้ Pizza Hut จะเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างชื่อให้กับ Yum! Brands แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แบรนด์กลับเผชิญแรงกดดันจากหลายทิศทาง ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่าย ส่งผลให้ยอดขายของ Pizza Hut ชะลอตัวต่อเนื่องหลายไตรมาส ขณะที่แบรนด์พี่น้องอย่าง KFC และ Taco Bell ยังสามารถเติบโตได้ดีกว่า
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ Yum! Brands เริ่มทบทวนอนาคตของ Pizza Hut ตั้งแต่ปลายปี 2025 และเปิดทางเลือกหลายรูปแบบ ก่อนจะตัดสินใจขายกิจการในที่สุด
ทั้งนี้ อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญก็คือ ตลาดพิซซ่าในสหรัฐฯ ไม่ได้ร้อนแรงเหมือนในอดีต โดยมีปัจจัยจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่เพิ่มขึ้นพร้อม ๆ กับการที่ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น โดยนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการเติบโตของกลุ่มยาลดน้ำหนักประเภท GLP-1 ก็มีส่วนทำให้พฤติกรรมการบริโภคอาหารเปลี่ยนไปเช่นกัน
การเข้าซื้อกิจการของ Yum China Holdings ในจีนแผ่นดินใหญ่อาจเป็นเรื่องที่ไม่น่าประหลาดใจนัก แต่สำหรับ LongRange ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนที่เน้นการซื้อและถือครองกิจการเพื่อพัฒนาให้เติบโตในระยะยาว อาจทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมถึงอยากซื้อ Pizza Hut ที่มีความท้าทายรออยู่หลายข้อ
ในจุดนี้นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่า สิ่งที่ LongRange Capital มองเห็นอาจไม่ใช่ยอดขายที่ชะลอตัวของ Pizza Hut หลายไตรมาสติดต่อกัน แต่เป็น “แบรนด์ระดับโลก” ที่ยังมีศักยภาพในการพลิกฟื้น เพราะ Pizza Hut ยังคงเป็นหนึ่งในชื่อที่ผู้บริโภครู้จักมากที่สุดในตลาดร้านอาหาร และมีเครือข่ายแฟรนไชส์ขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วโลก
ส่วน Yum! Brands การขาย Pizza Hut ออกไปก็อาจสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่บริษัทอาจต้องมีความกล้าที่จะปล่อยมือธุรกิจที่เคยเป็นตำนานออกไป และนำทรัพยากรไปลงทุนในธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าก็เป็นได้
ทั้งนี้ คาดว่าดีลดังกล่าวจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้




