TikTok คว้าตัว “Shouzi Chew” เซียนการเงินแห่งซีกโลกตะวันออกขึ้นแท่น CEO

Shouzi Chew ซีอีโอคนใหม่ของ TikTok
Shouzi Chew ซีอีโอคนใหม่ของ TikTok (ขอบคุณภาพจาก straitstimes.com)

หลังจาก Kevin Mayer อดีตซีอีโอของ TikTok ลาออกไปเมื่อปีก่อนแล้วปล่อยให้แพลตฟอร์มคลิปวิดีโอสั้นแห่งนี้เผชิญมรสุมจากการกดดันของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอยู่ตามลำพัง ล่าสุด TikTok ก็ได้ซีอีโอคนใหม่มารับหน้าที่ดูแลแล้ว นั่นคือ “Shouzi Chew” ผู้บริหารมือฉมังด้านการเงินของซีกโลกตะวันออกนั่นเอง

- Advertisement -

ข่าวนี้ทำให้สื่อในเอเชียให้ความสนใจไม่แพ้สื่อตะวันตก เนื่องจาก Shouzi Chew เป็นชาวสิงคโปร์ที่มีโปรไฟล์ระดับท็อป โดยเขาทำงานในระดับบริหารของบริษัทขนาดใหญ่มากมาย (ซึ่งส่วนมากเป็นตำแหน่งด้านการเงิน) เช่น ตำแหน่ง CFO และประธานฝ่ายธุรกิจต่างประเทศให้กับเสี่ยวหมี่ (Xiaomi) ในช่วงปี 2015 – 2020 รวมถึงเคยทำงานให้กับ DST Global ซึ่งเป็น Venture Capital ของ Yuri Milner และที่นั่น ทำให้เขามีโอกาสได้พบกับ Zhang Yiming ซีอีโอของ ByteDance ในฐานะนักลงทุน ก่อนจะได้ร่วมงานกันในที่สุด

ทั้งนี้ Shouzi Chew ย้ายมาร่วมงานกับ ByteDance เมื่อเดือนที่ผ่านมาในตำแหน่ง CFO อย่างไรก็ดี เขาได้รับการแต่งตั้งให้รับตำแหน่งซีอีโอของ TikTok เพิ่มอีกเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา กลายเป็นควบสองเก้าอี้ในคราวเดียวกัน

ส่วน Vanessa Pappas ที่เดิมรักษาการซีอีโอของ TikTok จะย้ายไปรับหน้าที่ COO (Chief Operating Officer) แทน

Zhang Yiming กล่าวถึงการเข้ารับตำแหน่งของ Shouzi Chew ว่า จะทำให้ TikTok เติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะ Shouzi มีความเข้าใจในบริษัทและอุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีด้วยนั่นเอง

คำให้สัมภาษณ์ของ Zhang Yiming ยังแสดงให้เห็นด้วยว่า แท้จริงแล้วความเข้าใจในเทคโนโลยีน่าจะเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารงาน TikTok มากกว่าความเชี่ยวชาญด้านมีเดีย ซึ่งเป็นคุณสมบัติของ Kevin Mayer อดีตซีอีโอคนก่อนที่ย้ายมาจาก Disney

ส่วน Kevin Mayer นั้น หลังจากลาออกจาก TikTok มีรายงานว่าเขาย้ายไปทำงานให้กับ Access Industries ของ Len Blavatnik ในตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโส และโฟกัสในด้านมีเดียที่เขาถนัดต่อไป

ทั้งนี้ การลาออกของ Kevin Mayer จาก TikTok ยังเป็นที่กล่าวขานโดยทั่วไปว่าเป็น CEO ที่ทำงานได้ไม่ถึง 100 วัน (Kevin เข้ารับตำแหน่งที่ TikTok ในเดือนมิถุนายน 2020 และทำงานเพียง 3 เดือนก็ตัดสินใจลาออก) โดยในเวลานั้น TikTok เผชิญแรงกดดันหนักมากจากรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ต้องการหาเสียงเพื่อการเลือกตั้ง และมีการกดดันให้ TikTok ต้องขายกิจการให้กับยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา (มีชื่อของ Oracle – Microsoft ฯลฯ เสนอตัวเป็นผู้ซื้อกิจการด้วย) มิเช่นนั้นก็จะถูกแบนไม่ให้ทำธุรกิจต่อนั่นเอง

Source

Source