ByteDance คว้า “Kevin Mayer” ผู้บริหารดิสนีย์รับตำแหน่ง CEO คนใหม่ ขยายอิทธิพล TikTok

เปลี่ยนซีอีโอแล้วจ้า ByteDance เจ้าพ่อวงการคลิปสั้นของจีน ประกาศดึง “Kevin Mayer” ผู้บริหารคนสำคัญของ Disney (รวมถึงดูแล Disney+) เข้ารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ หวังใช้ชื่อชั้นขยายตลาด TikTok ออกสู่ตลาดโลก

โดย Kevin Mayer จะเข้ารับตำแหน่งใหม่ใน TikTok ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ ซึ่งเขาจะรับหน้าที่ดูแลทั้งธุรกิจเพลง เกม รวมถึงดูแลการขยายธุรกิจให้กับ ByteDance ในระดับโลกด้วย

การลาออกมารับบทบาทใหม่บนแอปพลิเคชันคลิปวิดีโอสั้นของ Mayer กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะก่อนหน้านี้ที่มีกระแสว่า ซีอีโอของ Disney อย่าง Bob Iger อาจจะวางมือออกมาอย่างต่อเนื่อง ชื่อของ Kevin Mayer ก็ถูกหยิบขึ้นมาเป็นแคนดิเดทของว่าที่ซีอีโอคนต่อไปของ Disney มาตลอดเช่นกัน (เพียงแต่ Bob Iger เลือกที่จะก้าวไปดำรงตำแหน่ง Executive chairman และส่ง Bob Chapek เป็นซีอีโอของ Disney แทน ซึ่งการตัดสินใจนั้นทำเอา Kevin Mayer หลุดโผอย่างไม่ทันตั้งตัว)

แต่ถ้าไม่มองเป็นเรื่องการเมืองในบริษัท ก็ต้องบอกว่าความสำคัญของ Kevin Mayer ใน Disney นั้นมีไม่น้อย เห็นได้จากหน้าที่เดิมของเขาที่กำลังรุ่งโรจน์ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลส่วนงาน Direct to Consumer ของบริษัท หรือดูแลธุรกิจ Hulu, ESPN+ รวมถึงกุมบังเหียนธุรกิจอย่าง Disney+ ที่ปัจจุบันมี Subscribers แล้ว 54.5 ล้านคน (ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อพฤศจิกายน 2019) โดยเขาไม่เพียงดูแลด้านการผลิตคอนเทนต์สำหรับ Disney+ หากแต่ยังดูแลทีมวิศวกร และระบบหลังบ้านด้วย

ขณะที่การเติบโตของ TikTok ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ เพราะข้อมูลจาก Sensor Tower ระบุว่า ปัจจุบัน TikTok มียอดการดาวน์โหลดมากกว่า 2 พันล้านครั้งจากทั้ง App Store และ Google Play Store และเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ TikTok มียอดการดาวน์โหลดมากกว่า 315 ล้านครั้งไปแล้ว ซึ่งมีการประมาณการว่า มูลค่าของบริษัท ByteDance แห่งนี้น่าจะแตะ 75,000 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

การโคจรมาเจอกันของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านคอนเทนต์ และผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญจึงหมายถึงการบุกตลาดโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งความท้าทายหลักน่าจะเป็นตลาด “สหรัฐอเมริกา” เนื่องจากที่ผ่านมา วัยรุ่นอเมริกันให้ความสนใจในแอปพลิเคชัน TikTok เป็นอย่างมาก จนทำให้นักการเมืองสหรัฐฯ เกิดความวิตกว่าแอปพลิเคชันจากจีนตัวนี้ จะแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลกับทางการจีน (แม้ว่าทางแอปจะออกมาปฏิเสธอย่างแข็งขันแล้วก็ตาม)

Source