ไม่ต้องพกเงินสด เจาะ 3 เทรนด์หนุน “บัตรเดบิต” โต “LET’S SCB” โชว์จุดขายใบแรกเลือกสิทธิประโยชน์ได้เอง

สถานการณ์โควิด-19 เมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อพฤติกรรมการชำระเงินของคนไทยเปลี่ยนไป หลีกเลี่ยงการสัมผัสเงินสดและหันมาใช้ Contactless เพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของตลาดบัตรเดบิตในเมืองไทย

- Advertisement -

จากข้อมูลของ มาสเตอร์การ์ด ระบุภาพรวมของตลาดบัตรเดบิตทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ก้าวสู่สังคมไร้เงินสด และเมื่อโฟกัสมาที่ประเทศไทยพบว่าในปี 2563 มีจำนวนบัตรเดบิต 64 ล้านใบ หรือสัดส่วน 0.9 ใบต่อประชากร 1 คน ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับทั่วโลกที่มีจำนวน 1.7 ใบต่อคน และในเอเชีย-แปซิฟิก 2.2 ใบต่อคน นั่นเท่ากับว่าไทยก็มีโอกาสเติบโตได้อีก 2 เท่า หรือ 4 เท่าในอนาคต

เจาะ 3 เทรนด์หนุนบัตรเดบิตโต

หากดูปัจจัยการเติบโตของตลาดบัตรเดบิตทั่วโลก มี 3 เทรนด์หลักๆ

1.เทรนด์สังคมไร้เงินสด โดยมีสถานการณ์โควิด-19  เป็นอีกแรงหนุน กระตุ้นให้ผู้คนหันมาจับจ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้น คนที่มีประสบการณ์แล้วก็จะไม่กลับไปใช้จ่ายเงินสดแบบเดิมอีก โดย 34% บอกว่าใช้เงินสดลดลง  20% ใช้บัตรเดบิตเพิ่มขึ้น  และ 38% ใช้ระบบจ่ายเงินแบบไร้สัมผัส

2.เทรนด์อีคอมเมิร์ซเติบโต  ปี 2563-2564 อัตราการเติบโตของธุรกรรมผ่านบัตร (transactions) อีคอมเมิร์ซในไทยเพิ่มขึ้น 9-11 เท่า ปีที่ผ่านมามูลค่าอีคอมเมิร์ซอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท คาดว่าในเชิงปริมาณจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวในปีนี้ พฤติกรรมนักช้อปออนไลน์ใช้จ่ายเงินผ่านบัตรเดบิต 4.5 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ช้อปออนไลน์

3.เทรนด์การทำตลาดส่วนบุคคล (Personalization)ในยุคดิจิทัล  โดย 92% ของผู้ถือบัตรเดบิต ต้องการได้สิทธิประโยชน์ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ใช้บัตร หากลูกค้าสามารถเลือกสิทธิประโยชน์ส่วนบุคคลได้เอง ก็จะเห็นคุณค่าในการถือบัตรมากกว่า 3 เท่า เทียบกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับมาแบบไม่ได้เลือกเอง เพราะอาจไม่ตรงกับความสนใจ

ในประเทศไทย บัตรเดบิต SCB ครองส่วนแบ่งการใช้จ่าย 20% ผ่านบัตรเดบิต และใช้จ่ายมากกว่าบัตรอื่นๆ 4.5 เท่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเติบโต 12%  และในปี 2563 ที่เกิดสถานการณ์โควิด-19  บัตรเดบิต SCB  มีจำนวนธุรกรรมผ่านบัตร เติบโต 25% เฉลี่ยการเติบโตช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2560-2563) อยู่ที่ 33% มีการใช้บัตรเดบิตแอคทีฟกว่าบัตรอื่นๆ ในตลาด 63%

LET'S SCB

4 เรื่องทำไมบัตรเดบิตน่าสนใจ

คุณอรรัตน์ ชุติมิต รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Retail and Business Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าปีนี้ธนาคารให้ความสำคัญกับลูกค้าในเซ็กเมนต์ที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Young-Gen ซึ่งบัตรเดบิต ถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินขั้นพื้นฐานที่ลูกค้าทุกคนสามารถเข้าถึงได้เพียงแค่เปิดบัญชีธนาคาร และเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้าง Engagement ระหว่างลูกค้าและธนาคาร ก่อนต่อยอดและนำไปสู่บริการทางการเงินอื่น ๆ ในอนาคต

“บัตรเดบิต คนอาจมองว่าเป็นบัตรธรรมดา แต่ที่จริงสามารถใส่สิทธิประโยชน์ต่างๆ เข้าไปได้มากกว่าแค่บัตรกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มเท่านั้น แต่เป็นบัตรที่เข้าถึงได้ทุกกลุ่มที่เปิดบัตรบัญชีธนาคาร ตอบโจทย์ Cashless Society”

LET'S SCB
คุณอรรัตน์ ชุติมิต

จากการศึกษาข้อมูลอินไซต์ของลูกค้าในการใช้บัตรเดบิต มีทั้งหมด 4 เรื่องสำคัญ ที่ลูกค้าให้ความสนใจ

1.Convenience & Access  สามารถใช้จ่ายทุกที่ได้สะดวก ไม่ต้องพกเงินสด หรือเงินสดไม่พอ  บัตรเดบิตใช้จ่ายที่ point of sale ได้ทุกจุด และใช้ได้หลายสกุลเงินเมื่อต้องซื้อสินค้าออนไลน์ และหากต้องการใช้เงินสด ก็สามารถกดเงินได้ทุกสกุลเงิน

2.Safety & Security  ความปลอดภัยในการใช้จ่ายไม่ต้องพกเงินสด โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่อาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคได้  ลดความเสี่ยงการทำเงินหาย

3.Financial Discipline  มีวินัยทางการเงิน คือ มีเงินเท่าไหร่จ่ายตามวงเงิน (บัตรเดบิตรูดไม่ได้ถ้าไม่มีเงินเหลือ) ทำให้ไม่ใช้จ่ายเกินตัวและไม่ต้องมาเป็นหนี้จากการใช้บัตร

4.สิทธิประโยชน์ และพริวิเลจต่างๆ ลูกค้าจะรู้สึกดีหากได้สิทธิพิเศษต่างๆ จากการใช้บัตรเดบิต และจะชอบมากขึ้นหากเลือกในสิ่งที่ชอบได้ บัตรเดบิตจึงต้องทำหน้าที่ให้มูลค่ามากกว่าเงินสด  (More Value Than Cash) เช่น ส่วนลด โปรโมชั่น คูปอง cash back เพื่อเลือกใช้ตามความสนใจ

เปิดตัว LET’S SCB เจาะคนรุ่นใหม่

จากเทรนด์การเติบโตของบัตรเดบิตและข้อมูลอินไซต์ที่ลูกค้าต้องการ ไทยพาณิชย์ จึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ บัตรเดบิต “LET’S SCB Mastercard” เพื่อจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งจะเป็นฐานลูกค้าต่อไปของธนาคารในอนาคต  ด้วยคอนเซ็ปต์ “เลือกช้อยส์ที่ใช่ไว้ใช้ชีวิต” โดยชูไฮไลท์การเป็นบัตรเดบิตใบแรกในประเทศไทย ที่สามารถเลือกรับสิทธิประโยชน์จากบัตรได้ตามความต้องการของผู้ถือบัตรใน 3 หมวดหมู่ ได้แก่ LET’S EAT, SHOP และ PLAY (กิน-ช้อป-เพลย์)

LET'S SCB

โดยสามารถเลือกสิทธิพิเศษเพื่อรับส่วนลดและเครดิตเงินคืนแบบที่ต้องการได้ผ่าน LINE SCB Connect  และสามารถเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ได้ทุก 30 วัน

1.LET’S EAT: สิทธิพิเศษและส่วนลด ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และบริการส่งอาหาร

2.LET’S SHOP: สิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย สำหรับการช้อปปิ้งที่ร้านค้าชั้นนำ และการช้อปออนไลน์

3.LET’S PLAY: สิทธิพิเศษและส่วนลด ด้านความบันเทิง ได้แก่ เล่นเกม ดูหนัง และท่องเที่ยว

นอกจากนี้ลูกค้าทุกคนยังได้ สิทธิฟรีความคุ้มครองประกันภัย LET’S PROTECT จาก ประกันภัยไทยวิวัฒน์  โดยให้ประกันรถยนต์ COVID-19 การเดินทาง และโจรกรรม สามารถเปิด-ปิดตามใจ 20 ชั่วโมง และเติมเงินเพิ่มในราคาไม่ถึง 1 บาทต่อชั่วโมง รวมทั้งคูปองส่วนลดจากร้านค้าพันธมิตร

จากสิทธิประโยชน์ดักล่าวทำให้ บัตรเดบิต LET’S SCB Mastercard เป็นใบแรกและใบเดียวที่ให้สิทธิประโยชน์และส่วนลดสูงสุดกว่า 10,000 บาท/ ปี จากพันธมิตรกว่า 35 ราย  การสมัครบัตรเดบิตค่าใช้จ่าย 100 บาท และค่าธรรมเนียมรายปี 200 บาท

“เชื่อว่าบัตรเดบิตใหม่นี้ จะมาแก้ pain point ของลูกค้าบัตรเดบิตที่ส่วนมากจะมีสิทธิประโยชน์ที่ไม่ตรงกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้ถือบัตร”

LET'S SCB บัตรเดบิต

เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ไทยพาณิชย์ใช้กลยุทธ์ Music Marketing  ผ่านพรีเซนเตอร์ตัวแทนคนรุ่นใหม่ “ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต” นักร้อง นักแสดงชื่อดัง มาช่วยสร้างการจดจำผ่านเอ็กซ์คลูซีฟซิงเกิ้ล “นาทีนี้ LET’S LOVE” เพื่อเล่าเรื่องสิทธิประโยชน์ของบัตรผ่านการทำตลาดแบบครบวงจร โดยใช้งบการตลาดทั้งปี 100 ล้านบาท

ปัจจุบันไทยพาณิชย์ลูกค้าถือบัตรเดบิต 10 ล้านใบ หลังเปิดตัว บัตรเดบิต “LET’S SCB Mastercard” ตั้งเป้าหมายสิ้นปี 2564 จะมีบัตรเดบิตใหม่เพิ่มขึ้น 3 ล้านใบ ช่วยดันยอดธุรกรรมผ่านบัตรโต 30% และมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้น 30% และช่วยกระตุ้นให้คนไทยหันมาใช้บัตรเดบิตแทนการใช้เงินสดในชีวิตประจำวันมากขึ้น และก้าวไปสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบต่อไป

LET'S SCB บัตรเดบิต SCB