HomeBrand Move !!ทรูมันนี่เปิดเกม “แตะจ่าย” เดิมพันครั้งใหญ่ของ PaymentTech ที่ต้องท้าทาย “QR Code”

ทรูมันนี่เปิดเกม “แตะจ่าย” เดิมพันครั้งใหญ่ของ PaymentTech ที่ต้องท้าทาย “QR Code”

แชร์ :

คุณมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกยกให้เป็นหนึ่งในประเทศที่การชำระเงินผ่าน QR Code เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เห็นได้จากภาพของผู้คนที่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสแกนจ่ายค่าสินค้าและบริการที่ปรากฏให้เห็นจนชินตากันทั่วไป แต่การสแกน QR Code ที่เราคุ้นเคยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่ เมื่อ TrueMoney ออกมาประกาศเปิดตัวบริการ “แตะจ่าย” ที่ผู้ใช้งานสามารถนำสมาร์ทโฟนแตะที่เครื่องรับชำระเงินได้โดยตรงโดยไม่ต้องผูกบัตรเครดิต และเป็นครั้งแรกของไทยที่ผู้ใช้ดิจิทัลวอลเล็ตสามารถเข้าถึงประสบการณ์การชำระเงินแบบ Contactless ได้ผ่านแอปเพียงอย่างเดียวด้วย

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

สำหรับการทดสอบบริการแตะจ่ายเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยคุณมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัดเผยว่า มีการทดลองในร้าน 7-Eleven (จำกัดจำนวนสาขา) ในช่วงไตรมาส 1 ก่อนจะเริ่มขยายสู่ร้าน 7-Eleven ในสาขาที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงร้านค้าพาร์ทเนอร์ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี (เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน) จนนำไปสู่การเปิดตัวในระดับประเทศในที่สุด

พร้อมกันนั้นได้มีการเปิดอินไซต์ของช่วงทดสอบ โดยพบว่า มีผู้ใช้บริการแตะจ่ายมากถึง 1.5 ล้านคน (จากผู้ใช้งานทรูมันนี่ที่ลงทะเบียนแล้วมากกว่า 35 ล้านรายในประเทศไทย) และเกิดการแตะจ่ายมากถึง 5 ล้านครั้ง โดยยอดการทำธุรกรรมต่อครั้งประมาณ  200 บาท

นอกจากนั้น ผู้บริหารทรูมันนี่ยังเผยด้วยว่า ยอดใช้จ่ายต่อผู้ใช้ยังเพิ่มขึ้น 14% ในระยะเวลา 30 วันหลังจากแตะจ่ายครั้งแรกด้วย

ในด้านกลุ่มเป้าหมายพบว่า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น และวัยทำงานนิยมมาแตะจ่ายสูงสุด โดยข้อมูลที่ได้ยังชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้งานประมาณ 70% ใช้มือถือระบบปฏิบัติการ iOS มาแตะจ่ายในขณะที่ 30% ใช้มือถือระบบปฏิบัติการ Android

เปิดตัวแตะจ่าย 2 รูปแบบ

สำหรับการเปิดตัวบริการแตะจ่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของทรูมันนี่นั้น พบว่า แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

  • การแตะจ่ายที่เครื่อง Bluetap (ตัวเครื่องสีส้มพร้อมแท่นวงกลมแสงสีฟ้าตรงกลาง) รองรับการแตะจ่ายของทั้งมือถือ iOS และ Android ที่มีแอปทรูมันนี่ (เป็นระบบ Closed Loop เพราะให้บริการในเครือข่ายร้านค้าพาร์ทเนอร์ของทรูมันนี่ เช่น 7-Eleven)
  • การแตะจ่ายที่เครื่อง EDC ที่มีสัญลักษณ์ Contactless ที่เรียกว่าระบบ Open Loop ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งาน Android  แตะจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 21ก.ค.69 (สำหรับ iOS รออัปเดทเพิ่มเติม)

ทั้งนี้ การแตะจ่ายทั้ง 2 รูปแบบยังถือเป็นครั้งแรกของโลก ที่ผู้ใช้สามารถแตะจ่าย ได้ทั้งเครื่องแบบ Closed Loop และ Open Loop และการแตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ที่เครื่อง BlueTap ยังทำได้ทั้ง iOS และ Android โดยไม่จำเป็นต้องมีหรือผูกบัตรเครดิตแต่อย่างใด

ส่วนเวลาในการทำธุรกรรมพบว่าอยู่ที่ 6 วินาที ซึ่งเร็วกว่าการชำระเงินแบบอื่นที่ต้องทำหลายขั้นตอนกว่าจะสำเร็จ โดย BlueTap เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกที่ร้าน 7-Eleven และร้านค้าพันธมิตรของทรูมันนี่ที่ร่วมรายการแล้ว และบริษัทฯ มีแผนขยายจุดให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 จุดรับชำระทั่วประเทศภายในเดือนกันยายน 2026

ด้านคุณธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวเสริมด้วยว่า “ปัจจุบัน ผู้บริโภคจำนวนมากยังเจออุปสรรคที่ยุ่งยากกว่าจะชำระเงินสำเร็จ ตั้งแต่ปลดล็อกโทรศัพท์ เปิดแอปพลิเคชัน ไปยังหน้าชำระเงิน และสแกน ในขณะที่หลายคนต้องการประสบการณ์ใช้จ่ายที่ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างการแตะจ่าย”

พร้อมกันนั้นยังมองว่า การมีฟีเจอร์แตะจ่ายทำให้ทรูมันนี่สามารถเข้าถึงธุรกิจที่ก่อนหน้านี้อาจไม่เคย หรือมีการใช้จ่ายน้อยมาก่อนได้ด้วย เช่น ปั๊มน้ำมัน และมองว่า การเปิดตัวฟีเจอร์ “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” จะเข้ามาช่วยลดขั้นตอนในการชำระเงิน ให้รวดเร็ว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่พกสมาร์ตโฟนอยู่กับตัวตลอดเวลาได้นั่นเอง

ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่มี Alipay และ Mastercard อยู่เบื้องหลัง

สำหรับการขับเคลื่อนบริการแตะจ่ายครั้งนี้ ทรูมันนี่ยังมีบริษัทเทคโนโลยี และบริษัททางการเงินอย่าง Alipay และ Mastercard เป็นพันธมิตร ทำให้สามารถขยายบริการแตะจ่ายทำได้สะดวกขึ้น และครอบคลุมมากขึ้น โดยประสบการณ์การชำระเงินทั้งสองรูปแบบนี้เกิดจากความร่วมมือของทรูมันนี่กับ Alipay+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลวอลเล็ตของ Ant International ซึ่งครอบคลุมทั้ง BlueTap และ Alipay+ Tap โซลูชันการชำระเงินผ่านเทคโนโลยี NFC ที่พัฒนาร่วมกับ Mastercard

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเครื่อง EDC ให้บริการกว่า 900,000 จุดทั่วประเทศ และกว่า 150 ล้านจุดทั่วโลก โดยแบรนด์ที่อยู่ใน Pipe Line เพิ่มเติมยังมีสุกี้ตี๋น้อย, KFC ฯลฯ และจะมีการขยายฟีเจอร์ดังกล่าวไปยังบริการรถไฟฟ้า MRT ด้วย โดยคาดว่าจะเริ่มแตะจ่ายเพื่อเข้าสถานีรถไฟฟ้า MRT ด้วยโทรศัพท์มือถือได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่า อุตสาหกรรม Payment อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนโฉมหน้าอีกครั้ง จากแค่การจ่ายเงิน ไปสู่การทำให้ธุรกรรมนั้น ๆ สะดวกและรวดเร็วขึ้น (และยังอาจปลอดภัยกว่า) โดยคุณมนสินียกตัวอย่างการสแกน QR Code ที่อาจมีการนำโค้ดปลอมมาแปะทับ ทำให้โอนเงินผิดเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญ

คุณธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด

เปิดที่มารายได้ “บริการแตะจ่าย”

ส่วนที่มาของรายได้จากการเปิดตัวบริการครั้งนี้ พบว่า เป็นรายได้จากค่าธรรมเนียม  เนื่องจากบริการแตะจ่ายทำให้ทรูมันนี่อยู่ในฐานะของธนาคารผู้ออกบัตร หรือ Issuer ซึ่งในส่วนของเครื่อง Bluetap จะเป็นการทำข้อตกลงกับทางทรูมันนี่โดยตรง ส่วนเครื่อง EDC ทางร้านค้าจะจ่ายค่าใช้จ่ายให้กับธนาคารเจ้าของเครื่องอยู่แล้ว และทางทรูมันนี่จะได้รับค่าธรรมเนียม Interchange นี้จากเครือข่ายการรับชำระเงิน โดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมจากร้านค้าโดยตรงแต่อย่างใด ซึ่งคุณมนสินี และคุณธนรัฐเผยว่า ค่าธรรมเนียมที่ได้รับกลับมาจะถูกนำไปใช้เป็นสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าต่อไป เช่น การให้แคชแบ็กกับผู้ที่ใช้บริการแตะจ่าย, การแลกกาแฟฟรีจาก All Cafe โดยจะมีการประกาศสิทธิประโยชน์อย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ดี ความท้าทายที่แท้จริงของทรูมันนี่ในการเปิดตัวบริการใหม่ครั้งนี้อาจไม่ใช่การพัฒนาฟีเจอร์แตะจ่ายให้ใช้งานได้ แต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการสแกน QR Code มานานหลายปีไปสู่การหยิบมือถือมาแตะที่ BlueTap หรือเครื่อง EDC ได้ในทันที  หรือก็คือความท้าทายรอบนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีใดดีกว่า แต่เป็นการแข่งขันว่าใครจะสามารถสร้างประสบการณ์การชำระเงินที่สะดวกจนผู้บริโภคไม่อยากกลับไปใช้วิธีเดิมอีกต่อไปนั่นเอง

 


แชร์ :

You may also like