คุณมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกยกให้เป็นหนึ่งในประเทศที่การชำระเงินผ่าน QR Code เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เห็นได้จากภาพของผู้คนที่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสแกนจ่ายค่าสินค้าและบริการที่ปรากฏให้เห็นจนชินตากันทั่วไป แต่การสแกน QR Code ที่เราคุ้นเคยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่ เมื่อ TrueMoney ออกมาประกาศเปิดตัวบริการ “แตะจ่าย” ที่ผู้ใช้งานสามารถนำสมาร์ทโฟนแตะที่เครื่องรับชำระเงินได้โดยตรงโดยไม่ต้องผูกบัตรเครดิต และเป็นครั้งแรกของไทยที่ผู้ใช้ดิจิทัลวอลเล็ตสามารถเข้าถึงประสบการณ์การชำระเงินแบบ Contactless ได้ผ่านแอปเพียงอย่างเดียวด้วย
สำหรับการทดสอบบริการแตะจ่ายเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยคุณมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัดเผยว่า มีการทดลองในร้าน 7-Eleven (จำกัดจำนวนสาขา) ในช่วงไตรมาส 1 ก่อนจะเริ่มขยายสู่ร้าน 7-Eleven ในสาขาที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงร้านค้าพาร์ทเนอร์ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี (เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน) จนนำไปสู่การเปิดตัวในระดับประเทศในที่สุด
พร้อมกันนั้นได้มีการเปิดอินไซต์ของช่วงทดสอบ โดยพบว่า มีผู้ใช้บริการแตะจ่ายมากถึง 1.5 ล้านคน (จากผู้ใช้งานทรูมันนี่ที่ลงทะเบี
นอกจากนั้น ผู้บริหารทรูมันนี่ยังเผยด้วยว่า ยอดใช้จ่ายต่อผู้ใช้ยังเพิ่มขึ้น 14% ในระยะเวลา 30 วันหลังจากแตะจ่ายครั้งแรกด้วย
ในด้านกลุ่มเป้าหมายพบว่า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น และวัยทำงานนิยมมาแตะจ่ายสูงสุด โดยข้อมูลที่ได้ยังชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้งานประมาณ 70% ใช้มือถือระบบปฏิบัติการ iOS มาแตะจ่ายในขณะที่ 30% ใช้มือถือระบบปฏิบัติการ Android
เปิดตัวแตะจ่าย 2 รูปแบบ
สำหรับการเปิดตัวบริการแตะจ่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของทรูมันนี่นั้น พบว่า แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
- การแตะจ่ายที่เครื่อง Bluetap (ตัวเครื่องสีส้มพร้อมแท่นวงกลมแสงสีฟ้าตรงกลาง) รองรับการแตะจ่ายของทั้งมือถือ iOS และ Android ที่มีแอปทรูมันนี่ (เป็นระบบ Closed Loop เพราะให้บริการในเครือข่ายร้านค้าพาร์ทเนอร์ของทรูมันนี่ เช่น 7-Eleven)
- การแตะจ่ายที่เครื่อง EDC ที่มีสัญลักษณ์ Contactless ที่เรียกว่าระบบ Open Loop ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งาน Android แตะจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 21ก.ค.69 (สำหรับ iOS รออัปเดทเพิ่มเติม)
ทั้งนี้ การแตะจ่ายทั้ง 2 รูปแบบยังถือเป็นครั้งแรกของโลก ที่ผู้ใช้สามารถแตะจ่าย ได้ทั้งเครื่องแบบ Closed Loop และ Open Loop และการแตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ที่เครื่อง BlueTap ยังทำได้ทั้ง iOS และ Android โดยไม่จำเป็นต้องมีหรือผูกบัตรเครดิตแต่อย่างใด
ส่วนเวลาในการทำธุรกรรมพบว่าอยู่ที่ 6 วินาที ซึ่งเร็วกว่าการชำระเงินแบบอื่นที่ต้องทำหลายขั้นตอนกว่าจะสำเร็จ โดย BlueTap เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกที่ร้าน 7-Eleven และร้านค้าพันธมิตรของทรูมันนี่ที่ร่วมรายการแล้ว และบริษัทฯ มีแผนขยายจุดให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 จุดรับชำระทั่วประเทศภายในเดือนกันยายน 2026
ด้านคุณธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวเสริมด้วยว่า “ปัจจุบัน ผู้บริโภคจำนวนมากยังเจออุปสรรคที่ยุ่งยากกว่าจะชำระเงินสำเร็จ ตั้งแต่ปลดล็อกโทรศัพท์ เปิดแอปพลิเคชัน ไปยังหน้าชำระเงิน และสแกน ในขณะที่หลายคนต้องการประสบการณ์ใช้จ่ายที่ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างการแตะจ่าย”
พร้อมกันนั้นยังมองว่า การมีฟีเจอร์แตะจ่ายทำให้ทรูมันนี่สามารถเข้าถึงธุรกิจที่ก่อนหน้านี้อาจไม่เคย หรือมีการใช้จ่ายน้อยมาก่อนได้ด้วย เช่น ปั๊มน้ำมัน และมองว่า การเปิดตัวฟีเจอร์ “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” จะเข้ามาช่วยลดขั้นตอนในการชำระเงิน ให้รวดเร็ว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่พกสมาร์ตโฟนอยู่กับตัวตลอดเวลาได้นั่นเอง
ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่มี Alipay และ Mastercard อยู่เบื้องหลัง
สำหรับการขับเคลื่อนบริการแตะจ่ายครั้งนี้ ทรูมันนี่ยังมีบริษัทเทคโนโลยี และบริษัททางการเงินอย่าง Alipay และ Mastercard เป็นพันธมิตร ทำให้สามารถขยายบริการแตะจ่ายทำได้สะดวกขึ้น และครอบคลุมมากขึ้น โดยประสบการณ์การชำระเงินทั้
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเครื่อง EDC ให้บริการกว่า 900,000 จุดทั่วประเทศ และกว่า 150 ล้านจุดทั่วโลก โดยแบรนด์ที่อยู่ใน Pipe Line เพิ่มเติมยังมีสุกี้ตี๋น้อย, KFC ฯลฯ และจะมีการขยายฟีเจอร์ดังกล่าวไปยังบริการรถไฟฟ้า MRT ด้วย โดยคาดว่าจะเริ่มแตะจ่ายเพื่อเข้าสถานีรถไฟฟ้า MRT ด้วยโทรศัพท์มือถือได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่า อุตสาหกรรม Payment อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนโฉมหน้าอีกครั้ง จากแค่การจ่ายเงิน ไปสู่การทำให้ธุรกรรมนั้น ๆ สะดวกและรวดเร็วขึ้น (และยังอาจปลอดภัยกว่า) โดยคุณมนสินียกตัวอย่างการสแกน QR Code ที่อาจมีการนำโค้ดปลอมมาแปะทับ ทำให้โอนเงินผิดเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญ

คุณธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด
เปิดที่มารายได้ “บริการแตะจ่าย”
ส่วนที่มาของรายได้จากการเปิดตัวบริการครั้งนี้ พบว่า เป็นรายได้จากค่าธรรมเนียม เนื่องจากบริการแตะจ่ายทำให้ทรูมันนี่อยู่ในฐานะของธนาคารผู้ออกบัตร หรือ Issuer ซึ่งในส่วนของเครื่อง Bluetap จะเป็นการทำข้อตกลงกับทางทรูมันนี่โดยตรง ส่วนเครื่อง EDC ทางร้านค้าจะจ่ายค่าใช้จ่ายให้กับธนาคารเจ้าของเครื่องอยู่แล้ว และทางทรูมันนี่จะได้รับค่าธรรมเนียม Interchange นี้จากเครือข่ายการรับชำระเงิน โดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมจากร้านค้าโดยตรงแต่อย่างใด ซึ่งคุณมนสินี และคุณธนรัฐเผยว่า ค่าธรรมเนียมที่ได้รับกลับมาจะถูกนำไปใช้เป็นสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าต่อไป เช่น การให้แคชแบ็กกับผู้ที่ใช้บริการแตะจ่าย, การแลกกาแฟฟรีจาก All Cafe โดยจะมีการประกาศสิทธิประโยชน์อย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้
อย่างไรก็ดี ความท้าทายที่แท้จริงของทรูมันนี่ในการเปิดตัวบริการใหม่ครั้งนี้อาจไม่ใช่การพัฒนาฟีเจอร์แตะจ่ายให้ใช้งานได้ แต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการสแกน QR Code มานานหลายปีไปสู่การหยิบมือถือมาแตะที่ BlueTap หรือเครื่อง EDC ได้ในทันที หรือก็คือความท้าทายรอบนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีใดดีกว่า แต่เป็นการแข่งขันว่าใครจะสามารถสร้างประสบการณ์การชำระเงินที่สะดวกจนผู้บริโภคไม่อยากกลับไปใช้วิธีเดิมอีกต่อไปนั่นเอง






