HomeBrand Move !!ธุรกิจร้านสะดวกซื้อหนุน CPALL ไตรมาส 2/69 โกยกำไร 7,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%

ธุรกิจร้านสะดวกซื้อหนุน CPALL ไตรมาส 2/69 โกยกำไร 7,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%

แชร์ :

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

บมจ.ซีพี ออลล์ หรือ CPALL สรุปผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 265,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% มีกำไรสุทธิ 7,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% สรุปได้ดังนี้

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

– รายได้จากการขายสินค้าและบริการ จำนวน 257,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าของทุกกลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า และกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ จากการที่ทุกกลุ่มธุรกิจได้ปรับกลยุทธ์ด้านสินค้าตลอดเวลา รวมถึงกลยุทธ์ O2O ของแต่ละหน่วยธุรกิจเป็นปัจจัยเสริมการเติบโตของรายได้อีกทางหนึ่ง

มีกำไรสุทธิ 7,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และธุรกิจอื่น ๆ การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

ธุรกิจร้าน 7-Eleven ไตรมาส 2/69 กำไรเพิ่มขึ้น 13.5%

สำหรับผลการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ  7-Eleven ไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 123,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1%  มีกำไรสุทธิ 10,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

– ร้าน 7-Eleven เปิดสาขาใหม่รวม 200 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศรวม 16,284 สาขา

– ไตรมาสนี้มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเท่ากับ 85,843 บาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มียอดซื้อต่อบิล 90 บาท

– จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 959 คน ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยสรุปไตรมาสนี้ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังคงได้รับประโยชน์จากปัจจัยด้านฤดูกาล จากสภาพอากาศที่ร้อนต่อเนื่อองตั้งแต่ต้นปี ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่นักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังได้รับผลกระทบจากการที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในช่วงปลายไตรมาส

โดยธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังคงใช้แผนกลยุทธ์ที่สอดรับกับสถานการณ์ตลอดเวลา โดยคำนึงถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ โดยนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ พร้อมกับโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ประกอบกับความพยายามในการเพิ่มรายได้จากการขายสินค้า ผ่านกลยุทธ์ O2O อาทิ 7Delivery และ All Online ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยมีสัดส่วนประมาณ 11% ของรายได้จากการขายสินค้ารวม

ในไตรมาส 2 ปี 2569 สัดส่วนของรายได้จากการขาย 77.5% มาจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และ 22.5% มาจากสินค้าอุปโภค สัดส่วนรายได้ในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในช่วงฤดูกาล รวมทั้งมีการออกสินค้าใหม่ควบคู่กับโปรโมชันของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่ตรงความต้องการของลูกค้า และสามารถดึงดูดลูกค้าได้เพิ่มขึ้น ทั้งไทยและต่างชาติ สะท้อนให้เห็นว่า ร้าน 7-Eleven เป็นจุดหมายปลายทางที่ 1 ในใจลูกค้าเมื่อนึกถึงอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกที่และทุกเวลา

การดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในต่างประเทศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีร้านสาขาใน สปป.ลาว รวม 32 สาขา และในกัมพูชา 39 สาขา

แนวโน้มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ปี 2569 วางแผนพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการ ทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการขยายเครือข่ายร้านสาขาต่อเนื่องไปตามการขยายตัวของชุมชน โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยว และทำเลที่มีศักยภาพอื่น ๆ โดยวางแผนลงทุนเปิดร้านสาขาใหม่ในประเทศไทยรวม 700 สาขาในปี 2569 และมีเป้าหมายเปิดร้านใหม่เพิ่มในสปป.ลาว สำหรับกัมพูชา มีการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับการดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลง โดยปีนี้จะใช้เงินลงทุนรวม 12,000 – 13,600 ล้านบาท


แชร์ :

You may also like