ฮาคูโฮโด ชี้ แม้โควิดยังอยู่ แต่สงกรานต์นี้ “คนไทย” พร้อมเปย์หนักซื้อความสุขให้ตนเองและครอบครัว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การทำธุรกิจในวันนี้เต็มไปด้วยความ “ท้าทาย” กว่าในอดีตมาก เพราะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนที่ยากจะคาดเดามากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหลังจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 เข้ามาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จนทำให้วิถีการใช้ชิวิตและพฤติกรรมบางอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลงไป

- Advertisement -

สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ร่วมกับ บริษัท เดลฟิส ฮาคูโฮโด (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับแนวโน้มพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวไทยประจำเดือนเมษายน 2564 ซึ่งจัดทำทุกๆ 2 เดือน เพื่อคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศ โดยผลการสำรวจครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คนใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อที่จะให้แบรนด์ได้เข้าใจ และเร่งปรับกลยุทธ์ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน

ผู้บริโภคพร้อมใจเปย์ หลังอั้นมานาน

ถึงแม้ความไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงอยู่ในชีวิตของคนไทย แต่ผลสำรวจชี้ว่า คนไทยเริ่มมีความผ่อนคลายในการใช้จ่ายหลายๆ ด้านมากขึ้นเมื่อเทียบกับในช่วงที่ผ่านมา โดยความต้องการใช้จ่ายในเดือนเมษายน 2564 อยู่ที่ 56 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 54 คะแนนในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้บริโภคกล้าจับจ่าย “สินค้าที่ดีต่อใจ” เพื่อความสุขของตนเองและครอบครัวมากขึ้นเกือบทุกประเภท โดยเฉพาะการใช้จ่ายไปกับการทานอาหารนอกบ้าน การซื้อเสื้อผ้าใหม่ รวมไปถึงการซื้อสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านเพื่อความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้นทำให้เกิดวิถีใหม่ในการ “สร้างสุขได้เองที่บ้าน”

ขณะที่การซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันเริ่มมีการซื้อ “น้อยลง” เมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งก่อน โดยสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคอยากซื้อมากที่สุดในเดือนเมษายน 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหาร 18% ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน 13% โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน 11%เครื่องใช้ภายในบ้าน 7% และเสื้อผ้า 7% ทั้งยังมีความต้องการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย เพราะต้องกักตัวอยู่บ้านจากการระบาดของโควิด-19 จนทำให้อยากออกมาท่องเที่ยว

ความสุขคนไทยกลับมาเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ระดับความสุขของคนไทยกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง เห็นได้จากการให้ระดับความสุขในปัจจุบันอยู่ที่ 65 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจในครั้งก่อนซึ่งระดับคะแนนอยู่ที่ 64 คะแนน เนื่องจากเทศกาลแห่งความสุขในวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ จึงทำให้ผู้บริโภคเตรียมตัวเดินทางท่องเที่ยวและกลับมาพบปะครอบครัว คนใกล้ชิด รวมถึงการที่แบรนด์ต่างๆ หันมาจัดมหกรรมลดราคามาจูงใจผู้บริโภคมากขึ้น

ส่วนการคาดการณ์ระดับความสุขใน 3 เดือนข้างหน้า ผู้บริโภคคาดว่าจะมีความสุขเท่ากับตอนนี้คือ ร้อยละ 51 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากการสำรวจครั้งก่อน คาดว่าจะมีความสุขมากขึ้นร้อยละ 43 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และคาดว่าจะมีความสุขน้อยลงร้อยละ 6 ลดลงร้อยละ 4

ภาคตะวันออก แชมป์จับจ่ายสูงสุด

หากจำแนกตามภาค ผลสำรวจพบว่า แนวโน้มความต้องการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ โดยภาคตะวันออกมีความต้องการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากที่สุดโดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและระยอง จากสินค้ากลุ่มอาหาร ของใช้ในชีวิตประจำวัน และเสื้อผ้า ซึ่งอาจเป็นผลจากการซื้อทดแทนของที่หมดไปในช่วงล็อคดาวน์ และสำหรับการประกอบอาชีพเพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึงอีกครั้ง ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ มีแนวโน้มความต้องการใช้จ่ายลดลง

ขณะที่เมื่อแบ่งตามช่วงอายุ พบว่าแนวโน้มความต้องการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นผู้หารายได้หลักของครอบครัว โดยอาจเป็นการจับจ่ายเพื่อเตรียมตัวสำหรับเทศกาลและวันหยุดยาว เช่น ซื้อของขวัญให้ครอบครัวและคนพิเศษ หรือซื้อของตามที่วางแผนไว้แล้วเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น

คนไทยสนใจข่าวมาตรการรัฐมากขึ้น

นอกจากพฤติกรรมการจับจ่ายที่เปลี่ยนไปแล้ว ผลสำรวจยังพบพฤติกรรมการติดตามข่าวสารของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยข่าวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา แม้โควิด-19 ยังเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่ความสนใจลดลงเหลือร้อยละ 24 จากร้อยละ 81 ในการสำรวจครั้งก่อน โดยผู้บริโภคเบนความสนใจไปสู่มาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการเราชนะ เรารักกัน หรือวัคซีนโควิด อีกทั้งต้องการเห็นความชัดเจนเรื่องความเป็นธรรมในสังคมและความโปร่งใสของภาครัฐ จากการติดตามข่าวการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ม็อบเมียนมาร์ ลุงพลกับคดีน้องชมพู่ หรือข่าวเมียหลวงบุกงานแต่ง

สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยอยากเห็นความถูกต้องและโปร่งใส ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สื่อน้องใหม่อย่างแอปพลิเคชัน Clubhouse กลายเป็นสื่อยอดนิยมในช่วงนี้ เพราะเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระเสรีและตรงไปตรงมา นอกจากนี้ผู้บริโภคยังสนใจข่าวเกี่ยวกับการหาช่องทางสร้างรายได้จากการลงทุน เช่น บิตคอยน์ หุ้นโออาร์ และทองคำ