“โค้ก” ลุยตลาดน้ำอัดลม “Hybrid” ทั่วโลก! เตรียมขาย “โค้ก ผสมกาแฟบราซิล” 3 สูตรที่สหรัฐ

Coca-Cola with Coffee
Photo Credit : The Coca-Cola Company

น้ำอัดลมไม่ว่าจะเป็นโคล่า หรือน้ำสีรสพื้นฐานกลายเป็น Mainstream Product ไปแล้ว ในขณะที่ทุกวันไลฟ์สไตล์ รสนิยม หรือความชอบของผู้บริโภคซับซ้อนขึ้น เปลี่ยนแปลงเร็ว และเป็นยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น 

เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่ น้ำอัดลม แม้จะเป็น Soft Drink ที่ทุกคนทั่วโลกคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี และหาซื้อง่าย มีทุกหนแห่ง ยังคงเป็นเครื่องดื่มแรกๆ ที่เวลาอยากดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น ผู้บริโภคจะเลือกซื้อ 

นี่จึงเป็น โจทย์ใหญ่ ของตลาดน้ำอัดลม ซึ่งมี 2 แบรนด์หลักที่ Dominate ตลาดทั่วโลก คือ โคคาโคลา และ เป๊ปซีโค 

หนึ่งในกลยุทธ์ที่จะทำให้น้ำอัดลมยังเป็นเครื่องดื่มที่ผู้บริโภคเลือกดื่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่โตมากับตลาด Soft Drink กลายเป็น Fragment คือ การครีเอท Sub-category เครื่องดื่มอัดลมด้วยการพัฒนารูปแบบ “Hybrid” ที่ผสมกับส่วนผสมอื่น เป็นการสร้าง Value Added ให้กับผลิตภัณฑ์ และแบรนด์ เพื่อให้ได้รสชาติใหม่ที่แตกต่าง  

อย่างโคคาโคลาพัฒนา โค้ก ผสมกาแฟเริ่มทำตลาดที่ ญี่ปุ่น ประเทศแรกในปี 2018 จากนั้นได้ขยายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก เช่น ออสเตรเลีย, บราซิล, เวียดนาม, ตุรกี, อิตาลี และประเทศไทย 

ล่าสุด โคคาโคลาเตรียมวางจำหน่าย โค้ก ผสมกาแฟหรือ “Coca-Cola® With Coffee” ที่สหรัฐอเมริกาในเดือนมกราคม ปี 2021 หลังจากก่อนหน้านั้นที่ตลาดอเมริกาได้เปิดตัว Coke Energy/Coke Energy Cherry, Cherry Vanilla Coke, Orange Vanilla Coke

โดย “โค้ก ผสมกาแฟ” ที่ผลิตและทำตลาดในสหรัฐฯ ใช้กาแฟบราซิล 100% พัฒนาออกมา 3 รสชาติคือ Dark Blend, Vanilla และ Caramel ในแพคเกจจิ้งกระป๋องขนาด 12 ออนซ์ 

Coca-Cola with Coffee
Photo Credit : The Coca-Cola Company

โค้ก ผสมกาแฟ (Coca-Cola® With Coffee) เป็นผลลัพธ์ของกลยุทธ์บริษัท ““Lift and Shift” คือ การต่อยอดนวัตกรรมเครื่องดื่มที่ประสบความสำเร็จจากตลาดหนึ่ง สู่อีกตลาดหนึ่ง ผ่านการทดลอง, ทดสอบ และเรียนรู้ ทำให้ได้นวัตกรรมเครื่องดื่ม Hybrid  ที่ทำให้โคคาโคลาเป็นผู้บุกเบิก Category ใหม่ที่เราเรียกว่า Refreshment Coffee

ผลิตภัณฑ์โค้ก ผสมกาแฟ ทดลองตลาดครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น และปัจจุบันหาซื้อได้ในกว่า 30 ประเทศ โดยหลักใหญ่แต่ละประเทศไม่แตกต่าง เพียงแค่ปรับสูตรกาแฟ และแพคเกจจิ้งให้เข้ากับรสนิยมของคนท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ” Jaideep Kibe รองประธาน Coca-Cola อเมริกาเหนือ เล่าถึงสินค้าใหม่ 

การพัฒนาสูตรผสมกาแฟ นอกจากสร้าง Value Added ให้กับเครื่องดื่มโคล่าแล้ว ยังเป็น Cross Category กับ “ตลาดกาแฟ” 1 ใน 3 เครื่องดื่มที่คนทั่วโลกดื่มมากที่สุด (อีก 2 เครื่องดื่ม คือ น้ำเปล่า และชา)

ดังนั้นการนำกาแฟมาเป็นส่วนประกอบในโคล่าด้วยนั้น เป็นการเข้าไปแชร์ตลาดกาแฟ เพื่อดึงผู้บริโภคที่ดื่มกาแฟอยู่แล้ว หันมาดื่มโค้กสูตรผสมกาแฟ ขณะเดียวกันยังช่วย “ดัก” ผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ ให้ยังคงเลือกดื่มโค้ก ที่ตอบโจทย์ทั้ง Refreshment และดับกระหาย เพราะปัจจุบันคนรุ่นใหม่ หันมาดื่มกาแฟตั้งแต่อายุยังน้อยมากขึ้น

Javier Meza ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด Coca-Cola Company เสริมว่า ความชอบ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเปลี่ยน ดังนั้นเราต้องพัฒนา Product/Brand Portfolio ของเราให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค 

โคคาโคลา ในฐานะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มครบวงจร เรายังคงฟังเสียงของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมองหาวิธีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ และนำพาผู้บริโภคได้มาพบกับเครื่องดื่มที่เขาต้องการ”​ 

 

Source