Coca-Cola บุกตลาด “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” อีกระลอก เปิดตัวสินค้าใหม่จับเทรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำ

Coca-Cola หรือที่ผู้บริโภคในประเทศไทยเรียกกันติดปากว่า “โค้ก” เป็นบริษัทเครื่องดื่มประเทศ Soft Drink ยักษ์ใหญ่ของโลก แต่สินค้าเครื่องดื่มที่โค้กไม่เคยทำก็คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์การแข่งขันเปลี่ยนแปลงไป “โค้ก” กำลังแหวกประเพณีของตัวเอง ด้วยการเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา หลังจากมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วในญี่ปุ่น

“เราวางแผนที่จะบุกตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเต็มตัว เพื่อที่จะผลักดันการเติบโตที่ยั่งยืนของเรา ถึงแม้ว่าการแข่งขันนี้จะรุนแรง” นี่คือแถลงการณ์ของ Coca-Cola เมื่อครั้งเปิดตัวเครื่องดื่ม Chūhai (เหล้าหวานของญี่ปุ่น) แบรนด์ Lemondo 

และดูเหมือนว่าคำกล่าวนี้จะได้รับการพิสูจน์อีกขั้นหนึ่งเมื่อ “โค้ก” บุกตลาดนี้อีกครั้ง ด้วยเครื่องดื่มประเภท hard-seltzer (เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อัดก๊าซ) ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกาในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ด้วยแบรนด์ Topo Chico ที่เดิมขายน้ำแร่อัดก๊าซ (Sparkling) อยู่แล้ว

แบรนด์ Topo Chico เป็นแบรนด์น้องใหม่ในเครือ ที่ Coca-Cola ซื้อมาในปี 2017 เพราะเล็งเห็นในศักยภาพในเม็กซิโกและเท็กซัส ทั้งในส่วนของสินค้าประเภทค็อกเทล และเครื่องดื่มที่ช่วยฟื้นฟูจากอาการแฮงค์ รวมทั้งความสามารถด้านการกระจายสินค้าและเครือข่ายธุรกิจที่มีอยู่ จากการรายงานของ Bloomberg พบว่า ในปี 2019 ยอดขายของ Topo Chico พุ่งขึ้นถึง 39% หรือเกือบๆ 130 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับ 12 เดือนก่อนหน้าที่โค้กจะซื้อแบรนด์นี้เข้ามา

สำหรับการทำตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของโค้กผ่านแบรนด์นี้ ทางบริษัทวางแผนเอาไว้ว่าจะทดลองที่บางเมืองในประเทศละตินอเมริกา ช่วงปลายปี 2020 นี้ ก่อนจะขยายเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาในปี 2021

ตลาด hard-seltzer กำลังเป็นสินค้าที่น่าจับตามองในสหรัฐอเมริกา ที่มาพร้อมกับเทรนด์เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่ำ จากข้อมูลของ Nielsen ระบุว่า สินค้าในกลุ่มนี้มีจำนวนผู้เล่นมากขึ้นจาก 10 แบรนด์ในปี 2018 กลายมาเป็น 65 แบรนด์ในปัจจุบัน 2 แบรนด์ใหญ่ที่เพิ่งกระโดดลงมาในสงครามนี้ก็เช่น Bud Light Seltzer และ Corona Seltzer ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา โดยแบรนด์ที่เป็นเบอร์หนึ่งของตลาดนี้ชื่อว่า White Claw 

Source