เอไอเอสไฟเบอร์เร่งขยายตลาดคอนโด พร้อมชี้เทรนด์ Covid-19 ทำคนประหยัดมากขึ้น

คุณศรัณย์ ผโลประการ

ในช่วง Covid-19 หนึ่งในธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างมากก็คือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เหตุเพราะพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตในที่ทำงานมาสู่การทำงานจากบ้าน (Work From Home) ในช่วงล็อกดาวน์ ทำให้ความต้องการติดอินเทอร์เน็ตไวไฟเพื่อรองรับการทำงานแบบ Work From Home เพิ่มสูง

โดยผู้ให้บริการที่ออกมาเปิดเผยภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกอย่างเอไอเอส ไฟเบอร์น่าจะสะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ดี กับตัวเลขผู้ใช้งานไตรมาสแรกอยู่ที่ 1.1 ล้านราย ส่วนในไตรมาส 2 ณ ตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ เนื่องจากเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์

ขณะที่การเติบโตในภาพรวมนั้น คุณศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานบริหารธุรกิจฟิกซ์ บรอดแบนด์ เอไอเอส เผยว่า ตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ให้ไม่ต่ำกว่าปีที่แล้ว

โดยในปีที่แล้ว เอไอเอสไฟเบอร์มีลูกค้าเพิ่มกว่า 3 แสนราย (จากผู้ใช้บริการกว่า 7 แสนรายเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 ล้านราย) และสัดส่วนของผู้ใช้บริการ 50% อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และอีกครึ่งหนึ่งคือต่างจังหวัด

สำหรับในปีนี้ เอไอเอสไฟเบอร์ได้ออกมาประกาศว่า บริการของบริษัทนั้น ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศแล้ว และมีตลาดที่น่าสนใจผุดขึ้นมาหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ คอนโดมิเนียม โดยปัจจุบัน เอไอเอสไฟเบอร์มีการเดินสายไฟเบอร์ให้กับอาคารชุดเหล่านี้แล้วมากกว่า 100 แห่ง และจะขยายเพิ่มอีก 400 – 500 แห่งภายในครึ่งปีหลัง

ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2021 – 2022 คอนโดมิเนียมอาจเป็น Used Case อันดับแรก ๆ ของการให้บริการสัญญาณ 5G ด้วย

1Gbps สปีดเป้าหมายของทุกค่ายโอเปอเรเตอร์

คุณศรัณย์ยังมองว่า ความเร็ว 1Gbps ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์คือสิ่งที่ทุกแบรนด์ตั้งเป้าจะไปให้ถึง อย่างไรก็ดี การจะเขยิบสปีดไปมากกว่านั้นจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เนื่องจากผู้ให้บริการจะมีต้นทุนให้แบกรับอีกพอสมควร ดังนั้น หากมีลูกค้าจำนวนหนึ่งขึ้นมาถึงสปีด 1Gbps กันแล้ว สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือ การเกิดตลาดใหม่ในวงการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ เป็นเซกเมนต์ที่ราคาย่อมเยา และสปีดก็ไม่แรงมากนักตามมา

“เรามองว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตความเร็ว 1Gbps ที่บ้าน เลยมองว่าตลาดในครึ่งปีหลังนี้อาจแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่ใช้อินเทอร์เน็ตสปีดสูง ราคาแพง กับกลุ่มที่ใช้อินเทอร์เน็ตสปีดต่ำ และราคาย่อมเยา”

ผู้บริหารเอไอเอสไฟเบอร์ยอมรับด้วยว่า ในช่วง Covid-19 ที่ผ่านมา แพกเกจที่ขายดีที่สุดก็คือ แพกเกจ Work From Home ราคา 399 บาท โดยปัจจัยส่วนหนึ่งอาจมาจากราคาที่ไม่สูงมาก ต่างจากแพกเกจอินเทอร์เน็ตไวไฟอื่น ๆ ที่มักเริ่มต้นบนราคา 599 บาทขึ้นไป

บริหารแบนด์วิธในช่วงวิกฤติ Covid-19

ผู้บริหารเอไอเอสไฟเบอร์ยังได้เล่าด้วยว่า ในช่วงแรกของการล็อกดาวน์นั้น พบปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 30% ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจทำให้ค่ายโอเปอเรเตอร์ประสบปัญหาในการให้บริการได้เช่นกัน

แต่สถานการณ์ดังกล่าวได้ผ่อนคลายลงเมื่อ YouTube และ Netflix ตัดสินใจประกาศปรับการสตรีมมิ่งคอนเทนต์จาก HD ลงมาเหลือที่ระดับมาตรฐาน ซึ่งช่วยสะกัดการเติบโตของทราฟฟิกได้ และทำให้ค่ายโอเปอเรเตอร์มีเวลาในการขยายเน็ตเวิร์กได้ทันเวลา

“เราขอขอบคุณ YouTube และ Netflix มา ณ ที่นี้ด้วย” คุณศรัณย์กล่าว

โดยความพิเศษที่เพิ่มขึ้นสำหรับลูกค้าเอไอเอส ไฟเบอร์ก็คือ การเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์กับ APPLE TV และ Samsung Smart TV ทำให้สามารถรับชมคอนเทนต์จาก AIS PLAY บน Apple TV และ Samsung Smart TV ได้แบบไม่ต้องมีกล่องเพิ่ม โดยมีคอนเทนต์น่าสนใจมากมาย เช่น กีฬาฟุตบอลลีกยุโรปจาก beIN Sports

“การมาถึงของ Covid-19 จึงมีทั้งผลกระทบในแง่บวกและลบ บวกคือทำให้ลูกค้าติดอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น แต่แง่ลบก็คือทำการตลาดได้ยากมาก ซึ่งอาจสรุปได้ว่า Covid-19 ไม่ได้ทำให้ลูกค้าเติบโตอย่างที่คาดไว้ แต่ก็ไม่ได้ร่วงไปอย่างมีนัยสำคัญ”

“อย่างไรก็ตาม Covid-19 ทำให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น แทนที่จะติดแพ็กเกจสูง ๆ ก็มาติดแพ็กเกจราคาไม่แพงแทน จึงเชื่อว่าเงินลงทุนตามแผนเดิมจะยังสามารถ Cover สถานการณ์ได้อยู่” คุณศรัณย์กล่าวปิดท้าย