สำหรับประเทศไทยในเวลานี้ อาจกล่าวได้ว่า “เมืองทองธานี” เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีพร้อมทั้งการเป็นที่อยู่อาศัย ศูนย์การประชุม โรงแรมที่พัก ช้อปปิ้งมอลล์ ไปจนถึงระบบคมนาคมขนส่ง ซึ่งศักยภาพดังกล่าวกำลังนำเมืองทองธานีไปสู่การยกระดับครั้งใหม่ นั่นคือการเป็นสมาร์ทซิตี้ต้นแบบของประเทศไทย ภายใต้การจับมือกับ AIS ผ่านแนวคิด “Muang Thong NEXT: The Smart & Connected City”
สำหรับที่มาของความร่วมมือครั้งนี้ คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยกับทางเอไอเอสมาระยะหนึ่งแล้ว แต่จุดเปลี่ยนคือการที่ 3BB เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของเมืองทองธานี
“Turning Point คือเรามีบริษัทในเครือของเอไอเอสมาอยู่ด้วย ก็คือ 3BB แล้วพอเขาเข้ามา เขาก็ศึกษาว่า ราคาอาหารที่นี่ประมาณเท่าไร คอนโดที่นี่ถ้าเช่าเดือนละกี่บาท เขาศึกษาอย่างดีว่าถ้าจะย้ายมาอยู่ที่นี่ ลูกน้องเขาจะอยู่กันอย่างไร สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจมา ก็อยู่กับเรามาปีกว่าแล้ว มันทำให้เราก็เลยคิดว่า เราสามารถทำงานด้วยกันได้ต่อเนื่อง และในอนาคต เราคงจะได้เรียนรู้จากเอไอเอสอีกมากเกี่ยวกับ Smart City ซึ่งโครงสร้างด้านดิจิทัลที่เราลงทุนไปวันนี้ มันก็ไม่ไปไหน ก็ช่วยกันทำให้ลูกให้หลานใช้กันต่อไป”
Muang Thong NEXT สมาร์ทซิตี้ที่รองรับ 2.2 ล้านคน
สำหรับศักยภาพด้านเครือข่าย เทคโนโลยี และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เอไอเอสจะนำเข้ามาเสริมทัพให้กับ Muang Thong NEXT ประกอบด้วย
- โครงข่ายมือถืออัจฉริยะ 5G ทั่วเมืองทองธานี พร้อมยกระดับสู่ 5G-ADVANCED ด้วยเทคโนโลยีรวมคลื่นความถี่ เพื่อเพิ่มความเร็ว และลดความหน่วง เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานหนาแน่นทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะศูนย์จัดงานและคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานพร้อมกันหลักหมื่นคน ทั้งการไลฟ์สตรีม, Immersive Experience, Extended Reality, Hologram และการถ่ายทอดสดคุณภาพสูงแบบเรียลไทม์
- ยกระดับทุกครัวเรือนสู่ Smart Living ด้วยเน็ตบ้าน AIS 3BB Fibre3 และมาตรฐานใหม่ของอินเทอร์เน็ตไร้สาย WiFi 7 ซึ่งรวมถึงการรองรับบริการอัจฉริยะในอนาคต เช่น Smart Home, Work from Home ไปจนถึง Telemedicine และระบบติดตามสุขภาพจากระยะไกล
- ทรานส์ฟอร์มธุรกิจรับยุค AI ด้วยโซลูชัน Hyper Connectivity, Sovereign Cloud, Data Center และ AI Solutions เพื่อช่วยให้อาคารสำนักงานและผู้ประกอบการขับเคลื่อน Digital Transformation ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับ Cloud ระดับโลก การวิเคราะห์ข้อมูล และบริการ Managed Service โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
- ยกระดับประสบการณ์คอนเสิร์ตและอีเวนต์ของ IMPACT ด้วยเครือข่าย WiFi และระบบเชื่อมต่อที่รองรับผู้ร่วมงานจำนวนมาก ให้การสื่อสาร ธุรกรรม และ Digital Engagement ดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับ Exhibitor และผู้จัดงาน รวมถึงการต่อยอดบริการ 5G VIP Ultra และ Boost Mode บนเครือข่าย 5G SA เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้น สำหรับผู้เข้าร่วมงาน
นอกจากนี้ จะมีการต่อยอดสู่ระบบบริหารเมืองอัจฉริยะครบวงจร ทั้ง AI CCTV, Smart Access, Digital Signage, Smart Meter, IoT, ระบบชำระเงินดิจิทัล, Data Analytics, Digital Library, Virtual Classroom และ Cyber Security พร้อมเชื่อมข้อมูลจากศูนย์ประชุม พื้นที่ธุรกิจ ที่พักอาศัย ค้าปลีก สถานศึกษา หน่วยงานด้านความมั่นคง และพื้นที่สาธารณะเข้าสู่ Smart City Data Platform และ Digital Twin เพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของเมืองแบบเรียลไทม์ วางแผนการจราจร พลังงาน การใช้พื้นที่ และความปลอดภัยได้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วย
พื้นที่ 4,000 ไร่ ดูแล “เมืองทองธานี” ไม่ง่าย

คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน)
“พื้นที่ของเมืองทองธานีค่อนข้างใหญ่ ประมาณ 4,000 ไร่ การดูแลไม่ใช่เรื่องง่าย เราไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เรามีเพื่อนบ้านที่ดีมาช่วยเรา และเชื่อว่าการร่วมมือกับเอไอเอสจะทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับสมาร์ทซิตี้จากเอไอเอสได้อีกมาก”
คุณพอลยังได้กล่าวต่อไปด้วยว่า “เมืองทองธานีวันนี้มีหลายมุม ถ้าในความคุ้นเคยของคนกรุงเทพฯ ก็คือมาดูคอนเสิร์ตที่อิมแพค แต่ถ้ามาจากพื้นที่อื่น เช่น มาทำงาน มาเรียนหนังสือ การเข้าสู่สมาร์ทซิตี้จะทำให้คนใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น”
“อีกด้านหนึ่ง ต้องบอกว่า อิมแพคเปิดมา 26 ปีแล้ว เราก็คือเป็นพื้นที่ exhibition ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรัฐบาลก็ให้ความสำคัญ มีการขับเคลื่อนงาน MICE เข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น การมีพาร์ทเนอร์เป็นเอไอเอส ช่วยให้การใช้ดาต้าทำได้ง่ายขึ้น และทำให้ประเทศไทยสามารถรับงานที่อาจเป็น Requirement ที่ท้าทายสำหรับเราในอดีตได้มากขึ้น”
“ส่วนคนที่มาร่วมงาน MICE เขาก็อาจจะมาพัก มาทำงาน และมาใช้จ่าย ซึ่ง Spending ที่เขาจะใช้จ่ายมีตั้งแต่ศูนย์ประชุม แท็กซี่ ร้านอาหาร ช้อปปิ้งมอลล์ เราเลยมองว่า การที่เราได้เป็นพาร์ทเนอร์กัน จะทำให้ทั้งเมืองทองธานี และประเทศไทย สามารถแข่งขันได้มากขึ้น”

(กลาง) คุณปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส
พื้นที่แห่งโอกาสที่หาได้ยาก
ด้านคุณปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “ประเทศไทยน่าจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มี 5G-Advanced ที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ซึ่งในมุมของเมืองทองธานี ถ้านับผู้คนที่อยู่ที่นี่ หรือต้องผ่านไปผ่านมาทุกเดือน ไม่น่าจะน้อยกว่า 2.2 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากกว่าประชากรในหลายจังหวัดของประเทศไทย การมี Digital Infrastructure ที่กล่าวไปนั้น รวมกับความตั้งใจของเอไอเอสจะส่งเสริมให้เมืองทองธานีก้าวไปสู่ขั้นถัดไปของสมาร์ทซิตี้ได้อย่างเต็มที่”
“เราเชื่อว่า Infrastructure นี้จะทำให้การใช้ชีวิตในพื้นที่ดีขึ้น เพราะจะถูก Equip ด้วยบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ชีวิต ออโตเมชั่นจะเกิดได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะในบ้านหรือในมหาวิทยาลัย ซึ่งเราตั้งใจให้โครงสร้างเหล่านี้ผลักดันให้เกิดการเรียนรูปแบบใหม่ ๆ (Virtual Classroom ฯลฯ) รวมถึงเรื่องของ Healthcare และ TeleMedicine ก็จะเกิดได้จากการมีโครงสร้างด้านดิจิทัลที่เข้มแข็ง”
ทั้งนี้ ผู้บริหารเอไอเอสเผยว่า ความสำเร็จของเมืองอัจฉริยะไม่ได้วัดจากจำนวนเทคโนโลยีที่นำมาใช้ แต่ต้องวัดจากประโยชน์ที่ผู้คนสัมผัสได้จริง ตั้งแต่การเดินทาง การใช้ชีวิต การทำงาน ไปจนถึงการเข้าถึงบริการและประสบการณ์ใหม่ ๆ ภายในเมือง บทบาทของเอไอเอสจึงไม่ใช่เพียงการเชื่อมต่อระบบ แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงเครือข่าย ข้อมูล และศักยภาพของทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันเมืองทองธานีสู่การเป็นต้นแบบ Smart & Connected City ที่สร้างคุณค่าให้กับผู้คน ธุรกิจ และเศรษฐกิจเมืองได้อย่างยั่งยืน
“หัวใจสำคัญของ Muang Thong NEXT คือการทำให้เทคโนโลยีอยู่เบื้องหลังทุกประสบการณ์ของเมืองอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่การรองรับผู้ชมหลักหมื่นในคอนเสิร์ตและอีเวนต์ การใช้ Cloud และ AI ในภาคธุรกิจ ไปจนถึง Smart Living, Telemedicine, Smart Parking, Virtual Classroom และ Cyber Security เพื่อให้การใช้ชีวิตสะดวกขึ้น การบริหารพื้นที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้าใจผู้ใช้บริการ ออกแบบบริการใหม่ และต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากกว่าเดิม” คุณปรัธนากล่าวปิดท้าย





