HomeDigitalAIS เปิดตัว “5G-ADVANCED” พร้อมสัญลักษณ์ใหม่ “5G+” รายแรกของอาเซียน

AIS เปิดตัว “5G-ADVANCED” พร้อมสัญลักษณ์ใหม่ “5G+” รายแรกของอาเซียน

หลังพบคนไทยเปลี่ยนพฤติกรรม "อัปโหลดคอนเทนต์" ป้อน AI

แชร์ :

(กลาง) คุณวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส

จาก 2 – 3 ปีก่อนที่การใช้งานเน็ตเวิร์กของคนไทยเน้นหนักไปที่การดาวน์โหลดคอนเทนต์ลงสู่มือถือ เช่น การสตรีมมิ่งคอนเทนต์จาก YouTube หรือ Netflix หรือการเล่นเกมออนไลน์ แต่เมื่อเข้าสู่ยุค 2026 ซึ่งเป็นปีที่ความนิยมในการใช้ AI พุ่งสูง เอไอเอสก็พบว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในวันนี้กำลังมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง นั่นคือการให้ความสำคัญกับการ “อัปโหลด” มากขึ้น และนำไปสู่การประกาศเปิดตัวเครือข่ายอัจฉริยะ “5G-ADVANCED” หรือการมาถึงของสัญลักษณ์ 5G+ เป็นรายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อรองรับความต้องการใช้งานดังกล่าว

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

คุณวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส เผยถึงการเปิดตัวดังกล่าวว่า “AIS 5G-ADVANCED” เป็นการยกระดับโครงข่าย 5G สู่มาตรฐานใหม่ด้วยเทคโนโลยี Downlink 3CC และ Uplink 2CC เป็นรายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งความพิเศษของสิ่งนี้คือการนำคลื่นความถี่หลายย่านมารวมเข้าด้วยกัน โดยใช้เทคโนโลยี 5G SA Carrier Aggregation ทั้ง 3CC ที่รวมคลื่น 700 MHz, 2100 MHz และ 2600 MHz และ 2CC ที่รวมคลื่น 700 MHz และ 2600 MHz

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากการเปิดตัวเครือข่าย 5G-ADVANCED ก็คือ ความเร็วในการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.5 เท่า ผ่าน 5G SA Downlink 2CC/3CC และความเร็วในการอัปโหลดเพิ่มขึ้นสูงสุด 2 เท่า ผ่าน 5G SA Uplink 2CC รวมถึงมีการนำ AI เข้ามาบริหารจัดการความหนาแน่นของเครือข่ายแบบอัตโนมัติ หรือ Autonomous Network เพื่อให้โครงข่ายสามารถวิเคราะห์ ปรับตัว และรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ด้วย

พร้อมแล้วใน “สาทร-บางรัก”

ปัจจุบัน 5G SA Downlink 3CC เปิดให้บริการแล้วในพื้นที่สาทรและบางรัก และจะขยายสู่พื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ และปริมณฑลต่อไปภายในปี 2569 นี้ ส่วน 5G SA Downlink 2CC เปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และตัวเมืองทั่วประเทศ และ 5G SA Uplink 2CC เปิดให้บริการแล้วในพื้นที่ตัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งคาดว่าจะให้บริการในตัวเมืองทั่วประเทศในปี 2569

พบคนไทยเปลี่ยนพฤติกรรม หันอัปโหลดข้อมูลป้อน AI

ผู้บริหารเอไอเอส กล่าวด้วยว่า ที่มาของการพัฒนาเครือข่ายครั้งนี้มาจากการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้งานชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับ AI และการไลฟ์มากขึ้น ซึ่งในการใช้งาน AI หรือการไลฟ์ ตัวเครื่องจะมีการอัปโหลดข้อมูลต่าง ๆ ขึ้นสู่เครือข่ายจำนวนมาก การพัฒนาเครือข่ายให้รองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคม

สำหรับแบรนด์ที่รองรับเทคโนโลยีดังกล่าว พบว่ามีเป็นจำนวนมาก เช่น Apple (ส่วนใหญ่เป็น iPad ด้าน iPhone ยังไม่รองรับ), Oppo, Honor, Nokia, Realme, Vivo, Samsung, Xiaomi, ZTE, Poco, Sony,  IQOO, TCL, Google Pixel, Asus, Infinix, Sony, Techno ฯลฯ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้าไปตรวจสอบรุ่นที่รองรับได้จากเว็บไซต์ https://www.ais.th/about-us/network-technology/5g-for-consumer/superior-trusted-network (ประมาณ 90% เป็นโทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์)


แชร์ :

You may also like