‘เลิกกักตุน-ลดสั่งเดลิเวอรี่’ คนไทยรอไม่ไหว 79% อยากกลับไปทานอาหารในร้านแล้ว

สถานการณ์ไวรัสโควิด-19  ในประเทศไทย ทำให้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภาครัฐมีการออกมาตรการต่างๆ ออกมาควบคุมการแพร่ระบาด ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกวันหยุดช่วงสงกรานต์ ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดสถานที่เสี่ยง ตามด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารไม่อนุญาตให้รับประทานอาหารในร้าน การต้องกักตัวอยู่บ้าน และ work from home เป็นเวลานานเกือบ 2 เดือน ทำให้เวลานี้ คนไทยต้องการออกมาใช้ชีวิตแบบปกติมากขึ้น

ข้อมูลจาก Kantar Worldpanel บริษัทด้านข้อมูลเชิงลึกและที่ปรึกษาทางการตลาดระดับโลก เผยว่า ตั้งแต่มีการห้ามรับประทานอาหารภายในร้าน ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา การจับจ่ายรายสัปดาห์สำหรับ Packaged Foods เพิ่มขึ้นถึง 40% มากกว่าค่าเฉลี่ย สวนทางกับสินค้าประเภทอื่น ๆ อย่าง Beverage Homecare และ Personal Care

คนไทยทำอาหารที่บ้านมากขึ้น ทำให้สินค้า เช่น ปลากระป๋องและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นที่นิยม ขณะเดียวกันก็มีการสั่งอาหารผ่าน Food Delivery มากขึ้น จากการสำรวจผู้บริโภค 1,638 ราย อายุระหว่าง 15-49 ปี อาศัยอยู่ใน Urban Thailand ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน พบว่าผู้บริโภค 38% สั่งอาหารมากขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนสถานการณ์โควิด-19

สอดคล้องกับข้อมูลจาก Google Trend ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม จำนวนการค้นหา Delivery” มากกว่า “Restaurant”  แต่กระแส Food Delivery อาจจะสั้น โดยผลวิจัยเดียวกันจาก Kantar Worldpanel แสดงให้เห็นว่า 79% ของผู้บริโภค รอไม่ไหวที่จะกลับไปทานอาหารในร้าน และจะลดความถี่ในการสั่งอาหารผ่าน Food Delivery ลง

พฤติกรรมการซื้อจำนวนมากหรือกักตุนจะไม่เกิดขึ้นอีก ผู้บริโภคเข้าใจดีว่าร้านขายของชำและร้านค้าปลีกยังคงเปิดให้บริการตามปกติ นอกจากนี้ภาครัฐได้ออกมาตรการผ่อนคลายในการเปิดธุรกิจบางประเภทซึ่งรวมไปถึงร้านอาหาร

การปลดล็อกระยะแรกใน 6 กิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ยังมีการควบคุม Social Distancing และระยะเวลาเปิดทำการ  ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยยังคงทำอาหารที่บ้านและสั่งอาหารจาก Food Delivery จนกว่าพวกเขาจะรู้สึกปลอดภัยและมีความมั่นใจเหมือนแต่ก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมในการรักษาหรือวัคซีนที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาอีกหลายเดือน

แบรนด์สินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่มจะยังคงได้รับผลประโยชน์จากการบริโภคที่บ้าน แพ็คขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะเป็นที่นิยมในระยะสั้น เนื่องจากสามารถแบ่งปันสำหรับสมาชิกในครอบครัวได้ ในระยะยาวทุกแบรนด์จะต้องเข้าใจความหมายของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของครัวเรือน ซึ่งขนาดครัวเรือน 1 หรือ 2 คนคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 45%

การระบาดของไวรัส Covid-19 อาจเปลี่ยนแปลงวิถีการจับจ่ายในระยะสั้น แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือ “ความต้องการด้านความสะดวกสบาย คุ้มค่าเงิน และคุณประโยชน์ทางสุขภาพและโภชนาการ”