Covid-19 ทำพิษ Amazon ปรับนโยบายให้คนซื้อของน้อยลง แล้วใช้ทรัพยากรเพื่อส่ง ‘สินค้าจำเป็น’

เรียกว่ามีการปรับเปลี่ยนนโยบายกันนิดหน่อยเสียแล้วสำหรับผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Amazon ที่ล่าสุดมีรายงานว่า บริษัทตัดสินใจตั้งเป้าหมายใหม่ในช่วง Covid-19 นั่นคือ การทำให้ผู้คน “ซื้อของน้อยลง”

โดยการสังเกตของสื่อตะวันตกพบว่า ทางบริษัท Amazon ได้ยกเลิกโปรโมชันวันแม่และวันพ่อ, ลดการลงโฆษณาบน Google, ปรับ User Interface ของเว็บไม่ให้มีการแนะนำสินค้าอื่น ๆ เพิ่มเติม รวมถึงเลื่อนมหกรรม Prime Day ออกไปไม่มีกำหนด ฯลฯ เพื่อไม่ให้ยอดการสั่งซื้อสินค้าสูงเกินไป

ด้านซีอีโออย่าง Jeff Bezos เผยว่า ความต้องการสั่งซื้อสินค้าจำเป็นยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ Amazon จึงจำเป็นต้องตัดบางขั้นตอนออกไป เพื่อให้ลูกค้าโฟกัสกับการซื้อสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

แม้ว่า การกระทำดังกล่าวจะถูกสื่อตะวันตกมองว่า เป็นวิธีการที่ผิดแปลกแตกต่างไปจากตัวตนของ Amazon ที่มักต้องการให้ลูกค้าซื้อของเยอะ ๆ แต่ส่วนหนึ่งก็เข้าใจได้ว่า เหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพราะระบบการจัดส่งสินค้าในปัจจุบันของ Amazon ตึงไปหมดจนไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ในความเร็วปกติแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น Amazon ยังเจอดราม่าพนักงานที่กังวลเรื่องความปลอดภัยในคลังสินค้าจนไม่อยากมาทำงานด้วย

ทางแก้ของ Amazon ก่อนหน้านี้คือการจ้างพนักงานเพิ่ม 175,000 ตำแหน่ง ซึ่งทำให้บริษัทต้องควักเงินเพิ่มเพื่อจ่ายให้กับพนักงานจัดส่งสินค้า และพนักงานในคลังสินค้าเพิ่มขึ้นเป็น 500 ล้านเหรียญสหรัฐดังที่เป็นข่าว รวมถึงมาตรการล่าสุดอย่างการปรับ User Interface บนเว็บให้มีการสั่งซื้อสินค้าน้อยลงนั่นเอง

Source