SXSW ประกาศยกเลิกการจัดงาน ปรากฏการณ์นี้กำลังสะท้อนอะไร

เป็นข่าวที่ดังไปทั่วโลกเลยทีเดียว สำหรับกรณีที่ผู้ว่าการเมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ประกาศยกเลิกการจัดงาน “เซาท์บายเซาท์เวสต์” (South by Southwest หรือ SXSW) หลังวิกฤติไวรัส Covid-19 เริ่มแพร่ระบาดเข้าสู่แดนลุงแซม โดยการประกาศดังกล่าวเกิดก่อนที่ตัวงานจะจัดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น

ปรากฏการณ์นี้กำลังสะท้อนอะไร

ประการแรกอาจเป็นเรื่องของ DNA ของ SXSW ที่บอกว่า The Show Must Go On ก็ไม่อาจต้านทานความไม่มั่นใจในสถานการณ์โรคระบาดได้ โดยทางผู้จัดงาน SXSW ยอมรับว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องยกเลิกการจัดงานดังกล่าวอย่างเป็นทางการ (หลังจากจัดมาอย่างต่อเนื่องถึง 34 ครั้ง) เนื่องจากคำสั่งของทางผู้ว่าการเมืองออสติน Steve Adler ที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน

ประการที่สอง สถานการณ์ในวันนี้ แสดงให้เห็นว่า องค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐที่มีจิตสำนึกอย่างแท้จริงนั้น จะไม่ให้คุณค่ากับเรื่องของตัวเงินเท่ากับความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน

โดยที่ผ่านมา SXSW ทำเงินให้กับเมืองออสตินหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐ (ยกตัวอย่างเช่น ปี 2019 งาน SXSW ทำรายได้ให้กับเมืองมากถึง 355.9 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งการไม่มีอีเวนท์ดังกล่าวแล้วย่อมหมายถึงรายได้ที่ร้านรวงภายในเมืองออสตินเคยมีจะหายไปอย่างไม่มีวันกลับ

ไม่ใช่แค่ทางตัวเมืองที่สูญเสียรายได้ แต่บรรดาสปีกเกอร์ชั้นนำ และบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ก็มองว่า การถอนตัวจากอีเวนท์ดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งแน่นอนว่า มันมีการสูญเสียหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นเบื้องหลังการประกาศยกเลิกครั้งนี้ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะทำ

โดยบริษัทที่ตัดสินใจยกเลิกการเข้าร่วมงานมีตั้งแต่ Netflix, Apple, Amazon, Twitter, Facebook, LinkedIn, Google, Vevo, TikTok, Warner/HBO, CNN ฯลฯ งาน SXSW จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของบริษัทที่ยอมกลืนเลือดในวันนี้ ดีกว่าดันทุรังจัดต่อไปภายใต้บรรยากาศที่ไร้ซึ่งความเชื่อมั่นของผู้เข้าร่วมงาน (เห็นได้จาก ก่อนหน้านี้มีการทำแคมเปญบน Change.org เพื่อเรียกร้องให้มีการยกเลิกการจัดงานดังกล่าว โดยมีผู้ลงชื่อมากถึง 54,000 คน)

ส่วนทางผู้จัดงานที่รายงานข่าวจากหลายสำนักระบุว่า ไม่มีนโยบายคืนเงินให้กับผู้ที่มาออกบูธ หรือซื้อตั๋วเข้าร่วมงานนั้นก็อาจได้รับการจดจำในอีกแบบหนึ่ง ส่วนจะทำให้พวกเขาได้รับการยอมรับในอนาคตอีกหรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เราได้เห็นเอง

ประการที่สาม วิกฤติครั้งนี้มีเดิมพันอยู่ที่การปรับตัวของผู้คนและภาคธุรกิจว่าจะทำได้หรือไม่ภายใต้เทคโนโลยีที่มี เหมือนเช่นกรณีของ SXSW ที่คณะผู้จัดงานมองว่า โอกาสที่รูปแบบงานจะเปลี่ยนไปเป็นการจัดงานแบบเวอร์ชวลมีเปอร์เซ็นต์สูงมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เราได้เห็น SXSW รูปแบบใหม่ที่ตื่นตาตื่นใจกว่าเดิม แต่ถ้าใครที่ปรับตัวไม่ได้ วิกฤติครั้งนี้ก็รุนแรงพอที่จะทำให้ธุรกิจล้มหายตายจากกันได้เลยทีเดียว เหมือนเช่น กรณีของธุรกิจโรงแรมที่เริ่มปรับลดพนักงานเพื่อความอยู่รอด หรือสายการบินบางแห่งที่ประกาศล้มละลายกันไปแล้วนั่นเอง

Source

Source

Source