15 ปี กับ 15 เรื่องเล่า EVEANDBOY จากร้านบิวตี้ภูธร สู่ผู้นำ Beauty Destination ของไทย

ถึงนาที คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ “อีฟแอนด์บอย” (EVEANDBOY) ร้านมัลติแบรนด์ความงามสัญชาติไทยที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะบรรดาสาวๆ และเชื่อว่าสาวน้อยสาวใหญ่หลายคนคงเคยมีประสบการณ์เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในร้านแห่งนี้กันอยู่บ่อยๆ ด้วยความหลากหลายของแบรนด์ที่มีเลือกทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์ชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก บวกกับการตั้งราคาขายที่จับต้องได้ จึงทำให้สาวๆ มักได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ติดมือกลับมาลองอยู่เสมอ เพราะตัดใจจากแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งไม่ได้จริงๆ

- Advertisement -

แต่การรู้จักเพียงแบรนด์ความงามที่อยู่ในร้านแค่นี้คงจะไม่พอ โดยในปัจจุบันอีฟแอนด์บอยได้ดำเนินธุรกิจมาครบ 15 ปี ซึ่งหากเทียบแบรนด์เป็นคน แบรนด์นี้ก็กำลังก้าวย่างสู่วัยหนุ่มสาว ซึ่งวันนี้ Brand Buffet จะพาไปทำความรู้จักอีฟแอนด์บอยด์ให้มากขึ้นผ่าน 15 เรื่องราวหลังบิวตี้สโตร์ที่จะทำให้สาวๆ อยากแวะเวียนไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ความงามกันมากขึ้นกว่าเดิม

1.กำเนิดจากร้านบิวตี้ภูธร “มหาสารคาม

หลายคนมักเข้าใจว่าอีฟแอนด์บอยเป็นร้านมัลติแบรนด์จากต่างประเทศ แต่ความเป็นจริงอีฟแอนด์บอยเป็นบิวตี้สโตร์สัญชาติไทย ที่ถือกำเนิดมา 15 ปี โดย คุณบอย หิรัญ ตันมิตร ทายาทเจ้าของร้านซูเปอร์มาร์เก็ตในจังหวัดมหาสารคาม ที่เห็นโชห่วยที่บ้านมีคู่แข่งจำนวนมาก และกำไรน้อย ซึ่งหากอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ระยะยาวอยู่ลำบากแน่ จึงเกิดความคิดว่าการขายเครื่องสำอางน่าจะได้กำไรสูงกว่า ในปี 2548 จึงลองขอพื้นที่ส่วนหนึ่งในร้านเปิดขายเครื่องสำอางมัลติแบรนด์ที่รวบรวมสินค้าหลากหลายแบรนด์ไว้ด้วยกันในราคาถูกกว่าห้างสรรพสินค้า เพราะมองว่าพฤติกรรมของสาวๆ ในยุคนั้นชอบซื้อสินค้าจากร้านรูปแบบนี้มากกว่าการซื้อตามเคาน์เตอร์แบรนด์ให้ห้างสรรพสินค้ เนื่องจากสามารถเลือกดูได้ตามความชอบ

ปรากฏว่าเมื่อเปิดไปได้ไม่นาน กลับได้รับการตอบรับจากสาวน้อยสาวใหญ่ในมหาสารคามดีมาก จึงขยายสาขาไปยังขอนแก่นอีก 2 สาขา เพราะเห็นว่าจำนวนประชากรมากกว่าและกำลังซื้อก็สูงกว่า จากนั้นอีก 7 ปีต่อมา ก็ตัดสินใจบุกใจกลางกรุงที่สยามสแควร์ ซึ่งสาขานี้เองถือเป็นจุดเปลี่ยนให้ชื่อ “อีฟแอนด์บอย” เป็นที่รู้จักและครองใจสาวๆ สายบิวตี้มาจนถึงวันนี้ ด้วยความคิดที่ว่า “สยามฯ คือที่ๆ กำเนิดเทรนด์ ถ้าจะทำอะไรที่ Happening ต้องสยามฯ” โดยเลือกพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อสร้างภาพจำให้ผู้บริโภคติดภาพว่าอีฟแอนด์บอย “ใหญ่” และ “มีของ”

2.ทำไมต้องชื่อ “อีฟแอนด์บอย”

เนื่องจากเป็นการลงทุนร่วมกับพี่สาวในการเปิดร้านเครื่องสำอางในมหาสารคาม จึงทำให้กลายเป็นที่มาของชื่อร้าน โดยมาจากชื่อเล่นของพี่สาว (คุณอีฟ) และชื่อของเขา (คุณบอย) นั่นเอง

3.สร้างสาวกทั่วกรุงด้วยจุดขายที่แตกต่าง

จุดขายที่โดดเด่นจนแจ้งเกิดอีฟแอนด์บอยอย่างรวดเร็วในตลาดคือ การมีสินค้าหลากหลาย ทั้งเครื่องสำอาง น้ำหอม และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกว่า 1,000 แบรนด์ ตั้งแต่แบรนด์ไทย ไปจนถึงอินเตอร์แบรนด์ ทั้งยังวางราคาจำหน่ายที่จับต้องได้ โดยตั้งราคาถูกกว่าในห้างสรรพสินค้าประมาณ 30% จนทำให้สามารถสร้างฐานลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่นมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังเข้าสู่การทำตลาดผ่านโซเชี่ยลมีเดีย ไปพร้อมๆ กับเทรนด์การเกิดขึ้นของโซเชี่ยลมีเดีย บูมในประเทศไทย ซึ่งทางร้านค้าแห่งนี้ใช้พื้นที่ในออนไลน์เป็นเครื่องมือสื่อสาร พร้อมกับเป็นโรงเรียนเรียนรู้ความต้องการของผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน

4.ตลอด 15 ปี รายได้และกำไรเติบโตตลอด

แม้ในช่วงหลายปีมานี้หลายธุรกิจจะเหนื่อยกับการปั๊มตัวเลขยอดขายให้เติบโต แต่ไม่ใช่กับอีฟแอนด์บอย เพราะตลอด 15 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีปีไหนยอดขายตก มีการเติบโตต่อเนื่องมาตลอด ในปี 2562 ที่ผ่านมามีการเติบโต 19% จากปี 2561 โดยเติบโตทั้งเซ็กเม้นต์เพรสทีจและแมส

และสำหรับปีนี้ คุณหิรัญ บอกว่า ยอดขายของอีฟแอนด์บอยยังไม่กระทบ แม้จะเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เนื่องจากธุรกิจของอีฟแอนด์บอยยังอยู่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับแบรนด์ความงามขนาดใหญ่ อีกทั้งที่ผ่านมาไม่ได้เร่งขยายสาขาจำนวนมาก จึงมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก

5.สัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในร้าน

ปัจจุบันอีฟแอนด์บอยมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายในร้านมากกว่า 1,000 แบรนด์ โดยผลิตภัณฑ์ Makeup นับเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหญ่สุด มีสัดส่วน 48% ตามมาด้วย Skincare 35% Fragrance 6% Haircare 3% Personal Care 3% Accessories 3% และอื่นๆ อีก 2%

6.”สาขา+เข้าใจลูกค้า” เคล็ดลับสร้างยอดขายเติบโตต่อเนื่อง

เคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้อีฟแอนด์บอยเติบโตต่อเนื่องตลอด 15 ปีที่ผ่านมา มาจากการ “ขยายสาขา” เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยในแต่ละปีจะขยายสาขาไม่เกิน 3 สาขา บางปีขยายเพียง 1 สาขาเท่านั้น โดยแต่ละสาขาจะตั้งใจทำจนมั่นใจและมีฐานลูกค้าประจำ จึงขยายสาขาใหม่ ปัจจุบันอีฟแอนด์บอยมีทั้งหมด 11 สาขา และในปีนี้ตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก 3 สาขา โดยสาขาแรกคาดเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคมที่ “สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต”

นอกจากการขยายสาขาอย่างค่อยเป็นค่อยไปแล้ว การ “เข้าใจ” ความต้องการลูกค้าอย่างแท้จริงเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าเมื่อวาน วันนี้ และพรุ่งนี้ไม่เหมือนกัน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเข้าใจความต้องการลูกค้าจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้อีฟแอนด์บอยสามารถเลือกแบรนด์ที่ตรงใจและตอบโจทย์ผู้บริโภค จนทำให้แบรนด์ต่างๆ เกิดความเชื่อมั่นและนำสินค้าเข้ามาวางจำหน่ายในร้าน ทั้งยังมีการร่วมกันทำ Exclusive Item ที่หาซื้อได้เฉพาะที่ร้านอีฟแอนด์บอยเท่านั้น

7.Customer First หัวใจขับเคลื่อนแบรนด์ให้ได้ไปต่อ

สิ่งที่จะทำให้อีฟแอนด์บอยยังคงเติบโตต่อไปได้ หัวใจสำคัญอันดับแรกที่ต้องคิดถึงตลอดเวลาคือ การรับฟังลูกค้า (Customer First) โดยทีมต้องมานั่งคุยกันว่าผลิตภัณฑ์ไหนที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากที่สุด รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่แตกต่างในสโตร์ และรู้จักปรับตัวเอง ไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต

“ตั้งแต่เริ่มต้นผมก็เป็นคนอยู่หน้าร้านคุยกับลูกค้าด้วยตัวเอง มันทำให้เราเรียนรู้ว่าเราต้องฟังลูกค้าอยู่ตลอด”

“ผลิตภัณฑ์ที่เลือกวางจำหน่ายในร้าน ทุกแบรนด์มาจากเทรนด์ตลาด และการศึกษาวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค เพราะตลาดวันนี้เปลี่ยนไป ไม่ใช่อยากจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใดหรือเฉดสีไหนออกมาแล้วจะสร้างเทรนด์ขายได้เหมือนสมัยก่อน”

8.แผน 3 ปี ลุยขยายสาขา ปั้น E-Commerce จับลูกค้ายุคใหม่

ทิศทางจากนี้ไปจะเห็นอีฟแอนด์บอยเข้าไปอยู่ในที่ที่ลูกค้าอยู่มากขึ้น โดยใน 3 ปีจากนี้จะลุยขยายโซเชียลคอมเมิร์ซมากขึ้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบระบบ Eveandboy.com คาดจะเปิดตัวเต็มรูปแบบประมาณต้นปี 2564 พร้อมกันนี้ ยังมีแผนขยายสาขาเป็น 22 แห่ง จากปัจจุบันมีสาขา 11 แห่งเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทั่วถึงมากขึ้น

“อีคอมเมิร์ซจะเข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องความสะดวกในการซื้อสินค้าของสมาชิกได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเรามีฐานลูกค้าที่แอคทีฟประมาณ 1 ล้านราย จากฐานลูกค้าทั้งหมดกว่า 2 ล้านราย”

9.New Concept Store

ความพิเศษของอีฟแอนด์บอยสาขา “สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต” จะเป็นคอนเซ็ปท์ สโตร์รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยจะมีการจัดวางสินค้าให้หาได้ง่ายเพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น  จากเดิมที่รูปแบบสโตร์จะเป็นลักษณะ shop in shop โดยสาขาจากนี้ไปทั้งหมดจะเป็นคอนเซปท์ใหม่ ที่ลูกค้าหยิบจับของเปรียบเทียบสินค้ากันได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนสาขาเดิมจะทยอยปรับเป็นคอนเซปท์ใหม่ทั้งหมด

10.เสริมทัพแบรนด์ใหม่เอาใจ Beauty Lover

แม้ในปัจจุบันจะมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 1,000 แบรนด์ แต่อีฟแอนด์บอยมีแผนจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ความงามในทุกหมวดหมู่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

11.ลงทุน 500 ล้านบาท

ปีนี้อีฟแอนด์บอยจะใช้งบลงทุน 500 ล้านบาท สำหรับการขยายสาขาใหม่ 3 แห่ง และการพัฒนาช่องทางอีคอมเมิร์ชทั้งในรูปแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น ด้วยเหตุผลที่ทางผู้บริหารมองว่า ช่องทางออนไลน์มาแน่ๆ ในอนาคตอันใกล้ โดยในตอนนี้ทางอีฟแอนด์บอยก็มีเว็บไซต์แล้ว แต่จะพร้อมเต็มรูปแบบและโปรโมทเต็มที่ภายในปีหน้า

12.เทรนด์บิวตี้

ตอนนี้พูดยากเพราะอีฟแอนด์บอยมีผลิตภัณฑ์หลายกลุ่ม แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ปัจจุบัน ระยะเวลาของเทรนด์เปลี่ยนไปเร็วมาก จากสมัยก่อนโปรดักต์หนึ่งตัวหรือเทรนด์หนึ่งเทรนด์จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน หรือ 1 ปีกว่าจะมีโปรดักต์ใหม่มาแทนที่ แต่วันนี้เมื่อโปรดักต์เปิดตัวมาจะอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน เพราะพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนเร็ว และต้องการลองสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา

13.ผนึกพาร์ทเนอร์ทำ Exclusive Brand ที่หาซื้อจากที่อื่นไม่ได้

นอกจากการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ความงามทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์จากต่างประเทศมาจำหน่ายในร้านแล้ว อีฟแอนด์บอยยังผนึกพาร์ทเนอร์พัฒนา Exclusive Brand และ Exclusive item ซึ่งมีทั้งสินค้าพิเศษและสีพิเศษสำหรับจำหน่ายเฉพาะในร้านอีฟแอนด์บอยเท่านั้น ซึ่งในการพัฒนาโปรดักต์พิเศษแต่ละครั้ง คุณหิรัญ บอกว่า จะร่วมกับพาร์ทเนอร์ศึกษาเทรนด์และความต้องการตลาดทุกครั้งว่าสีไหนมาแรงและเทรนด์ไหนกำลังฮิต เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงใจ

“อีฟแอนด์บอยไม่ได้เป็นแค่ร้านจำหน่ายเครื่องสำอาง และสกินแคร์เท่านั้น แต่เป็นคอมมูนิตี้ของคนที่รักในการแต่งหน้า การดูแลผิวและการดูแลตัวเอง ดังนั้นเราอยากจะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เกิดขึ้นกับลูกค้าทั้งในร้านและช่องทางออนไลน์อื่นๆ” นี่คือหนึ่งในคำกล่าวของคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ผู้บริหารศรีจันทร์ ที่พลิกชีวิตแป้งโบราณอายุกว่า 7 ทศวรรษที่วางขายตามร้านค้าในต่างจังหวัดมาสู่ร้านมัลติแบรนด์หรูในเมืองอย่างอีฟแอนด์บอย

14.EVEANDBOY BEST SELLING AWARDS 2019

นับเป็นปีแรกที่มีการจัด Best selling Awards โดยวัดจากยอดขายจริงของสินค้าในร้านอีฟแอนด์บอยจากทุกสาขา และอีคอมเมิร์ชตลอดปี 2562 เพื่อการันตีคุณภาพสินค้าและความนิยมของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเป็น Guideline ให้กับผู้บริโภคได้ศึกษาข้อมูลในการเลือกซื้อสินค้า เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของอีฟแอนด์บอยมีทั้งผู้บริโภคทั่วไป เมคอัพอาร์ทติส และโปรเฟสชั่นนอลด้านความงาม โดยมีทั้งหมด 94 รางวัล แบ่งเป็น 9 หมวดหมู่ อาทิ Makeup, Fragrance, Supplement, Skincare, Personal Care, Hair Product, Brush & Accessories, Nails Product และ Bath & Body เป็นต้น

15.อาณาจักรอีฟแอนด์บอย 

อีฟแอนด์บอย เพิ่งเปิดออฟฟิศใหม่ เหมาชั้น 12 ของศูนย์หนังสือจุฬาฯ แปลงให้กลายเป็นอาณาจักรของอีฟแอนด์บอยทั้งฟลอร์ ตั้งใจออกแบบผังที่นั่งเป็นแบบ Hot Seat ใครอยากนั่งตรงไหนก็ได้ โดยทำให้มีรูปแบบคล้าย Co-Working Space เพื่อให้พนักงานแต่ละแผนกสื่อสารพูดคุยกันง่ายขึ้น แม้แต่ระดับ Management ก็จะมานั่งอยู่บริเวณ Happy Zone ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ของพนักงาน เพื่อให้น้องๆ สามารถเดินมาหาได้ง่าย รวมทั้งมี Green Space ใจกลางออฟฟิศ เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี ที่เด็ดสุดก็ต้องยกให้ EVEandBOY Cafe มีร้านกาแฟอยู่ในตัวพื้นที่เลย เพื่อตอบสนองคนรุ่นใหม่ที่บริโภคกาแฟต่อวันเยอะ เสิร์ฟกาแฟและขนมให้พนักงานโด๊ปให้พร้อมกับการทำงาน และยังมีการเลี้ยงอาหารพนักงานเดือนละครั้งแนวเดียวกับ Tech Company ชื่อดัง