Social Media ล่ม แบรนด์ต้องไม่ล่ม! 3 วิธีเอาตัวรอดในวันที่ไม่มีแพลตฟอร์มที่คุ้นเคย

สำหรับแบรนด์และนักการตลาด เชื่อว่าการล่มของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Instagram หรือแม้แต่ Whatsapp รวมถึงบริการเก็บข้อมูล Google Drive ที่ล่มไปก่อนหน้า คงทำให้หลายคนนั่งทำตาปริบ ๆ ว่าแล้ววันนี้จะทำงานกันอย่างไร

จริง ๆ แล้ว การเกิดสถานการณ์ดังกล่าวก็ถือเป็นข้อดีได้เช่นกัน เพราะมันทำให้เราได้ฉุกคิดขึ้นมาว่า จริง ๆ แล้ว ไม่ว่าเราจะเป็นแบรนด์ใหญ่จ่ายค่าโฆษณาหนักแค่ไหน เราก็ไม่ใช่เจ้าของระบบเหล่านั้นเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม ทุกคนได้ศักดิ์และสิทธิ์เสมอภาคกันนั่นคือเป็นเพียงผู้เช่าที่ชอบตึกของเขาเพียงเพราะมันมีลิฟต์ที่สามารถไปเจอลูกค้าไวขึ้นเท่านั้น

เมื่อเป็นแค่ผู้เช่าและไม่รู้ว่าวันข้างหน้าตึกจะปิดอีกเมื่อใด บางทีอาจถึงเวลาที่แบรนด์ต้องเตรียมตัวหาทางหนีทีไล่เอาไว้ก่อน ดังนี้

อย่าคิดเองคนเดียว ลองถามคนอื่น ๆ ด้วยว่าระบบมีปัญหาหรือไม่

ด้วยเหตุที่ว่าประสบการณ์ในการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนนั้นแตกต่างกัน หลายครั้งที่ระบบล่ม แต่เรานึกไปเองว่าปัญหาเกิดกับเราคนเดียว คนอื่นไม่ได้รับผลกระทบ แล้วก็มัวแก้ไขอยู่ตามลำพัง

บางที การแชทไปถามเพจเพื่อน ๆ คนรู้จัก ก็อาจช่วยให้รู้ตัวเร็วขึ้น แต่นอกจากการถามคนใกล้ตัวแล้ว เรามีเว็บไซต์ที่คอยมอนิเตอร์การล่มของแพลตฟอร์มต่าง ๆ มาฝากกัน ใครที่อยากเข้าไปเช็คว่าระบบล่มหรือไม่สามารถดูได้ผ่านเว็บไซต์ downdetector.com ได้เลย

การรู้ตัวก่อน จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนไปสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าผ่านช่องทางอื่นได้รวดเร็วขึ้น

มองหาอาคารอื่น ๆ ที่เปิดให้เช่าพื้นที่

นอกจากแผนแก้ไขสถานการณ์ระยะสั้นแล้ว อีกหนึ่งข้อที่ควรทำก็คือ ควรมองหาอาคารอื่น ๆ เอาไว้เป็นทางเลือกใหม่เพิ่มเติม แล้วก็เร่งหาทางสร้างลูกค้าใหม่ในตึกเหล่านั้นอย่างเร่งด่วน เพื่อที่ว่าในอนาคตหากตึกของ Facebook, Instagram ล่มขึ้นมาอีก เราก็ยังมีพื้นที่อื่น ๆ เอาไว้ติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ไม่ต้องเคว้งคว้างอยู่บนตึก Twitter โดยไม่รู้ว่าจะสื่อสารกับใครดี เพราะไม่มีผู้ติดตามเลยแม้แต่คนเดียว

อีเมลของลูกค้า อาจถึงเวลาที่ต้องเก็บไว้บ้าง

การขอให้แฟน ๆ กดไลก์ กดติดตาม มันคือทรัพย์สินของ Facebook ที่พร้อมจะล่มไปกับระบบ แต่ถ้าเราสามารถขออีเมลลูกค้าไว้ได้ นั่นคือทรัพย์สินของเรา ที่ Facebook ไม่สามารถเข้ามายุ่งได้ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม

Source