ส่องอาณาจักรยูทูปเบอร์ “Ryan ToysReview” เจ้าของรายได้ 688 ล้านบาท และกำลังจะมีรายการทีวีของตัวเอง

แม้จะอายุแค่เจ็ดขวบ แต่ Ryan จาก “Ryan ToysReview” เจ้าพ่อวงการรีวิวของเล่นเด็กกลับมีรายได้ที่หลายคนอิจฉา โดยมีการเปิดเผยจาก Forbes ระบุว่า ช่องดังกล่าวทำรายได้จากค่าโฆษณา และค่าลิขสิทธิ์ในปี 2018 ไปถึง 22 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 688 ล้านบาท) และกำลังจะมีรายการทีวีเป็นของตัวเองแล้วทาง “Nick Jr.” ช่องสำหรับเด็กของค่าย Nickelodeon

เส้นทางของ Ryan บนโลกของ YouTube เริ่มขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน โดยทางครอบครัวได้มีการเผยแพร่คลิปที่ Ryan ลุกขึ้นมาแกะกล่องของขวัญรูปไข่ใบยักษ์ ภายในมีของเล่นจากอนิเมชันชื่อดังเรื่อง Cars อยู่เต็มไปหมด และคลิปนั้นก็เป็นคลิปแจ้งเกิดที่ทำให้แฟน ๆ ติดตามช่องของเขา ส่วนไอเดียการแกะกล่องของขวัญด้วยความว้าว ตามประสาเด็ก 4 – 5 ขวบก็กลายเป็นสิ่งที่ผู้ชมทั่วโลกหลงรัก (ปัจจุบันคลิปดังกล่าวมีผู้เข้าชมแล้วเกือบพันล้านครั้ง) ผลก็คือ Ryan ได้เซ็นต์สัญญากับบริษัทผู้ผลิตสินค้าสำหรับเด็กหลายสิบราย เพื่อขอใช้ภาพ Ryan ไปพิมพ์ลงบนหีบห่อของเล่น

ไม่เพียงเท่านั้น Ryan ยังมีแผนกของเล่นของตัวเองอยู่ที่ Walmart ด้วย โดยตั้งชื่อเก๋ไก๋ว่า Ryan’s World ภายในมีทั้งเสื้อผ้า ของใช้ และของเล่นต่าง ๆ ให้เลือกซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้การห่อแบบทึบจนมองไม่เห็นของข้างในเพื่อหวังว่าเด็ก ๆ ที่ซื้อไปจะได้รับประสบการณ์ “ว้าว” ยามแกะกล่องของเล่นเหมือน ๆ กัน

ขอบคุณภาพจาก Tubefilter

นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากช่อง Nick Jr. จะเห็นศักยภาพของ Ryan และดึงเขามาทำรายการด้วยเสียเลย โดยรายการของเขามีชื่อว่า “Ryan’s Mystery Playdate” ความยาว 20 ตอน เนื้อหารายการจะนำเสนอเกี่ยวกับตัว Ryan, ครอบครัว และผองเพื่อนตัวการ์ตูนพากันตะลุยด่านปริศนาต่าง ๆ รวมถึงการแกะกล่องของขวัญด้วย

อย่างไรก็ดี การเป็น YouTuber ที่มีชื่อเสียงระดับโลกของ Ryan ก็นำไปสู่แรงต้านเช่นกัน เพราะอเมริกันชนจำนวนหนึ่งออกมาตั้งคำถามกับครอบครัวของ Ryan ว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้นดีต่อตัว Ryan จริงหรือไม่ และตัวพ่อแม่เองได้มีการถามความยินยอมพร้อมใจจากเด็กหรือยังว่าอนุญาตให้นำภาพไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตได้

โดยสื่อของสหรัฐอเมริกาอย่าง Insider ได้มีการทำโพลล์สอบถามความคิดเห็น และพบว่ามีเพียง 12.5% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่รับได้ แต่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมดังกล่าว และมองว่าเป็นการหากินกับภาพถ่ายของเด็กมากว่า

ขอบคุณภาพจาก Insider.com

 

Source

Source

Source

Source