10 เรื่องต้องรู้ ของ DONKI Mall Thonglor และ Don Don Donki สาขาแรกของประเทศไทย ก่อนไปเสียตังค์

 

มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้สำหรับศูนย์การค้า DONKI Mall Thonglor และ Discount Store ที่คนไทยมักแวะไปช้อปในประเทศญี่ปุ่นอย่าง Don Quijote (ทำตลาดบ้านเราในชื่อ Don Don Donki) แต่ก่อนจะเปิดม่านอย่างเป็นทางการ ทางศูนย์การค้าได้จัดให้มีการแถลงข่าว และพาเยี่ยมชมพื้นที่ของ DONKI Mall Thonglor เราจึงขอรวบรวม 10 ประเด็นไม่ควรพลาดสำหรับแฟน ๆ ที่ตั้งใจมาเยือนร้านค้าปลีกจากญี่ปุ่นรายนี้

1. อย่าสับสนระหว่างห้าง DONKI Mall Thonglor และร้าน Don Don Donki

DONKI Mall Thonglor คือชื่อของ “ศูนย์การค้า” ที่ภายในประกอบด้วยร้านค้าต่าง ๆ กว่า 30 แบรนด์ ทั้งสปอร์ต เอนเทอร์เทนเมนต์, ร้านอาหาร, คาราโอเกะสัญชาติญี่ปุ่น, พื้นที่จัดกิจกรรมภายนอก ฯลฯ บริหารงานโดยบริษัทร่วมทุนอย่าง เจซีอี-ทีโอเอ จำกัด

ส่วน Don Don Donki เป็นร้านค้าหลักภายในโครงการที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น โดยทางบริษัทเลือกใช้ชื่อนี้ในการทำตลาดในประเทศไทยแทนชื่อ Don Quijote ที่คนไทยคุ้นเคยกัน

Don Don Donki บริหารงานโดย บริษัท แพน แปซิฟิก รีเทล แมเนจเมนท์ (สิงคโปร์) จำกัด หรือ PPRM ซึ่งเป็นบริษัทลูกของแพน แปซิฟิก อินเตอร์เนชันแนล โฮลดิ้งคอร์ป (PPIH) อีกที

2. Don Don Donki เป็นน้องคนที่ 4 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้ Don Don Donki สาขาทองหล่อนี้ จะเป็นร้านค้าสาขาแรกในประเทศไทย แต่ก็ถือว่าเป็นสาขาที่ 4 แล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ก่อนหน้านี้ Don Quijote มีการเปิดมาแล้ว 3 สาขา ในสิงคโปร์) โดยจะให้บริการภายใต้แนวคิด “Japan Brand Specialty Store” เน้นสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งสินค้าในชีวิตประจำวัน, อาหารสด-อาหารแปรรูป, ขนม, เครื่องใช้ไฟฟ้า, สินค้าแฟชั่น

สำหรับจุดเด่นของ Donki สาขาแรกในประเทศไทยนี้ คือการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง  และตั้งเป้าลูกค้าในปีแรกไว้ที่ 2 ล้านคน

3. ถึงจะชื่อ DONKI Mall Thonglor แต่มาทางเอกมัยใกล้กว่านะ

เปรียบเทียบการเดินทางระหว่างบีทีเอสทองหล่อ กับบีทีเอสเอกมัย

หากเปิด Google Maps จะพบว่า การเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัยมายัง DONKI Mall Thonglor คิดเป็นระยะทาง 1.4 กิโลเมตร ซึ่งสามารถเดินได้ถ้าไม่หวั่นต่อสภาพอากาศของประเทศไทย หรือถ้านั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที สนนราคาอยู่ระหว่าง 20 – 30 บาท ส่วนถ้าจะมาจากสถานี BTS ทองหล่อ ระยะทางจะไกลกว่าสักหน่อย ประมาณ 1.7 กิโลเมตร และอาจต้องเสี่ยงกับปัญหาจราจรในย่านทองหล่อได้

4. ผู้อยู่เบื้องหลัง DONKI Mall Thonglor คือบริษัทร่วมทุน เจซีอี-ทีโอเอ

DONKI Mall Thonglor ศูนย์การค้ามูลค่า 700 ล้านบาทนี้ มีผู้พัฒนาคือบริษัท เจซีอี-ทีโอเอ จำกัด ที่เกิดจากการร่วมทุนกันของ 3 บริษัท ได้แก่ แพน แปซิฟิก อินเตอร์เนชันแนล โฮลดิงส์ จำกัด (PPIH) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มดองกิโฮเต้ (Don Quijote) ที่สิงคโปร์ โดยถือหุ้น 49% ตามมาด้วยบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายสีรายใหญ่ของไทย ถือหุ้น 40% สุดท้ายคือบริษัท พี พี ไอ จำกัด (PPI) ถือหุ้นอีก 11%

5. การบริหารพื้นที่ใน DONKI Mall Thonglor

DONKI Mall Thonglor มีพื้นที่ 27,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 3 ไร่ เป็นอาคารสูง 6 ชั้น และอาคารจอดรถชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้น สามารถรองรับรถได้ 311 คัน โดยมีบริษัท นิปปอน พาร์คกิ้ง ดีเวลลอปเมนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารและพัฒนาพื้นที่จอดรถที่มีสำนักงานใหญ่ในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ดูแลระบบจอดรถภายในศูนย์การค้าทั้งหมด

สำหรับชั้นแรกและชั้นที่ 2 ภายใน DONKI Mall Thonglor จะเป็นที่ตั้งของ Don Don Donki และร้านค้าเช่น ร้านขายยาซูรูฮะ, คาเฟ่อเมซอน, Daiso ส่วนชั้นที่ 3 – 4 จะเป็นพื้นที่ของร้านอาหาร คาราโอเกะแมวเหมียว Manekineko และชั้นที่ 5 เป็นพื้นที่ของ D-Sport Stadium สถานออกกำลังกายในร่ม รวมถึง @Thonglor Hall สำหรับรองรับการจัดอีเวนท์ต่าง ๆ

6. กลุ่มเป้าหมายของ DONKI Mall Thonglor และ Don Don Donki

กลุ่มเป้าหมายของ DONKI Mall Thonglor และ Don Don Donki คือคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย รวมถึงคนไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยในย่านเอกมัย – ทองหล่อ โดยเน้นไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้หญิงที่สนใจด้านความสวยความงาม ชอบชิมขนมอร่อย ๆ เป็นชีวิตจิตใจ

7.  มีอะไรขายบ้างใน Don Don Donki

ผู้บริหาร Don Don Donki สาขาแรกในประเทศไทยบอกว่า

Don Don Donki เน้นสินค้าถูกและดี โดยมีสินค้าหลายหมวดให้เลือกซื้อ แต่หมวดที่จัดวางไว้หน้าประตูทางเข้าเลยก็คือ หมวดเครื่องสำอาง (ชั้น 2) และหมวดขนม (ชั้น 1)  ซึ่งการจัดวางนี้อาจพิจารณาจาก 3 อันดับสินค้าที่คนไทยนิยมไปช้อปปิ้งจาก Don Quijote แดนปลาดิบอย่าง เครื่องสำอาง, ขนม และวิตามิน เป็นหลัก

นอกจากสองหมวดสินค้าที่นำมาดักนักช้อปจากหน้าประตูแล้ว Don Don Donki ยังมีวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารญี่ปุ่น, อาหารทะเลสด, อาหารแห้ง, ผลไม้ และเสื้อผ้าด้วย

8. Don Don Donki มีสินค้าประมาณ 10,000 SKU ให้เลือกช้อป

โดยรายการสินค้าใน Don Don Donki มีประมาณ 10,000 รายการและ 70% มาจากญี่ปุ่น ส่วนราคานั้น บางชนิดยังมีราคาแพงกว่าที่ขายในประเทศญี่ปุ่น แต่ทางบริษัทเผยว่าอยู่ระหว่างการบริหารจัดการต้นทุน และเชื่อว่าในอนาคตจะสามารถลดราคาลงได้มากกว่านี้แน่นอน

9. พิธีเปิดจัดเต็มตามธรรมเนียมญี่ปุ่น

ผู้บริหารของบริษัทเจซีอี-ทีโอเอ คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ (ที่สองจากซ้าย) และ คุณโคจิ โอฮาร่า (กลาง) ร่วมในพิธีตอกถังสาเก

ภายในงานแถลงข่าวพบว่ามีกิจกรรมเพื่อความโชคดีตามธรรมเนียมญี่ปุ่นแทรกอยู่ เช่น พิธีตอกถังสาเก (Kagami-Biraki) ซึ่งมักจะจัดขึ้นในพิธีที่มีความสำคัญจริง ๆ และมีการแจกจ่ายสาเกแห่งความโชคดีให้กับผู้ร่วมงานด้วย นอกจากนั้นยังมีการนำมาสคอตเพนกวิน “ดองเปง” ออกมาร้องเพลง Miracle Shopping Song ในเวอร์ชันภาษาไทยเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน

10. Don Don Donki เป็นหนึ่งใน Vision 2020 ของ Don Quijote Group

ความสำเร็จของ Don Quijote นอกจากจำนวนสาขา และลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายตลอดเวลาแล้ว ยังสะท้อนได้จากตัวเลขผลประกอบการของ Don Quijote Group ในรอบปีการเงินระหว่างกรกฎาคม 2016 – มิถุนายน 2017 ทำยอดขายได้สูงถึง 828,800 ล้านเยน และมี Operating Income 46,200 ล้านบาท แต่เหนือไปกว่านั้น บริษัทยังมีการตั้งเป้าหมายในปี 2020 (Vision 2020) ว่า จะทำยอดขายให้แตะ 1 ล้านล้านเยน และมีจำนวนสาขาแตะ 500 สาขาทั่วโลก ซึ่งสาขาในประเทศไทยจึงอยู่ใน Vision 2020 นี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ข้อ 11 แถมให้… ใครที่หวังว่าจะมีโปรดักท์เหมือนญี่ปุ่นเป๊ะ! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สินค้าสำหรับผู้ใหญ่” ที่เราต้องแหวกม่านเข้าไปซื้อ ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย ไปสั่งออนไลน์เอานะจ๊ะ! ไม่มีจ้าาาาา