The Worst Song In The World เพลงโฆษณายอดแย่ ที่สะท้อนอินไซท์คน Millennial

0

โฆษณาใหม่แนวตลกขบขันจาก Monoprix ห้างสรรพสินค้าของฝรั่งเศส ที่เล่าเรื่องให้เราอยากติดตามจนจบว่าทำไมผู้หญิงวัยรุ่นในหนังถึงต้องทนฟังเพลงแย่ๆ แทนที่จะกดข้ามไป คำตอบอยู่ที่ตอนจบของคลิป

โฆษณาที่เล่าเรื่องแบบมิวสิควิดีโอจากเอเจนซี่ในปารีส Rosapark และทีมผู้กำกับ Traktor เปิดเรื่องด้วยนางเอกของเราเดินเล่นอยู่บนถนนในหูฟังเพลงอินดี้แสนหวานตามสไตล์ เพลงบรรเลงไปตามเรื่องตามราวและเธอยิ้มเบาๆ เมื่อคอร์ดสุดท้ายถูกร่ายไปจนจบลง

ส่วนเพลงที่ตามมาน่ะเหรอ? กลับกลายเป็นเพลงร็อคยุค 80 ที่ตัดเล่าเรื่องสลับกับมิวสิควิดีโอที่ใส่อารมณ์รุนแรงแบบเพี้ยนๆ มีฉากหลังที่ถ่ายบนกรีนสกรีน มีรูปทรงเรขาคณิตสีนีออนลอยไปลอยมา ต้นปาล์มพาสเทล เครื่องปั้นดินเผา ดอกไม้ไฟและการขับรถจักรยานยนต์ปลอมผ่านทะเลทรายปลอม และแมวใส่แว่นกันแดด 8 บิต ทรงผมเชยๆ และการโซโลแซกโซโฟน

เพลงนี้ถูกตั้งชื่อว่า “เพลงที่เลวร้ายที่สุดในโลก” (The Worst song in the World) ซึ่งเป็นทั้งชื่อเพลงและเนื้อร้องในท่อนฮุคเบ็ดและย้ำให้รู้กันตั้งแต่ 20 วินาทีแรกและสร้างเอียร์เวิร์มเหมือนที่เพลงป๊อปชอบทำ และนางเอกของเราก็แสดงอาการหน้าเหยเกออกมาอย่างชัดเจน

ในที่สุดหญิงสาวก็ทนไม่ไหว หลังจากเธอเดินขึ้นบันไดเธอก็โยนถุงข้าวของในมือทิ้งหมด พร้อมกรีดร้องอย่างไม่ไหวจะเคลียร์ คนดูจึงได้รับการเฉลยว่าที่หญิงสาวไม่กดเปลี่ยนเพลงเพราะมือไม่ว่าง… จากนั้นข้อความเฉลยก็ตามมา

“เมื่อมือว่าง ทุกอย่างก็เปลี่ยน” ตามด้วยข้อความขายของ “เลือกซื้อของกับร้านที่ส่งให้คุณถึงบ้านดีกว่า”

นับว่าเป็นภาพที่น่าสนใจที่เอามาเล่าได้อย่างฉลาด(และบ้าบอ) แถมยังมาจากอินไซท์แท้ๆ ในความเข้าใจ Millennial อย่างแท้จริง เพราะคนวัยนี้ที่ไม่มีรถยนต์ก็จำเป็นต้องเจอกับสถานการณ์ในการช้อปปิ้งและต้องหอบหิ้วเต็มไม้เต็มมือ แบรนด์จึงหยิบเอามีช่วงเวลาแห่งความหายนะที่เชื่อว่าหลายคนมีเหมือนกันมาเล่าให้เข้ากับแบรนด์

“การสร้าง ‘the worst song in the world’ เราต้องค้นหาจักรวาลแห่งดนตรีซึ่งห่างไกลจากเพลงที่ปกติผู้หญิงสาวๆ คนหนึ่งจะเปิดฟัง” Gilles Fichteberg ผู้ร่วมก่อตั้ง Rosapark กล่าว

“ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบอกผ่านเพลง เพลงเป็นตัวเล่าเรื่องและเป็นสิ่งตั้งต้นของเรื่องราว ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราในการเขียนเพลงคือการค้นหาความต่างอย่างสุดขั้ว ระหว่างจักรวาลของหญิงสาวกับจักรวาลของเพลงที่เราจะแต่ง เธอดูดีและอินเทรนด์ ฟังเพลงอินดี้ดีๆ และทันใดนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเพลงนี้ขึ้นมา มันคือการปะทะของวัฒนธรรม ของเทสที่ดีและไม่ดี เราต้องการวงดนตรีที่ผสมผสานวงอย่าง Van Halen, Europe and pop, วงคลื่นลูกใหม่เช่น Wham และ Duran Duran เข้าด้วยกัน”

เขากล่าวเสริมว่าเป้าหมายของเอเจนซีคือ “เขียนเพลงแบบที่คุณจะทั้งรักทั้งเกลียด”

 Source

แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM