ครั้งแรกของไทย Shiseido แต่งตั้งแม่ทัพหญิง จากนี้ต้องทำงานแบบ Omotenashi เข้าถึงอินไซต์ Local

ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่า บริษัทข้ามชาติที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย มีการปรับโครงสร้างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ แต่งตั้งคนไทยขึ้นบริหารในตำแหน่งสูง เพราะต้องการสานสัมพันธ์กับ Local Market เพื่อเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

เช่นเดียวกับ ชิเซโด้ บริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องสำอางชั้นนำ ที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้แต่งตั้ง “คุณปาริชาติ วีระเสถียร” ขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิเซโด้ (ประเทศไทย) จำกัด ถือเป็นคนไทยและผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ หลังจากที่ผ่านมาล็อคสเป็กคนญี่ปุ่นมาโดยตลอด

แต่งตั้ง MD คนใหม่ เชื่อในพลังผู้หญิงและความเป็น Local

แม้ว่าจะใหม่ในตำแหน่ง “MD” แต่ก็ถือว่า เหมาะสม เพราะคุณปาริชาติ ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน หากแต่ผ่านการดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไป โดยรับผิดชอบธุรกิจในกลุ่ม Cosmetics and Consumer Care Business หรือ C&PC มานานถึง 7 ปี และสร้างผลงานด้วยการนำแบรนด์ “SENKA” ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า และ “Anessa” ผลิตภัณฑ์กันแดดผิวหน้า ขึ้นสู่เบอร์ 1 ในตลาด ด้วยยอดขาย 200,000 ชิ้นภายใน 1 ปี

สำหรับการแต่งตั้งผู้บริหารคนไทยครั้งนี้ เป็นไปตามแนวทางของชิเซโด้ในระดับ Global ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพให้กับบุคลากรในทุกระดับชั้น ด้วยความเชื่อในพลังของผู้หญิง ปัจจุบันในองค์กรของชิเซโด้ มีสัดส่วนผู้บริหารหญิงในระดับ Managers ขึ้นไปราวๆ 65% ส่วนระดับ Top Management อยู่ที่ 45%

รวมไปถึงมีการปรับโครงสร้างระบบการทำงานใหม่ให้ทันสมัยและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อรองรับตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังโชว์ภาพลักษณ์ทันสมัยขององค์กรด้วยการย้ายสำนักงานใหญ่จากถนนรามคำแหง มาสู่ทองหล่อนัยยะว่าปรับตัวให้เข้ากับผู้บริโภคและดึงดูด “Millennial” มากขึ้น

มองไทยเป็น Role model ก่อนขยายตลาดเพื่อนบ้าน

มร.ฌอง ฟิลลิปป์ ชาลิเย่ ประธานกรรมการผู้บริหารภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กลุ่มบริษัทชิเซโด้ กล่าวว่า ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยถือเป็นตลาดใหญ่ที่ทางชิเซโด้ให้ความสำคัญมาก จากการเข้ามาศึกษาและทำธุรกิจในไทยนานกว่า 47 ปี ทำให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของตลาดไทย ที่นอกจากเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแล้ว หากศึกษาทำความเข้าใจผู้บริโภคในประเทศได้ดี สามารถเป็น Role model และ Influence ไปสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านไทยได้ไม่ยาก

ด้วยเทรนด์การใช้โซเชียลมีเดียของคนไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะสังเกตเห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมีการเรียนรู้และปรับเปลี่ยนตัวเองค่อนข้างเร็ว รวมถึงมีการค้นหาอัตลักษณ์ของตัวเองอย่างโดดเด่น มี Personality ชัดเจนมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับผู้บริโภคในประเทศอื่นๆ ทำให้ทุกแบรนด์เรียนรู้ว่า ผู้บริโภคไทยสามารถเป็นผู้นำเทรนด์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ จะเห็นได้จากการที่หลายแบรนด์เริ่มใช้ประเทศไทยเป็น Role model ในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ การนำแบรนด์ใหม่ๆเข้ามา ตลอดจนการทำงานในทุกๆด้าน ก่อนจะนำไปใช้ในประเทศอื่นต่อ

Micro Influencer ช่วยเข้าถึงผู้บริโภคยุค Millennial

ชิเซโด้มีวิสัยทัศน์และจุดยืนสำคัญในการเป็น “The best innovation beauty company” ที่ทำให้การใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของบุคคลดีขึ้น และสามารถมีความสุขในการใช้ชีวิตแบบเป็นตัวเอง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภค

คุณปาริชาติ วีระเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิเซโด้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการที่คนไทยมี Personality ที่ชัดเจนมากขึ้น ทำให้แบรนด์ต้องเข้าใจ Customer Centric ที่เชื่อมโยงไปสู่การทำ Digital Marketing เครื่องมือที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้แบบปัจเจกบุคคลและวัดผลได้

“ปัจจุบัน micro influencer หรือมีคนดังที่มีผู้ติดตามไม่เกิน 1 แสนคน มีความสำคัญกับแบรนด์มาก เพราะคนกลุ่มนี้มีความเชี่ยวชาญเรื่องข้อมูลสินค้า และสามารถให้คำแนะนำในสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังสนใจได้ ขณะที่ผู้บริโภคเอง ก็พร้อมที่ “รับฟัง” มากกว่าการใช้ Influencer ที่มีชื่อเสียง เพราะเขารู้ว่าเป็นโพสต์แบบ Commercial ซึ่งแบรนด์ต้องระมัดระวังในการเลือกใช้ Micro Influencer และ Influencer หรือแม้กระทั่ง Traditional media”

ล่าสุด ชิเซโด้ นำแอพพลิเคชั่น “Meitu” เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้บริโภคทดลองเครื่องสำอางของชิเซโด้ได้ด้วยเอง เข้ามาในไทย หลังจากบริการดังกล่าว ได้รับความนิยมในประเทศจีนมาแล้ว ทั้งนี้หากผู้บริโภคลองแล้วถูกใจสามารถกดสั่งซื้อได้ทันที หรือถ้าต้องการเซอร์วิสหรือรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถไปที่เคาน์เตอร์ได้เช่นกัน

เตรียมเปิดอีคอมเมิร์ซปลายปีนี้

สำหรับการแข่งขันในตลาดความงามไทย คุณปาริชาติ กล่าวว่า ตลาดความงามไทยยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ ไม่ว่าตัวเลขชี้วัดเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไรก็ตาม ตัวเลขตลาดความงามไม่เคยลดลง โดยในปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดความงาม เติบโตขึ้นถึง 7% เช่นเดียวกับในปีก่อนหน้าที่เติบโตอยู่ราวๆ 5-7%

แม้ว่าปัจจุบันหลายแบรนด์ความงามหลายแบรนด์ เข้ามาแข่งขันเรื่อง Beauty Innovation แต่คุณปาริชาติ มองว่า ชิเซโด้มีจุดแข็งที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น ตรงที่มี “Omotenashi (โอโมเทนาชิ) การรับฟัง ใส่ใจ และเข้าใจสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการอย่างแท้จริง ดังจะเห็นได้จากการทำตลาดสินค้าของแต่ละแบรนด์ของชิเซโด้ ที่เจาะอินไซต์ไปถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้บริโภค โดยแนวคิดนี้จะถูกนำไปปรับให้เหมาะสมกับสินค้าในแต่ละแบรนด์ของชิเซโด้

เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของชิเซโด้ ประเทศญี่ปุ่น ที่ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความทันสมัยมากขึ้น และหันมาโฟกัสกลุ่มเป้าหมาย “millennial” มากขึ้น ทำให้จำเป็นต้องเพิ่มการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในทุก Touch point และจะต้องไปอย่างถูกที่ถูกเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่องทางออฟไลน์ อย่าง Department Store และ Flagship Store ตลอดจนการเชื่อมโยงสู่ Omni-Channel ที่ชิเซโด้ต้องการเน้นให้มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ชิเซโด้ กำลังมุ่งพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซของตัวเอง โดยคาดว่า 3 แบรนด์ที่ได้เห็นบนออนไลน์ในช่วงปลายปีนี้ คือ Shiseido , NARS และ Laura Mercier หลังจากที่ผ่านมาได้พาร์ทเนอร์กับมาร์เก็ตเพลสหลายราย อย่างเช่น Lazada , Central Online และ Watsons