สาวกซุปเปอร์ฮีโร่มีเฮ! เตรียมเปิด “The Marvel Experience” ในไทย แหล่งรวมซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

0

นับถอยหลังอีกไม่ถึงปี คนไทยจะได้สัมผัสจักรวาลมาร์เวลแล้ว เมื่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์ และการ์ตูนมาร์เวล กำลังออกมาโลดแล่นให้ได้สัมผัสตัวจริง เมื่อ “บริษัท ฮีโร่ เวนเจอร์” จากสหรัฐอเมริกา และ “บริษัท ฮีโร่ เอ็กซ์พีเรียนซ์” ของไทย ร่วมกันนำ “The Marvel Experience” ซึ่งเป็น Theme Entertainment Attraction จากสหรัฐอเมริกา เข้ามาเปิดในประเทศไทยเป็นครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรามาทำความรู้จัก “The Marvel Experience” มีความน่าสนใจอย่างไร ?!?

1. “The Marvel Experience” (TMX) ถือกำเนิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2014 โดย “บริษัท ฮีโร่ เวนเจอร์” (Hero Ventures) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ได้จับมือกับ “มาร์เวล เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” (Marvel Entertainment) เจ้าของลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์กว่า 8,000 คาแรคเตอร์ ร่วมกันสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแนวคิด “Theme Entertainment Attraction” ที่รวบรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ของค่ายมาร์เวลมาไว้ในที่เดียว แต่ทว่าในโมเดลการเปิดในสหรัฐฯ ไม่ได้ตั้งที่ใดที่หนึ่งถาวร แต่ย้ายไปตามรัฐ หรือเมืองต่างๆ

2. ปัจจุบัน The Marvel Experience มีที่สหรัฐอเมริกา และเตรียมจะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ ในไทย และอีกหนึ่งประเทศในภูมิภาคเอเชีย

3. The Marvel Experience เป็นการสร้างประสบการณ์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ในรูปแบบ Digital Hyper-reality ที่จะได้เจอกับคาแรคเตอร์ชื่อดังของมาร์เวล และได้ประสบการณ์ทุกสัมผัส ภายในเต็มไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เช่น Virtual Reality, Interactive and Multimedia, Gaming, Simulations

Photo Credit : The Marvel Experience

4. สำหรับในไทย การเปิด “The Marvel Experience” ถือเป็นครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโลเกชั่นตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด ขนาดพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10,000 ตารางเมตร

5. เหตุผลที่ “Marvel Entertainment” และ “ฮีโร่ เวนเจอร์” ตัดสินใจมาเปิดตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเลือกตั้งในไทย เนื่องจากขณะนี้การเติบโตของคอนเทนต์ Marvel ที่ทำรายได้มหาศาลให้นั้น คือ ตลาดเอเชีย ซึ่งปัจจุบันคนเอเชียหันมาดูคอนเทนต์ และซื้อสินค้า Merchandise ซุปเปอร์ฮีโร่จากฝั่งอเมริกามากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ตลาดอเมริกา แม้จะเป็นต้นกำเนิดเหล่าคาแรคเตอร์ซุปเปอร์ฮีโร่ กลับอยู่สภาวะเริ่มอิ่มตัว

ประกอบกับ ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางเข้ามา อย่างเมื่อปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยว 32.6 ล้านคน ในจำนวนนี้มี 70% เป็นกลุ่ม Repeater เพราะฉะนั้นการเกิด New Destination และ New Activity ในลักษณะนี้จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาไทย

นอกจากนี้ในไทย มีแฟนคลับซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวลคาแรคเตอร์ต่างๆ คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 300,000 – 400,000 คนในหลากหลายกลุ่มอายุ จึงมองว่านอกจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่แล้ว การเปิด The Marvel Experience ยังเป็นการขยายฐานแฟนคลับ ทั้งในกลุ่มคนไทย และคนต่างชาติด้วยเช่นกัน

Photo Credit : The Marvel Experience

6. “The Marvel Experience” ในไทย เป็นเวอร์ชั่น 3.0 ที่มีเทคโนโลยีมากกว่าที่อเมริกา ซึ่งเป็นเวอร์ชั่น 1.0 โดยภายในประกอบด้วย 5 โซนหลัก คือ โซนจำหน่ายตั๋ว, โซนเด็ก, โซนอาหารและเครื่องดื่ม ที่จะออกแบบเมนูต่างๆ ภายใต้ธีมซูเปอร์ฮีโร่ ทั้งยังตั้งอยู่ในพื้นที่เปิด ทำให้ไม่ต้องซื้อตั๋ว ก็เข้ามาใช้บริการโซนนี้ได้, โซน Merchandise และโซน Marvel Experience เมื่อเข้ามาจะได้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยชิลด์ (S.H.I.E.L.D) ที่นำโดยนิค ฟิวรี่ และเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่คาแรคเตอร์ต่างๆ จากมาร์เวลกว่า 20 คาแรคเตอร์ ไม่วาจะเป็นกัปตันอเมริกา ไอรอนแมน สไปเดอร์-แมน แบล็ควิโดว์ วูล์ฟเวอรีน เดอะ ฮัลค์ และอีกมากมาย ที่มาพร้อมกับการนำเสนอในรูปแบบ Digital Hyper-reality

7. ไม่เพียงแต่เหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ขณะเดียวกันเมื่อ Marvel เปิดตัวคาแรคเตอร์ใหม่ จะนำมาเสริมทัพเพิ่มใน Theme Entertainment แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

8. คอนเทนต์ที่เป็นการแสดง และกิจกรรมต่างๆ ใน The Marvel Experience ประเทศไทย จะครีเอทใหม่ ปรับให้ Localization มากขึ้น ไม่ได้ยกทั้งหมดมาจากอเมริกา เพราะต้องการปรับให้เข้ากับตลาดอาเซียน เช่น การนำเสนอธีมที่เป็น Landmark ประเทศต่างๆ ในอาเซียน เช่น ฉากสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ

9. The Marvel Experience ในไทยจะเปิดให้บริการภายในไตรมาส 2 ปี 2561 โดยคาดว่าจะได้การตอบรับจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนภายในไตรมาสแรกของการเปิดตัว (70% นักท่องเที่ยวต่างประเทศ และ 30% ลูกค้าคนไทย

10. อัตราค่าตั๋วในไทย จะใกล้เคียงกับที่สหรัฐฯ ซึ่งที่นั่น 35 เหรียญดอลลาร์ต่อคน หรือประมาณกว่า 1,100 – 1,200 บาท โดยคาดว่าคนที่เข้ามาเที่ยวสถานที่นี้ จะใช้เวลาอยู่ข้างในไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง และใช้จ่ายเงินไม่ต่ำกว่า 2,000 – 2,500 บาทต่อคน