เปิดใจ ‘พี่ฉอด’ ยกเลิกคลื่นวิทยุ Chill FM 104.5 บุกออนไลน์เต็มตัว

สำหรับวงการมืเดียหรือธุรกิจสื่อมีการปรับเปลี่ยนอย่างครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดรับการเทคโนโลยีใหม่ๆและผลกระทบของสื่อดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็นสื่อทีวี สิ่งพิมพ์  สื่อนอกบ้าน ต่างก็มีความเคลื่อนไหวทั้งในแง่การปิดตัวหรือปรับตัว ล่าสุดสำหรับ “สื่อวิทยุ” ก็คงต้านทานกระแสของดิจิตอลไม่ได้  พี่ฉอด เจ้าแม่วิทยุแห่งบ้านเอไทม์ (AtimeMedia) มาอัพเดทความเคลื่อนไหวทิศทางทั้งตลาดและธุรกิจในเครือ

ลาก่อยย Chill FM 

คลื่น Chill FM 104.5 มีการปรับครั้งใหญ่ด้วยการยกเลิกการออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป  แต่จะถูกย้ายไปออกอากาศในออนไลน์แทนทั้งหมด 100% เปลี่ยนชื่อเป็น Chill Online ทั้งนี้เป็นผลมาจากผลสำรวจพบว่าผู้ฟังมาจากออนไลน์เป็นส่วนใหญ่และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นมาเรื่อย  ขณะที่อีกปัจจัย คือ ลูกค้าหรือแบรนด์ (ผู้ลงโฆษณา) ต่างย้ายงบประมาณไปทางออนไลน์มากขึ้นเช่นกัน เหตุผลเหล่านี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการย้าย Chill ไปสู่ออนไลน์เต็มตัว

“ก่อนหน้านี้ เอ-ไทม์ มีเดีย ได้มีการจัดทำรายการวิทยุออนไลน์ควบคู่ไปกับการออนแอร์รายการทางสถานีวิทยุมาตั้งแต่ปี 2540 ตลอดระยะเวลาเรามีการเชื่อมโยงระหว่างออนแอร์และออนไลน์แพลตฟอร์มเพื่อขยายฐานผู้ฟังมาโดยตลอด และเราได้เก็บรวบรวมตัวเลขและสถิติต่างๆเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้านออนไลน์มาตลอด 20 ปี ทำให้เราได้เห็นถึงพฤติกรรมของคนฟังของเราว่ายังฟังรายการวิทยุอยู่แต่มีการเปลี่ยนช่องทางการเปิดรับฟังวิทยุผ่านทางออนไลน์มากขึ้นจากเมื่อก่อน ตรงกับผลการทำรีเสิร์ชจาก Circle (บริษัท เซอร์เคิล จำกัด) และผลสำรวจของ Nielsen (บริษัท เดอะนีลเส็นคอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด) ที่ให้ข้อสรุปว่า ผู้บริโภคยังฟังรายการวิทยุอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนช่องทางการเปิดรับฟัง (Device) จากเครื่องรับวิทยุไปฟังผ่าน  สมาร์ทโฟนและเวปไซด์แทนเท่านั้น ส่วนเหตุผลที่คนยังเลือกฟังวิทยุก็เพราะว่า การฟังวิทยุเปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะมีดีเจคอยเลือกเพลงให้ ทุกครั้งที่ฟังเพลย์ลิสต์จึงมีความหลากหลาย ไม่ซ้ำซากจำเจ ฉะนั้นผู้ฟังจึงไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหาเพลงฟังเอง เพียงแค่เปิดก็ได้ฟังเพลงเพราะแล้ว” พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มีเดีย บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าว

แก้โรค Rating เรื้อรัง

จากสถิติการเปิดฟังผ่านทางออนไลน์ต่อเนื่อง(Stay Tune)ของคลื่นชิล ที่เก็บข้อมูลพบว่าเป็นอันดับสูงสุดมาโดยตลอด ซึ่งมีสถิติเฉลี่ยอยู่ที่ 1.4 ล้าน IP / 4 ล้าน ID นับว่ามียอดคนฟังมากที่สุดในกลุ่มรายการวิทยุของ เอ-ไทม์ มีเดีย  คลื่นชิลจึงเป็นตัว Kickoff ทดลองการออกอากาศวิทยุบนออนไลน์และมีแพลตฟอร์มอื่นๆรองรับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

การยกเครื่องใหญ่ครั้งนี้ย้าย Chill นับเป็นการทดลองเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของวงการวิทยุสู่โลกดิจิตอล ทั้งตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอยู่บน Mobile มากขึ้น  และจุดสำคัญ คือ การตอบปัญหาเรื้อรังมานานในสื่อ Traditional ที่ไม่สามารถวัดผล/วัดเรตติ้ง ได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อก้าวไปสู่ดิจิตอลแล้วก็จะมีสถิติโชว์ลูกค้าได้อย่างชัดเจน

“เรื่องเร็ตติ้งที่เป็นปัญหาถูกพูดถึงกันมาตลอด จริงๆแล้วยังไงกัน  มีตัวเลขที่งงๆอยู่ตลอดมา และไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนได้  แต่ออนไลน์กลับทำให้ลูกค้ามั่นใจได้มากขึ้น”

พี่ฉอด ยังเสริมอย่างมั่นใจว่า  การที่พวกเขาเปลี่ยน Device เปลี่ยนอุปกรณ์การฟังเท่านั้น ซึ่งมองว่าเป็นผลดีต่อเรามากกว่า  เพราะถ้าพวกเขาฟังด้วยวิทยุก็คงต้องอยู่ที่บ้าน บนรถเท่านั้น  แต่ตอนนี้พวกเขาสามารถฟังพวกเราได้ตอนไหนๆก็ได้ ตรงนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เราก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ  ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จะเป็นการ Transform อย่างชัดเจนขึ้น  แล้วมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องเรียนรู้และปรับไปด้วย

แม้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเรื่องแพลตฟอร์มของคลื่น  แต่การให้บริการลูกค้าของเอไทม์โดยรวมยังเหมือนเดิมในแบบ One Stop Service ลูกค้าสามารถเข้ามาหา แล้วได้บริการครบทั้งออนแอร์ ออนกรานด์ และ ออนไลน์ ในกลุ่มของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่  สำหรับสัดส่วนรายได้ของเอไทม์ ยังคงเป็นคลื่น Greenwave 106.5 เป็นหลัก 60%  และรองลงมา EFM , Chill อย่างละ 20%   โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2560 เติบโต 15% จากปี 2559