Spotify ปรับตัว เมื่อผู้คนเดินทางน้อยลงจึงต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในบ้านให้ได้

Spotify เป็นหนึ่งในธุรกิจที่น่าจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของ Covid-19 พอสมควร เพราะผู้ใช้งานส่วนใหญ่ของแพลตฟอร์มมักเข้าใช้งานในช่วงเวลาที่พวกเขาเดินทาง หรืออยู่นอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ เมื่อคนไม่ต้องออกจากบ้าน อัตราการเข้าใช้ก็ควรจะลดลง?

- Advertisement -

แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น และดูเหมือนว่า Spotify มองว่านี่เป็นช่องทางและโอกาสที่ดีที่บริษัทจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ใน Home Device ต่าง ๆ ในบ้านของผู้บริโภคได้เสียที

โดย Rak Patel ผู้บริหารของ Spotify กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงแรก พบว่าพฤติกรรมผู้ใช้งานประจำวันของเราเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เพราะสิ่งต่าง ๆ รอบตัว อย่างการเดินทางลดลงอย่างชัดเจนเนื่องจากการล็อคดาวน์ แต่หลังจากนั้น บริษัทเห็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและการใช้งานที่เพิ่มขึ้น

Patel อธิบายว่าในขณะที่ผู้คนคุ้นเคยกับวิถีชีวิตใหม่พฤติกรรมการใช้งานแบบข้ามอุปกรณ์เปลี่ยนไป และการปรับตัวรับกับความสะดวกสบายในบ้านก็เพิ่มสูงขึ้น

“การใช้งาน Smart speakers, connected TVs, เครื่องเล่นเกมคอนโซล ฯลฯ เพิ่มขึ้น 40% และหากลงลึกไปถึงข้อมูลอีกส่วนจะพบว่ามีการใช้งานทีวีและคอนโซลเกมเพิ่มขึ้นถึง 50%”

Spotify ได้กลายเป็นซาวด์แทร็กในการทำอาหาร, งานบ้านและเวลาครอบครัวทั่วไป และ Patel ไม่คิดว่ามันจะจบลงเมื่อผู้คนเริ่มกลับไปทำงานตามปกติ ประกอบกับข้อมูลที่นักวิเคราะห์เคยทำนายไว้ว่าวิทยุจะจากเราไปใน 10 ปีนี้ เขายิ่งมองว่ามันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความต้องการที่เพิ่มขึ้นของบริการแบบออนดีมานด์ต่าง ๆ ในบ้าน

“เราคิดว่าอนาคตนั้นถูกเร่งให้มาถึงเร็วขึ้นจากการที่ผู้คนอยู่บ้าน และ streaming intelligence data ของเรา สามารถทำให้บริการของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับคนที่อยู่บ้าน”

นอกจากการฟังเพลงแล้วอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่บริษัทมองว่าจะขยายต่อในวงกว้างคือ “พอดแคสต์” ในช่วงล็อคดาวน์พอดคาสต์ที่เกี่ยวข้องกับงานอดิเรกและการจัดสวนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และด้วยความที่ผู้คนรู้สึกเครียดและวิตกกังวลมากขึ้น พอดคาสต์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการทำสมาธิก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมาทำให้ Spotify มีการสมัครสมาชิกเพิ่มถึง 31% ในช่วงเดือนแรกของปี 2020 สู่จำนวนสมาชิกทั่วโลกที่ 130 ล้านคน แต่ถึงอย่างนั้นรายได้รวมของบริษัทถูกคาดการณ์ว่าน่าจะลดลงเล็กน้อยเนื่องจากการชะลอตัวของเม็ดเงินโฆษณาที่ถูกใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มในช่วงโควิด

เพื่อชดเชยรายได้ที่ขาดหายไป Spotify จึงมุ่งเน้นที่การนำเสนอบริการโฆษณาให้สำหรับแบรนด์ที่ต้องการเจาะลึกเข้าไปในกลุ่มครัวเรือน ด้วยการใช้งานลำโพงอัจฉริยะ สู่การเปิดตัวโฆษณาแบบ voice activated เป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายนสำหรับแบรนด์เครื่องสำอาง Nars ร่วมกับเอเจนซี่ Dentsu Aegis, The Story Lab และ Vizeum ที่ร่วมกันทำแคมเปญใช้ฟีเจอร์การสั่งงานด้วยเสียงให้สามารถส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น บลัชออน ลิปสติก หรือมาสคาร่าไปให้ผู้ฟังถึงหน้าประตูบ้าน

ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่ Spotify ตั้งใจจะจับให้อยู่หมัด จากการที่มีแบรนด์ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงเข้ามาจึงเกิดเป็นแคมเปญน่ารัก ๆ กับ Frontline ในเดือนพฤษภาคม ที่สื่อสารกับสุนัขสายตรงชื่อว่า “If Dogs Could Talk” เป็นสปอตโฆษณาที่มีการนำเอาเสียงความถี่สูงที่สื่อสารกับน้องหมา ตามด้วยการส่งข้อความถึงเจ้าของ

สำหรับ Spotify การล็อกดาวน์ถือเป็นแบบฝึกหัดต้อนรับความท้าทายใหม่ในพาตัวเองไปอยู่ในบ้านของผู้บริโภคให้ได้ และด้วยปี 2020 ที่ดูเหมือนว่ามันจะยังคงเป็นปีแห่งการทำงานแบบไม่ต้องเข้าออฟฟิศ เราจึงอาจจะได้เห็นการทดลองใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาอีกก็เป็นได้

Source