“ดังกิ้น โดนัท” ผนึก “โคคา-โคล่า” ลุยตลาดกาแฟพร้อมดื่ม ท้าชน “สตาร์บัคส์ – เป๊ปซี่”

0

dunkin-donut-rtd-coffee-vs-starbucks

หลังจากทำธุรกิจ QSR (Quick Service Restaurant) ด้านโดนัทและกาแฟมายาวนาน…ในที่สุด “ดังกิ้น โดนัท” (Dunkin’ Donuts) ได้แตกไลน์ธุรกิจมาทำตลาด “ผลิตภัณฑ์กาแฟเย็นพร้อมดื่ม” (Ready-to-Drink Coffee : RTD Coffee) รูปแบบขวด PET จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา เริ่มตั้งแต่ช่วงต้นปี 2017 เป็นต้นไป

นับเป็นครั้งแรกที่ดังกิ้น โดนัททำตลาดกาแฟพร้อมดื่ม โดยจับมือกับ “โคคา-โคล่า” (Coca-Cola) เป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าน้องใหม่นี้ทั้ง 4 รสชาติ ได้แก่ Original, Mocha, Espresso และ French Vanilla กระจายเข้าไปยังร้านขายของชำ ร้านสะดวกซื้อ และในร้านดังกิ้น โดนัท

การผนึกกำลังกันครั้งนี้ ถือว่า Win – Win ทั้ง “ดังกิ้น โดนัท” ที่สร้างโอกาสการเติบโตให้กับแบรนด์ไปสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น ทั้งยังสร้างความแข็งแกร่งในตลาดกาแฟ เช่นเดียวกับ “โคคา-โคล่า” ถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพราะเป็นพันธมิตรร่วมกันตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา ในการนำเครื่องดื่มโคคา-โคลา ทั้งกลุ่มอัดลมและน้ำผลไม้เข้าไปจำหน่ายในร้านดังกิ้น โดนัท

ขณะเดียวกันโคคา-โคล่า ต้องการเสริมทัพ Brand Portfolio กลุ่มเครื่องดื่มกาแฟให้มีหลายแบรนด์ โดยแต่ละแบรนด์มีเอกลักษณ์และรสชาติแตกต่างกัน เพื่อเจาะผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม เพราะนอกจากกาแฟพร้อมดื่มดังกิ้น โดนัทแล้ว ยังมีแบรนด์ “Gold Peak” ที่มีทั้งโปรดักส์ไลน์กลุ่มชาพร้อมดื่ม และกาแฟสกัดเย็นพร้อมดื่ม อีกทั้งได้ร่วมกับแบรนด์ “illy issimo” ทำตลาดกาแฟพร้อมดื่มพรีเมียม ทั้งในรูปแบบกระป๋องและขวด PET และแบรนด์ “Java Monster” ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Hybrid Coffee ที่เป็นการผสมระหว่างกาแฟ กับเครื่องดื่มชูกำลัง (ผลิตโดย Monster Energy จัดจำหน่ายโดยโคคา-โคลา) รวมทั้งแบรนด์ “Georgia” ที่ประสบความสำเร็จในตลาดญี่ปุ่น

resize-dunkin-donut-rtd-coffee_02

“การร่วมมือกับโคคา-โคล่า ได้ผลักดันให้กาแฟพร้อมดื่มดังกิ้น โดนัท เข้าสู่ช่องทางร้านของชำ ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกทั่วไป รวมทั้งร้านดังกิ้น โดนัท ขณะเดียวกันสินค้าใหม่นี้จะเพิ่มโอกาสการบริโภคกาแฟดังกิ้น โดนัท และทำให้แบรนด์ขยายออกไปสู่ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เราเชื่อมั่นว่าเมื่อผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้ดื่มกาแฟพร้อมดื่มดังกิ้น โดนัทแล้ว จะกลับมาใช้บริการที่ร้านดังกิ้น โดนัทด้วยเช่นกัน” Nigel Travis, Chairman and CEO, Dunkin’ กล่าว

“สตาร์บัคส์” จับมือ “เป๊ปซี่โค” ขยายโอกาสการดื่มกาแฟนอกร้าน

โจทย์ใหญ่ของ “สตาร์บัคส์” (Starbucks) คือ การสร้างโอกาสการดื่มกาแฟของผู้บริโภคให้มากที่สุด จากการขายในรูปแบบร้าน ต่อมาในปี 1994 ได้ร่วมทุนกับ “เป๊ปซี่โค” (PepsiCo) จัดตั้ง North American Coffee Partnership หรือ THE NACP ในสัดส่วน 50 : 50 เพื่อร่วมกันพัฒนาตลาดกาแฟพร้อมดื่ม และสินค้า โดย “เป๊ปซี่โค” รับหน้าที่ดูแลด้านการขายและกระจายสินค้าเข้าช่องทางร้านค้าปลีก ทำให้สามารถผลักดันแบรนด์สตาร์บัคส์ให้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะที่บ้าน ระหว่างเดินทาง ที่ทำงาน หรือที่ไหนก็ตาม

ในขณะที่ “เป๊ปซี่โค” ก็ต้องการเติมเต็ม Portfolio เครื่องดื่มให้มีความครบวงจรยิ่งขึ้น ซึ่งกาแฟพร้อมดื่มเป็นอีกหนึ่ง Category ที่ใหญ่และมีศักยภาพทางตลาดสูง

resize-ready-to-drink-starbucks-coffee_01

กว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา พัฒนาการของผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่มสตาร์บัคส์ มีโปรดักส์ใหม่ออกสู่ตลาดเป็นระยะๆ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว ซึ่งเป็นสินค้าแรกในกลุ่มนี้ ตามมาด้วยรูปแบบกระป๋อง และมีอีกหลากหลายรสชาติ โดยประมาณการณ์ว่า THE NACP มีส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจกาแฟพร้อมดื่มในสหรัฐฯ 97% และมีการเติบโตด้านยอดขายเมื่อปีที่แล้วมากกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

หลังจากทำตลาดแถบอเมริกาเหนือมาสักพัก ปีที่แล้วได้ขยายไปยังตลาดลาตินอเมริกา กระทั่งในปีนี้ครอบคลุม 10 ตลาดแล้ว ได้แก่ บางตลาดของแคริบเบียน, ชิลี, โคลัมเบีย, คอสตาริกา, กัวเตมาลา, เม็กซิโก, ปานามา, เปรู, เปอร์โตริโก และอุรุกวัย

 

Source 

Source

Source