HomeInsightสรุปครีเอเตอร์เทรนด์ 2027  “คลิปสั้น” ครองตลาด กลุ่ม CreatorPreneur ทำแบรนด์เองมาแรง  

สรุปครีเอเตอร์เทรนด์ 2027  “คลิปสั้น” ครองตลาด กลุ่ม CreatorPreneur ทำแบรนด์เองมาแรง  

คนไทยเชื่ออินฟลูเอนเซอร์ หนุน Creator Economy โต

แชร์ :

อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน สร้างมูลค่าตลาดราว 45,000 ล้านบาท แนวโน้ม Creator Economy ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ในงาน SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2026 สรุปเทรนด์ครีเอเตอร์ ทำความเข้าใจตลาดที่กำลังเปลี่ยนไป เพื่อให้แบรนด์และนักธุรกิจสร้างโอกาสการเติบโตอย่างมีทิศทาง กับหัวข้อ Creator & Influencer Trend 2027 ครีเอเตอร์เทรนด์ 2027  ดังนี้

สรุป Creator Landscape ในประเทศไทย

คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker, iCreator Community และนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) ให้มุมมอง Creator Landscape ยังเป็นปีที่ครีเอเตอร์คึกคัก เห็นได้จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเข้ามาทำตลาดจริงจัง เป็นสัญญาณที่จะได้เห็นในช่วงครึ่งปีหลังถึงต้นปีหน้า

ข้อมูล iCreator Report 2025 สรุปจำนวนครีเอเตอร์ไทยอยู่ในทุกแพลตฟอร์ม ด้วยสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ  Facebook 31% TikTok 27%  Instagram 25% YouTube 17% สัดส่วนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในการเลือกแพลตฟอร์มในกลุ่มครีเอเตอร์ ที่เชื่อมโยงปัจจัยการเข้าถึงผู้ชม ความง่ายในการเข้าใจอัลกอริทึม และโอกาสในการสร้างรายได้  ทำให้แบรนด์สามารถทำงานกับครีเอเตอร์ได้ทุกช่องทาง

 

– หมวดหมู่ยอดนิยมของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ 

1. Lifestyle 19%

2. Beauty & Fashion 17%

3. Travel 8%

4. Entertainment 8%

5. Gaming 7%

6. Food Drink & Cafe 7%

7. News & Reporter 4%

8. Parenting & Kids 3%

9. Art & Literature 2%

10. Pets 2%

หมวดหมู่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ยอดนิยม  7 อันดับแรก เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน แต่สิ่งที่น่าสนใจคืออีก 3 หมวดหลัง ที่มีการเปลี่ยนแปลงมาแรงจนติดท็อปเทน  คือ แม่และเด็ก, ศิลปะวัฒนธรรม และสัตว์เลี้ยง  ส่วนหมวดหมู่ที่หลุดท็อปเทน คือ ไอที

– รูปแบบคอนเทนต์ยอดนิยม 

ข้อมูลการสำรวจครีเอเตอร์ 100,000 คน  ทำคอนเทนต์ประเภทไหนมากที่สุด สรุปได้ดังนี้

1. วิดีโอสั้น 82.7%

2. ภาพเดี่ยว (Single Photo) 53.8%

3. บทความสั้น 35.7%

4. วิดีโอยาว 26.3%

5. บทความยาว 15%

6. ไลฟ์ 14.1%

7. พอดแคสต์ 6.8%

ผู้ชมมักเลือกดูคลิปสั้นก่อน เพราะเป็นคอนเทนต์ที่ส่งอารมณ์ได้มากกว่าภาพนิ่ง  พบพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลมีการเสิร์ช TikTok โดยเฉพาะ Gen Y และ Gen Z  ทำให้คลิปสั้นเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ครองตลาด มีครีเอเตอร์ทำมากสุด

คนไทยเชื่ออินฟลูเอนเซอร์ หนุน Creator Economy โอกาสโตอีกมาก 

– ผู้บริโภคไทยถูกป้ายยาจากอินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์ ในการซื้อสินค้ามากสุด จากวิจัยของ Accenture สำรวจภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมญี่ปุ่น) ถามผู้บริโภคว่าหากต้องการซื้อสินค้า ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภค 79% บอกว่า “อินฟลูเอนเซอร์” มีผลอย่างมากในการตัดสินใจซื้อ โดยประเทศที่สนใจครีเอเตอร์มากกว่าสุด คือ ไทย เกาหลี เวียดนาม เพราะเป็นประเทศที่ใช้โซเชียลมีเดียสูงมาก

– การซื้อสินค้าที่ถูกแนะนำโดยอินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์  พบว่า “ไทยและเวียดนาม” ติดท็อป 5 ของโลก  ขณะที่ประเทศอื่นๆ จะดูโฆษณา ส่วนประกอบของสินค้าในการตัดสินใจซื้อ มาเป็นอันดับต้นๆ

– ผู้บริโภคไทยตัดสินใจซื้อสินค้าเพราะเชื่ออินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์ มากกว่าการได้ส่วนลด คูปอง แม้สินค้าที่ราคาใกล้เคียงกัน หากอินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์ บอกว่าชอบแบรนด์ไหนมากกว่าก็จะเลือกซื้อตาม อินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์ จึงเป็นหนึ่งในกลไกการขายสินค้าในยุคนี้

ข้อมูลภาพรวมการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณา Creator Economy สหรัฐฯ  พบว่าเม็ดเงินโฆษณา Creator Economy ถือเป็นหนึ่งในเซกเตอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในบรรดาสื่อทั้งหมด

– ปี 2025 คาดการณ์ว่าฝั่ง Creator Economy จะเติบโต 26% ซึ่งเร็วกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมสื่อทั้งหมด (ที่เติบโตเพียง 5.7%) ถึงประมาณ 4 เท่าตัว

– มูลค่ารวมของงบโฆษณาที่แบรนด์ต่างๆ คาดว่าจะลงทุนใน Creator Economy ของสหรัฐฯ ในปี 2025 อยู่ที่ 37,100 ล้านเหรียญสหรัฐ

– การเติบโตของ Creator Economy ในสหรัฐ เติบโต 20% มาต่อเนื่อง ขณะที่บางอุตสาหกรรมติดลบ เชื่อว่าสิ่งที่เกิดในสหรัฐฯ ก็จะเกิดในไทยเช่นกันแสดงว่าในประเทศไทยยังเติบโตได้อีก โดยเห็นสัญญาณที่ดีจากครีเอเตอร์เอเจนซี ที่ยังมีงานเข้ามาต่อเนื่อง

– พบว่าแบรนด์เลือกลงโฆษณาผ่านอินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์ ติดท็อป 3 ดังนี้

1. โซเชียลมีเดีย 74%

2. Paid Search 60%

3. ครีเอเตอร์ 48%

4. โฆษณาทีวี 40%

5. สื่อเชิงพาณิชย์ 40%

– พฤติกรรมเสพคอนเทนต์คนไทย ใช้เวลากับแอป โซเชียลมีเดียใดสูงสุดต่อวัน สรุปได้ดังนี้

1. YouTube 58 นาที/วัน

2. Facebook 57 นาที/วัน

3. Instagram 48 นาที/วัน

4. TikTok 47 นาที/วัน

5. Whatsapp 35 นาที/วัน

เห็นได้ว่า YouTube ยังเป็นแพลตฟอร์มที่คนใช้เวลาต่อวันมากที่สุด หลายแบรนด์ทำคลิปสั้นเพื่อขายสินค้า ทำให้คนรักโปรโมชั่น ไม่ได้รักแบรนด์ แต่คลิปยาว ยังเป็นคอนเทนต์ที่ทำให้คนรักแบรนด์

งานประกาศรางวัลโซเชียลมีเดียต่างๆ  พบว่าคนที่ได้รางวัลส่วนใหญ่เป็น “ยูทูบเบอร์”  หากพูดถึงครีเอเตอร์กลุ่มท็อปแต่ละประเภทคอนเทนต์ที่คนนึกถึงเป็นอันดับแรกก็ยังเป็นยูทูบเบอร์

ดังนั้นแม้เทรนด์คอนเทนต์ครีเอเตอร์จะไปทาง “คลิปสั้น” แต่ก็ไม่สามารถทิ้งแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ คลิปยาวที่จะอยู่กับผู้ชมนานๆ ก็ยังสำคัญ

CreatorPrenuer ทำแบรนด์เองมาแรง  

คุณสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder Tellscore และอุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) ให้มุมมองว่ากลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์  สิ่งที่เหมือนกันคือ 1. ผลิตคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย 2. มีผู้ติดตามจำนวนมาก 3. หนึ่งคนอาจมีความถนัดมากกว่า 1 นิยม  ปัจจุบันมี 4 กลุ่มหลัก

– Creators ผลิตคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย สร้างสรรค์คอนเทนต์เป็นหลัก

– Influencer เป็นคนที่มีชื่อเสียงและทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย

– eCommerce Seller  ไลฟ์ขายของ ติดตระกร้า

– CreatorPreneur  (Creator + Entrepreneur) ครีเอเตอร์ที่เป็นผู้ประกอบการ ทำแบรนด์สินค้าของตัวเอง รวมทั้งครีเอเตอร์ กลายมาเป็นบริษัทสื่อ ผลิตสินค้า นำเข้าสินค้า เป็นกลุ่มที่สร้างรายได้เติบโตในตลาด Creator Economy เป็นกลุ่มที่เห็นเทรนด์เติบโตมาต่อเนื่อง

จากความเคลื่อนไหวของแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น TikTok ที่ลงทุนสร้าง Data Center ในประเทศไทย  YouTube และ Instagram บอกว่าครีเอเตอร์จะกลายเป็น Business Infrastructure เป็นโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจที่สำคัญ

กลยุทธ์ Creator Marketing  5 ขั้นตอนหลัก เพื่อสร้างกลยุทธ์ที่ดี ตั้งเป้าหมายที่ปฏิบัติได้จริง วัดผลได้ และขยายผลขีดความสามารถ ดังนี้

1. รู้จักสถานะของแบรนด์ตัวเอง ก่อนจะเริ่มทำแบรนด์ ต้องประเมินก่อนว่าตอนนี้แบรนด์เราอยู่ในช่วงไหน เพื่อเลือกแนวทางให้ตอบโจทย์ที่สุด

– เพิ่งเปิดตัวใหม่

– ผู้บริโภคเริ่มรับรู้และรู้จักแบรนด์บ้างแล้ว

– เริ่มมีกลุ่มลูกค้าประจำที่ซื้อซ้ำแล้ว

– แบรนด์เราเป็นสินค้าสำหรับกลุ่มเฉพาะ (Niche Market) ใช่หรือไม่

2. ตั้งเป้าหมายทางดิจิทัลให้ชัดเจน กำหนดตัวชี้วัด (KPIs) ที่ต้องการจากการทำการตลาดร่วมกับครีเอเตอร์

– การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (Reach)

– ยอดการรับชมคอนเทนต์

– การมีส่วนร่วม เช่น ไลก์ คอมเมนต์ แชร์ (Engagement)

– จำนวนการคลิกลิงก์

– ยอดการดาวน์โหลด

3. เลือกครีเอเตอร์ที่ใช่ คัดเลือกครีเอเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีภาพลักษณ์ ผู้ติดตาม และสไตล์การทำคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการจะสื่อสารด้วย

4. ทำทดสอบเพื่อหาคอนเทนต์ที่ดีที่สุด อย่าเพิ่งทุ่มไปกับแนวทางเดียว ควรทำการทดลองและเปรียบเทียบผลลัพธ์ (A/B Testing) โดยใช้รูปแบบคอนเทนต์ หรือครีเอเตอร์ที่หลากหลาย เพื่อดูว่ารูปแบบไหนที่กลุ่มเป้าหมายตอบรับดีที่สุด

5. ขยายผลความสำเร็จด้วยโฆษณา เมื่อเจอคอนเทนต์หรือครีเอเตอร์ที่ให้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมแล้ว ให้ทำการขยายผล (Scale) นำคอนเทนต์นั้นไปยิงโฆษณา (Paid Ads) เพิ่มเติม เพื่อทำให้โฆษณาทำงานได้ตรงกลุ่มและคุ้มค่าที่สุด

คุณอิสระ ฮาตะ Co-Founder บริษัท รับทราบ โปรดักชั่น จำกัด และอุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) กล่าวว่าทิศทางการทำคอนเทนต์ทุกอย่างมุ่งไปที่คลิปสั้นเป็นหลัก  เห็นได้จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีฟีเจอร์คลิปสั้น คอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็จะไปทางนั้น เพราะเห็นยอดวิวเห็นชัด และเกิดคอมมูนิตี้ใหม่ๆ  อย่าง CreatorPreneur ที่มีผู้ประกอบการออกมาหน้ากล้องเยอะขึ้น เป็นเทรนด์ที่จะได้เห็นหลังจากนี้

เมื่อครีเอเตอร์วิ่งตามตัวเลขกันเยอะ ดังนั้นสิ่งที่เห็นน้อยลงคือ คนที่ทำตามสิ่งที่ตัวเองอยากทำหรือทำตามความสนุก

“ผมยังยึดมั่นว่าเอาความสนุกนำไว้ก่อนเวลาทำคอนเทนต์ เพราะเป็นความสนุกของตัวเองที่เปลี่ยนไปตามวัย และหวังว่าผู้ชมยังคงสนุกไปกับเรา แม้เมื่อผู้ชมโตขึ้นและไปสนใจคอนเทนต์อื่นๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแปล  แต่ผมก็ยังจะทำคอนเทนต์ที่ตัวเองสนใจ เพราะเป็นความคิดสร้างสรร์และความโปร่งใสที่จะทำให้ผู้ชมได้”

ยังเชื่อมั่นในคอนเทนต์ยาว เพราะทำให้รู้จักกันมากขึ้นในหลายแง่มุม ช่องยูทูบ Long-form ยังมีมูลค่าสูง เพราะมีเวลาได้อธิบายตัวเอง มีเวลาที่จะบอกว่าตัวเองเป็นอะไร สร้าง Asset จาก Trust ได้

อ่านเพิ่มเติม

 


แชร์ :

You may also like