HomeInsightเจาะเทรนด์ Influencer Marketing เปลี่ยนจากรีวิวสินค้า สร้างคอมมูนิตี้ ก้าวสู่บทบาท Sales Partner 

เจาะเทรนด์ Influencer Marketing เปลี่ยนจากรีวิวสินค้า สร้างคอมมูนิตี้ ก้าวสู่บทบาท Sales Partner 

แชร์ :

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Creator Economy ของไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีจำนวนอินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน สร้างมูลค่าตลาดราว 45,000 ล้านบาทในปี 2568 เติบโตเฉลี่ย 25–30% ต่อปี

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ในยุคนี้ Creator Economy ก้าวข้ามจากการเป็นเพียง “สื่อโฆษณา” สู่การเป็น “ผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเทรนด์ Social Commerce และ Influencer Marketing

ปัจจุบันบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์ จึงเปลี่ยนจากการ “รีวิวสินค้า” ไปสู่ “การแบ่งปันไลฟ์สไตล์ที่จริงใจ” สร้าง Community พื้นที่เชื่อมโยงผู้ติดตาม ปิดจบด้วยการเป็น Sales Partner ให้กับแบรนด์

เจาะเทรนด์ Influencer Marketing 2026 

AnyMind Group สรุป Global Trends ทิศทางของการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) ปี 2026 มีประเด็นสำคัญดังนี้

1. อินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์ กลุ่ม Micro และ Nano เติบโตสูง เพราะสร้างความเชื่อมั่นและการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้ดี ผู้บริโภคกว่า 61% เชื่อถือคำแนะนำจากครีเอเตอร์มากกว่าโฆษณาแบบดั้งเดิม  แบรนด์ส่วนใหญ่โยกย้ายเม็ดเงินโฆษณาจากสื่อไปใช้กับ Influencer Marketing เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย 70% ของแบรนด์ มีการจัดสรรงบประมาณแยกออกมาต่างหาก (เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ที่มีเพียง 37%)

2. อินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์ ไม่ใช่แค่ “ช่องทางโฆษณา” แต่คือ “ผู้สร้างชุมชน” (Community Builder) แบรนด์เน้นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวมากกว่าการจ้างงานแบบครั้งเดียวจบ อินฟลูเอนเซอร์จึงมีบทบาทเป็น Business Partner  และ Sales Partner ให้กับแบรนด์ระยะยาว

3. ความจริงใจและความเฉพาะตัวคือหัวใจสำคัญ ผู้บริโภคต้องการคอนเทนต์ที่สะท้อนชีวิตจริงและเชื่อมโยงกับพวกเขาได้  เช่น โชว์การใช้แบรนด์ต่างๆ หรือใช้สินค้าจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้าง Community Culture ร่วมกับผู้บริโภค

สรุปทิศทาง Influencer Marketing การตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านจากเพียงแค่การรีวิวที่ดูหรูหรา (Aspired review) ไปสู่ “การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันและวัฒนธรรมของชุมชน”  ในปี 2026 การตลาดอินฟลูเอนเซอน์จะเน้นความ “เรียล” และการสร้าง “ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน” มากกว่าการเน้นยอดตัวเลขติดตามเพียงอย่างเดียว

ตลาดไทยโฟกัส Live Commerce – Community –  Affiliate

คุณอุมามณฑ์ ศิริลักษณาพร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ ประจำประเทศไทย AnyMind Group กล่าวว่าเทรนด์อินฟลูเอนเซอร์ในประเทศไทย (Thailand Market Landscape) ที่เน้นบทบาทปิดการขายผ่านโซเชียลมีเดีย มีประเด็นสำคัญ 3 ด้านดังนี้

1. อินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคไทยหันไปให้ความสำคัญกับความจริงใจ (Authenticity) และเชื่อถือกลุ่ม Micro/ Nano influencers มากขึ้น โดยช่องทาง Live Commerce (การไลฟ์ขายของ) เติบโตสูง และครองตลาดโดย TikTok

2. พลังในการสร้างเทรนด์และชุมชน (Community) โดยมีอินฟลูเอนเซอร์เป็นผู้กำหนดทิศทางวัฒนธรรมและเทรนด์ใหม่ๆ ในสังคม เช่น เทรนด์ดื่มมัทฉะ, เต้นแอโรบิค  และมีบทบาทเป็นตัวกลางไลฟ์สไตล์ ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เข้าถึงผู้ชม แต่เป็น “สะพาน” ที่เชื่อมโยงระหว่างสินค้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ให้เข้ากันอย่างแนบเนียน

3. การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของระบบ Affiliate จากบทบาทสื่อสู่พาร์ทเนอร์การขาย Affiliate Marketing ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่สื่อโฆษณาอีกต่อไป แต่เป็น Sales Partner เพราะอินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์ สามารถปลี่ยนผู้ติดตามหรือฐานแฟน (คอมมูนิตี้) เป็นผู้ซื้อได้จริง หรือเป็นการเปลี่ยนความต้องการซื้อให้กลายเป็นยอดขายจริง  ซึ่งมีกลุ่ม Gen Z เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยชอบการผสมผสานระหว่างการขายและความบันเทิง (Shoppertainment)

สรุป Influencer Marketing  ตลาดไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากโฆษณาแบบเดิม ไปสู่การใช้อินฟลูเอนเซอร์/ครีเอเตอร์ ที่เน้นความจริงใจและเน้นผลลัพธ์ที่เป็นยอดขายผ่านระบบ Affiliate และการไลฟ์สด

Community กุญแจสำคัญการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ 

การสร้างชุมชน (Community) ถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนและกลยุทธ์ Influencer Marketing ในประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 แกนหลักดังนี้

1. พฤติกรรมผู้บริโภค 3 ด้านหลัก คือ 1. มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ 2. เป็นกลุ่มแรกๆ ที่เปิดรับและเริ่มใช้เทรนด์ใหม่ (First trend adopter) และ 3. สร้างสายสัมพันธ์หรือคอนเนกชันใหม่ๆ โดยให้ความสนใจทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง Community ใหม่ๆ จำนวนมาก ที่ต้องการเชื่อมต่อกับกลุ่มคนที่มีความสนใจเหมือนกัน เช่น คอมมูนิตี้ของคนออกกำลังกาย ,กลุ่มวิ่ง, เต้นแอโรบิค, โยคะ เป็นกลุ่มที่เติบโตตามเทรนด์ Health & Wellness คอมมูนิตี้กลุ่มเครื่องดื่ม มัทฉะ กาแฟ ไวน์

2. ผู้บริโภคเปลี่ยนความสนใจคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ จากโพสต์คอนเทนต์โฆษณา เป็นรูปแบบ Co-creation  ซึ่งผู้บริโภคยอมรับได้ว่ามีแบรนด์เป็นสปอนเซอร์คอนเทนต์ แต่คอนเทนต์ต้องมีความเรียล ผสมผสานไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของอินฟลูเอนเซอร์ด้วย โดยที่แบรนด์ไม่ยัดเยียดโฆษณามากเกินไป คอนเทนต์ UGC จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้าง Trust  และกระตุ้นการซื้อ

3. Micro/ Nano Influencers เป็นกลุ่มที่กำลังมาแรง สามารถเชื่อมแบรนด์กับคอมมูนิตี้ของอินฟลูเอนเซอร์ได้ สร้างกิจกรรมหรือพื้นที่ในการใช้เวลาร่วมกัน เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนอยู่ในชุมชนจริง ๆ  สามารถรักษาและสานสัมพันธ์ในระยะยาว แทนที่จะเน้นการจ้างงานแบบครั้งเดียวจบ

ผลลัพธ์การสร้างคอมมูนิตี้ของอินฟลูเอนเซอร์เชื่อมโยงกับแบรนด์

– เกิดความน่าเชื่อถือและการสร้างกลุ่มวัฒนธรรมย่อย (Subcultures) ที่เหนียวแน่นในกลุ่มผู้บริโภค

– เกิดเครือข่ายและการเชื่อมต่อที่แข็งแกร่งระหว่างตัวอินฟลูเอนเซอร์ด้วยกันเอง

– ได้ความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนกับอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และการโปรโมตแบรนด์ในระยะยาว

คุณอุมามณฑ์ ศิริลักษณาพร

AnyMind ชูกลยุทธ์ “Growth Partner”

AnyMind Group ในฐานะผู้นำด้าน Influencer Marketing จึงวางกลยุทธ์ใหม่ภายใต้บทบาท “Growth Partner” ที่พร้อมผลักดันศักยภาพของอินฟลูเอนเซอร์ในทุกมิติ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้แก่ระบบนิเวศ Integrated Influencer Experience  โดยอินฟลูเอนเซอร์ ภายใต้โครงการจะได้รับการสนับสนุนครอบคลุม 4 เสาหลักสำคัญ

1. Training & Insights: อัปเดตเทรนด์และข้อมูลเชิงลึก (Data Insight) จากแพลตฟอร์ม ต่างๆ แบบเอ็กคลูซีฟเพื่อให้อินฟลูเอนเซอร์ก้าวทันตลาดอยู่เสมอ

2. Technical Support: ทีมสนับสนุนหลังบ้านที่ช่วยจัดการปัญหาด้านเทคนิคและอัลกอริทึม ในแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น การถูกปิดกั้นการมองเห็น เป็นต้น

3. Exclusive Activity: พื้นที่สร้างสรรค์ที่ช่วยให้อินฟลูเอนเซอร์ ค้นพบสมดุลระหว่าง การทำงาน และการใช้ชีวิต เพื่อการผลิตคอนเทนต์ที่สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง

4. Curated Brand Campaigns: การมอบหมายงานและคัดสรรแคมเปญที่ตรงกับ Persona และคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือในระยะยาว

AnyMind Group ได้เปิดตัวกิจกรรมแรกของคอมมูนิตี้ภายใต้คอนเซปต์ “Inside Out Retreat: The Stronger Inside, The Better Outside” โดยร่วมมือกับ Iwelty ผู้เชี่ยวชาญและการให้บริการด้านสุขภาพองค์รวมแบบครบวงจร สร้างพื้นที่แห่งการ “Pause” ให้ครีเอเตอร์ที่ต้องใช้ พลังงาน (On) อยู่ตลอดเวลา ได้หยุดพักและหันกลับมาใส่ใจ “โลกภายใน” ของตัวเองอีกครั้ง ผ่านประสบการณ์ Mind & Physical Retreat ที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจ ซึ่งประกอบด้วย 3 กิจกรรมไฮไลต์

– Yoga (Restart Relaxation): เซสชันโยคะเพื่อปลุกพลังความแอคทีฟ และเพิ่มสมาธิ ในการทำงาน

– Sound Healing (Deep Relaxation): ปรับสมดุลร่างกายด้วยพลังเสียง และการฝึก หายใจ เพื่อลดความเครียดและฟื้นฟูสภาวะจิตใจในระดับลึก

– Networking: พื้นที่พบปะสังสรรค์ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เพื่อสร้าง ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์

“AnyMind  Exclusive Influencer Community ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลครีเอเตอร์ในทุกๆมิติ ไม่ได้มองหาแค่ยอด Conversion แต่ต้องการสร้างคอมมูนิตี้ที่ช่วยให้พวกเขา สามารถสร้างคอนเทนต์ได้อย่างมีคุณภาพ และสามารถเติบโตร่วมกับแบรนด์ไปได้อย่างยั่งยืน และกิจกรรมแรกที่ร่วมมือกับ iwelty ครั้งนี้ คือ จุดเริ่มต้นของการประกาศจุดยืนว่า AnyMind พร้อมที่จะเดิน เคียงข้างอินฟลูเอนเซอร์ไทยในฐานะพันธมิตรผู้ช่วยผลักดันความสำเร็จอย่างแท้จริง”

 


แชร์ :

You may also like