HomeMediaTCCA เตรียมจัดทำมาตรฐาน “คอนเทนต์ ครีเอเตอร์” เพิ่มแสงกลุ่มน้ำดี จับมือแพลตฟอร์มลดช่องทางตัดรายได้ “ครีเอเตอร์สีเทา” 

TCCA เตรียมจัดทำมาตรฐาน “คอนเทนต์ ครีเอเตอร์” เพิ่มแสงกลุ่มน้ำดี จับมือแพลตฟอร์มลดช่องทางตัดรายได้ “ครีเอเตอร์สีเทา” 

แชร์ :

อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน สร้างมูลค่าตลาดราว 45,000 ล้านบาทในปี 2568

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

เมื่อใครๆ ก็เป็นครีเอเตอร์ได้ ที่ผ่านมาเริ่มเห็นปัญหาการทำคอนเทนต์ “ดราม่า” เกิดขึ้นหลายกรณี โดยหวังยอดวิว ยอดเอนเกจ เพื่อสร้างรายได้ จึงมีเสียงสะท้อนถึงแนวทางการกำกับดูแล “คอนเทนต์สีเทา” อย่างจริงจัง

คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker, iCreator Community และนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) กล่าวว่าหลังการจัดตั้งสมาคมฯ หนึ่งในแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ คือการสร้างมาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์ไทย (Thai Creator Standards) ทั้งด้านความเป็นมืออาชีพ, ความรับผิดชอบต่อสังคม, จริยธรรม การไม่ขัดต่อข้อกฎหมายต่างๆ

– มาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์ที่กำหนดขึ้น มีการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐต่างๆ เช่น อย. กสทช. รวมทั้งเอเจนซี่ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างมาตรฐานกลางร่วมกัน ที่เรียกว่า TCCA Standard คาดว่าจะใช้เวลา 4 เดือนหลังจากนี้ ในการกำหนดมาตรฐานกลางที่เป็นไกด์ไลน์ ให้สมาชิกปฏิบัติ

– กำหนดกรอบการทำงาน นิยามบทบาท (Creator, Influencer, นักขายออนไลน์) และสร้างราคากลาง  มาตรฐานสัญญาว่าจ้าง สัญญากับเอเจนซี่ แบรนด์ MCN เพื่อใช้มาตรฐานเดียวกัน ในการเลือกครีเอเตอร์มารับงาน

– เพิ่มแสงที่มาส่องให้กับ “ครีเอเตอร์น้ำดี” ลดช่องทางตัดรายได้กับ “ครีเอเตอร์สีเทา” เชื่อว่าการวางมาตรฐานที่ดี จะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพครีเอเตอร์ในภาพรวม

– มาตรฐานนี้จะทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน สมาคมต่างๆ รวมถึงแพลตฟอร์มทั้ง YouTube, TikTok, Meta ฯลฯ

– งาน Thailand Social Awards, Thailand Influencer Awards และ iCreator Conference จะใช้ TCCA Standard ในการคัดเลือก ให้รางวัล และคัดกรองครีเอเตอร์

“TCCA Standard จะไม่ใช่แค่กระดาษที่มีไว้เฉยๆ จะมีการนำไปใช้ในทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับครีเอเตอร์ไทย” 

มอนิเตอร์ “คอนเทนต์สีเทา” ขอแพลตฟอร์มลดฟีด 

คุณอิสระ ฮาตะ Co-Founder บริษัท รับทราบ โปรดักชั่น จำกัด และอุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) กล่าวว่าแนวโน้มคอนเทนต์สีเทา ไม่เหมาะสมมีให้เห็นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ถ่ายในประเทศไทย และถ่ายในต่างประเทศ  บางกลุ่มรู้ว่าเป็นคอนเทนต์ที่ผิด แต่ก็ยังทำ เพราะต้องการยอดวิว ยอดเอนเกจ เพื่อหารายได้

– ดังนั้นสมาคมฯ จึงกำหนด Community Guideline (กำลังจัดทำร่างฯ ใช้เวลาอีก 4 เดือน) ซึ่งจะมีแนวปฏิบัติร่วมกันของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ขอให้แพลตฟอร์ม เอเจนซี่ แบรนด์ ใช้แนวทางเดียวกัน โดยมีการหารือทำงานร่วมกับภาครัฐทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. กสทช. แพทยสภา รวมทั้งสภาวิชาชีพต่างๆ เพื่อให้การกำกับดูแลไปในทิศทางเดียวกัน

– ขอความร่วมมือแพลตฟอร์ม โซเชียล ให้ปฏิบัติในแนวทางเดียวกับ Community Guideline เพราะเป็นกฎระเบียบที่ให้ในประเทศ หากแพลตฟอร์มต้องการให้บริการในประเทศไทย ก็ต้องใช้แนวทางเดียวกัน

– แนวทางการกำกับดูแล กรณีเกิดประเด็นคอนเทนต์ไม่เหมาะสม (ดราม่า) ที่เป็นประเด็นใหญ่  เมื่อมีการร้องเรียนจากผู้ชมหรือสมาคมฯ มอนิเตอร์เอง การกำกับดูแลในฐานะสมาคมฯ จะทำได้เร็วขึ้น โดยติดต่อไปยังโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ (ต้นทางเผยแพร่คอนเทนต์) เพื่อขอความร่วมมือในการลดฟีด ลด Reach หรือปิดกั้น เพราะเป็นคอนเทนต์ Click Bait และตัดช่องทางหารายได้จากคอนเทนต์สีเทา จากเดิมหากเป็นผู้ใช้งานพบเห็นคอนเทนต์ไม่เหมาะสมและแจ้งแพลตฟอร์ม ขั้นตอนการดำเนินงานอาจทำได้ช้า แต่หากเป็นสมาคมฯ น่าจะรีแอคชั่นได้เร็วกว่า

– เมื่อเกิดประเด็นที่เห็นเหตุร้ายแรงและกระทบกับผู้บริโภค สมาคมฯ จะออกแถลงการณ์ เพื่อบอกให้สังคมรู้ว่า “ไม่ใช่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ดี” และขอให้แพลตฟอร์มคัดกรองคอนเทนต์ไม่สร้างสรรค์ออกจากแพลตฟอร์ม

– หลังจากมีการใช้ Community Guideline ต้องการให้ครีเอเตอร์ ไทย ปฏิบัติตามไกด์ไลน์นี้ทั้งหมด (ไม่เฉพาะสมาชิกสมาคมฯ) เพราะครีเอเตอร์ต้องทำงานบนแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างค่านิยมการทำคอนเทนต์น้ำดีผ่านครีเอเตอร์ทุกคน เชื่อว่าจะกดดันครีเอเตอร์สีเทาได้ จากยอดคนดูที่ลดลง จากการลด Reach ของแพลตฟอร์ม รวมทั้งกระแสของผู้ชมที่ไม่สบับสนุนคอนเทนต์สีเทา

– แนวทางสนับสนุนครีเอเตอร์น้ำดี สมาคมฯ จะทำฐานข้อมูล (Data Base) คอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพื่อให้แบรนด์และเอเจนซี่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งกลุ่ม  Whitelist คอนเทนต์น้ำดี และ Blacklist ที่มีการรับงานที่ไม่เหมาะสม คอนเทนต์เข้าข่ายสีเทา และมีการตักเตือนจากสมาคมฯ  เพื่อให้แบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการจ้างงานมีข้อมูลในการจ้างงาน

“การกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ใช่การจำกัดความคิดสร้างสรรค์ แต่คือการสร้างมาตราฐานกลางของอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพของงานคอนเทนต์ในภาพรวมให้สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดที่สูงขึ้น”

คุณสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder Tellscore และอุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) กล่าวเสริมว่าครีเอเตอร์ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางสื่อสาร แต่เป็น

ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจที่ต้องสร้างผลลัพธ์ทั้ง Engagement, Conversion และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค

บทบาทของสมาคมฯ ในด้านการกำกับดูแลวิชาชีพ จึงมุ่งสร้าง “มาตรฐานกลาง” ที่ทุกภาคส่วนสามารถอ้างอิงร่วมกันได้ ทั้งด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และแนวปฏิบัติในการทำงาน เพื่อสนับสนุนให้ครีเอเตอร์เติบโตในฐานะวิชาชีพ

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม แบรนด์ และผู้บริโภคสามารถทำงานร่วมกันบนความเชื่อมั่นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอม คอนเทนต์จาก AI และกลโกงทางไซเบอร์ ส่งผลต่อระดับความไว้วางใจในสังคมในวงกว้าง

คุณกล้า ตั้งสุวรรณ CEO & Co-Founder, Wisesight (Thailand) และอุปนายกด้านการยกระดับครีเอเตอร์สู่สื่อสาธารณะสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย กล่าวว่าสิ่งที่เห็นชัดจากข้อมูลบนโซเชียลมีเดียคือ ครีเอเตอร์ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตคอนเทนต์ แต่กลายเป็น “สื่อ” ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้และการตัดสินใจของผู้บริโภคในวงกว้าง

อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมยังขาดการนิยามบทบาทของครีเอเตอร์ในฐานะสื่ออย่างชัดเจน ทำให้มาตรฐานในการสื่อสาร ความรับผิดชอบในฐานะสื่อสาธารณะ ที่ยังไม่สอดคล้องกันในระดับอุตสาหกรรม ควรได้รับการผลักดันให้เป็นวิชาชีพที่มีมาตรฐาน

บทบาทของสมาคมฯ ในส่วนนี้จึงอยู่ที่การยกระดับครีเอเตอร์สู่การเป็น Public Media (สื่อสาธารณะ) ซึ่งอยู่ในนิเวศสื่อเดียวกัน และมีมาตรฐานบางส่วนร่วมกัน ทั้งในด้านคุณภาพเนื้อหา ความโปร่งใส และจริยธรรม

เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถทำหน้าที่สื่อสาธารณะได้อย่างโปร่งใส น่าเชื่อถือ และมีความรับผิดชอบ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง “สังคมข่าวสารที่มีคุณภาพ” ให้กับประชาชนไทย เพื่อให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศได้อย่างแท้จริง

อ่านเพิ่มเติม


แชร์ :

You may also like