
เมื่อใครๆ ก็เป็นครีเอเตอร์ได้ ที่ผ่านมาเริ่มเห็นปัญหาการทำคอนเทนต์ “ดราม่า” เกิดขึ้นหลายกรณี โดยหวังยอดวิว ยอดเอนเกจ เพื่อสร้างรายได้ จึงมีเสียงสะท้อนถึงแนวทางการกำกับดูแล “คอนเทนต์สีเทา” อย่างจริงจัง
คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker, iCreator Community และนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) กล่าวว่าหลังการจัดตั้งสมาคมฯ หนึ่งในแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ คือการสร้างมาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์ไทย (Thai Creator Standards) ทั้งด้านความเป็นมืออาชีพ, ความรับผิดชอบต่อสังคม, จริยธรรม การไม่ขัดต่อข้อกฎหมายต่างๆ
– มาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์ที่กำหนดขึ้น มีการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐต่างๆ เช่น อย. กสทช. รวมทั้งเอเจนซี่ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างมาตรฐานกลางร่วมกัน ที่เรียกว่า TCCA Standard คาดว่าจะใช้เวลา 4 เดือนหลังจากนี้ ในการกำหนดมาตรฐานกลางที่เป็นไกด์ไลน์ ให้สมาชิกปฏิบัติ
– กำหนดกรอบการทำงาน นิยามบทบาท (Creator, Influencer, นักขายออนไลน์) และสร้างราคากลาง มาตรฐานสัญญาว่าจ้าง สัญญากับเอเจนซี่ แบรนด์ MCN เพื่อใช้มาตรฐานเดียวกัน ในการเลือกครีเอเตอร์มารับงาน
– เพิ่มแสงที่มาส่องให้กับ “ครีเอเตอร์น้ำดี” ลดช่องทางตัดรายได้กับ “ครีเอเตอร์สีเทา” เชื่อว่าการวางมาตรฐานที่ดี จะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพครีเอเตอร์ในภาพรวม
– มาตรฐานนี้จะทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน สมาคมต่างๆ รวมถึงแพลตฟอร์มทั้ง YouTube, TikTok, Meta ฯลฯ
– งาน Thailand Social Awards, Thailand Influencer Awards และ iCreator Conference จะใช้ TCCA Standard ในการคัดเลือก ให้รางวัล และคัดกรองครีเอเตอร์
“TCCA Standard จะไม่ใช่แค่กระดาษที่มีไว้เฉยๆ จะมีการนำไปใช้ในทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับครีเอเตอร์ไทย”
มอนิเตอร์ “คอนเทนต์สีเทา” ขอแพลตฟอร์มลดฟีด
คุณอิสระ ฮาตะ Co-Founder บริษัท รับทราบ โปรดักชั่น จำกัด และอุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพครีเอเตอร์ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) กล่าวว่าแนวโน้มคอนเทนต์สีเทา ไม่เหมาะสมมีให้เห็นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ถ่ายในประเทศไทย และถ่ายในต่างประเทศ บางกลุ่มรู้ว่าเป็นคอนเทนต์ที่ผิด แต่ก็ยังทำ เพราะต้องการยอดวิว ยอดเอนเกจ เพื่อหารายได้
– ดังนั้นสมาคมฯ จึงกำหนด Community Guideline (กำลังจัดทำร่างฯ ใช้เวลาอีก 4 เดือน) ซึ่งจะมีแนวปฏิบัติร่วมกันของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ขอให้แพลตฟอร์ม เอเจนซี่ แบรนด์ ใช้แนวทางเดียวกัน โดยมีการหารือทำงานร่วมกับภาครัฐทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. กสทช. แพทยสภา รวมทั้งสภาวิชาชีพต่างๆ เพื่อให้การกำกับดูแลไปในทิศทางเดียวกัน
– ขอความร่วมมือแพลตฟอร์ม โซเชียล ให้ปฏิบัติในแนวทางเดียวกับ Community Guideline เพราะเป็นกฎระเบียบที่ให้ในประเทศ หากแพลตฟอร์มต้องการให้บริการในประเทศไทย ก็ต้องใช้แนวทางเดียวกัน
– แนวทางการกำกับดูแล กรณีเกิดประเด็นคอนเทนต์ไม่เหมาะสม (ดราม่า) ที่เป็นประเด็นใหญ่ เมื่อมีการร้องเรียนจากผู้ชมหรือสมาคมฯ มอนิเตอร์เอง การกำกับดูแลในฐานะสมาคมฯ จะทำได้เร็วขึ้น โดยติดต่อไปยังโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ (ต้นทางเผยแพร่คอนเทนต์) เพื่อขอความร่วมมือในการลดฟีด ลด Reach หรือปิดกั้น เพราะเป็นคอนเทนต์ Click Bait และตัดช่องทางหารายได้จากคอนเทนต์สีเทา จากเดิมหากเป็นผู้ใช้งานพบเห็นคอนเทนต์ไม่เหมาะสมและแจ้งแพลตฟอร์ม ขั้นตอนการดำเนินงานอาจทำได้ช้า แต่หากเป็นสมาคมฯ น่าจะรีแอคชั่นได้เร็วกว่า
– เมื่อเกิดประเด็นที่เห็นเหตุร้ายแรงและกระทบกับผู้บริโภค สมาคมฯ จะออกแถลงการณ์ เพื่อบอกให้สังคมรู้ว่า “ไม่ใช่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ดี” และขอให้แพลตฟอร์มคัดกรองคอนเทนต์ไม่สร้างสรรค์ออกจากแพลตฟอร์ม
– หลังจากมีการใช้ Community Guideline ต้องการให้ครีเอเตอร์ ไทย ปฏิบัติตามไกด์ไลน์นี้ทั้งหมด (ไม่เฉพาะสมาชิกสมาคมฯ) เพราะครีเอเตอร์ต้องทำงานบนแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างค่านิยมการทำคอนเทนต์น้ำดีผ่านครีเอเตอร์ทุกคน เชื่อว่าจะกดดันครีเอเตอร์สีเทาได้ จากยอดคนดูที่ลดลง จากการลด Reach ของแพลตฟอร์ม รวมทั้งกระแสของผู้ชมที่ไม่สบับสนุนคอนเทนต์สีเทา
– แนวทางสนับสนุนครีเอเตอร์น้ำดี สมาคมฯ จะทำฐานข้อมูล (Data Base) คอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพื่อให้แบรนด์และเอเจนซี่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งกลุ่ม Whitelist คอนเทนต์น้ำดี และ Blacklist ที่มีการรับงานที่ไม่เหมาะสม คอนเทนต์เข้าข่ายสีเทา และมีการตักเตือนจากสมาคมฯ เพื่อให้แบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการจ้างงานมีข้อมูลในการจ้างงาน
“การกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ใช่การจำกัดความคิดสร้างสรรค์ แต่คือการสร้างมาตราฐานกลางของอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพของงานคอนเทนต์ในภาพรวมให้สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดที่สูงขึ้น”
คุณสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder Tellscore และอุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) กล่าวเสริมว่าครีเอเตอร์ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางสื่อสาร แต่เป็น
ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจที่ต้องสร้างผลลัพธ์ทั้ง Engagement, Conversion และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค
บทบาทของสมาคมฯ ในด้านการกำกับดูแลวิชาชีพ จึงมุ่งสร้าง “มาตรฐานกลาง” ที่ทุกภาคส่วนสามารถอ้างอิงร่วมกันได้ ทั้งด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และแนวปฏิบัติในการทำงาน เพื่อสนับสนุนให้ครีเอเตอร์เติบโตในฐานะวิชาชีพ
ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม แบรนด์ และผู้บริโภคสามารถทำงานร่วมกันบนความเชื่อมั่นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอม คอนเทนต์จาก AI และกลโกงทางไซเบอร์ ส่งผลต่อระดับความไว้วางใจในสังคมในวงกว้าง
คุณกล้า ตั้งสุวรรณ CEO & Co-Founder, Wisesight (Thailand) และอุปนายกด้านการยกระดับครีเอเตอร์สู่สื่อสาธารณะสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย กล่าวว่าสิ่งที่เห็นชัดจากข้อมูลบนโซเชียลมีเดียคือ ครีเอเตอร์ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตคอนเทนต์ แต่กลายเป็น “สื่อ” ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้และการตัดสินใจของผู้บริโภคในวงกว้าง
อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมยังขาดการนิยามบทบาทของครีเอเตอร์ในฐานะสื่ออย่างชัดเจน ทำให้มาตรฐานในการสื่อสาร ความรับผิดชอบในฐานะสื่อสาธารณะ ที่ยังไม่สอดคล้องกันในระดับอุตสาหกรรม ควรได้รับการผลักดันให้เป็นวิชาชีพที่มีมาตรฐาน
บทบาทของสมาคมฯ ในส่วนนี้จึงอยู่ที่การยกระดับครีเอเตอร์สู่การเป็น Public Media (สื่อสาธารณะ) ซึ่งอยู่ในนิเวศสื่อเดียวกัน และมีมาตรฐานบางส่วนร่วมกัน ทั้งในด้านคุณภาพเนื้อหา ความโปร่งใส และจริยธรรม
เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถทำหน้าที่สื่อสาธารณะได้อย่างโปร่งใส น่าเชื่อถือ และมีความรับผิดชอบ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง “สังคมข่าวสารที่มีคุณภาพ” ให้กับประชาชนไทย เพื่อให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศได้อย่างแท้จริง
อ่านเพิ่มเติม



