HomeDigital“ไทยพาณิชย์” โชว์ 3 เทคโนโลยี AI “อนุมัติสินเชื่อ-แชทบอทลงทุน-ระบบช่วยดูแลพอร์ต”

“ไทยพาณิชย์” โชว์ 3 เทคโนโลยี AI “อนุมัติสินเชื่อ-แชทบอทลงทุน-ระบบช่วยดูแลพอร์ต”

ประกาศเป็น AI-First Bank พร้อมหลักสูตรให้พนักงานอัปสกิลเพิ่ม

แชร์ :

“ไทยพาณิชย์” ประกาศเป็น AI-First Bank หรือธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมโชว์ 3 เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เปิดให้บริการจริงแล้ว ได้แก่ “ระบบอนุมัติสินเชื่อรายย่อยด้วย AI-แชทบอทแนะนำการลงทุน-ระบบแจ้งเตือนการลงทุนแบบเฉพาะบุคคล” ตั้งเป้ารายได้จากดิจิทัลแตะ 25% ภายในปี 2025

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์กำลังทำให้รูปแบบการให้บริการของธนาคารเปลี่ยนไป เห็นได้จากการออกมาประกาศตัวว่าเป็น AI-First Bank ของธนาคารไทยพาณิชย์ โดยมาพร้อม 3 นวัตกรรมที่มีการใช้งานจริงแล้ว ได้แก่

  • การนำ AI อนุมัติสินเชื่อรายย่อย 100% ครอบคลุมสินเชื่อเคหะ สินเชื่อเช่าซื้อ และสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย (SSME) โดยใช้ AI & Machine Learning ในการประเมินความเสี่ยงลูกค้าจากข้อมูลเชิงลึก เพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมให้กับลูกค้าแต่ละราย
  • บริการ AI Advisory Chatbot บนช่องทาง SCB Connect โดยแชทบอทดังกล่าวเป็นการพัฒนาขึ้นเองจากทีมงานในองค์กร (In-House) สามารถโต้ตอบและให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกองทุนได้ ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลกองทุนที่สนใจ และกดซื้อกองทุนได้แบบไร้รอยต่อส่วนที่มาของการพัฒนาแชทบอทดังกล่าว มาจากแนวโน้มการเติบโตทางด้านธุรกรรมบน SCB EASY ที่ขยายตัวขึ้นราว 23% (YoY) โดยพบว่าปัจจุบันลูกค้าให้ความสนใจซื้อประกันในช่องทาง SCB EASY เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า และมีจำนวนครั้งของการลงทุนบนช่องทางดิจิทัลสูงกว่าช่อง non-digital ถึง 7 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของลูกค้าที่นิยมใช้ดิจิทัลเป็นแพลตฟอร์มในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น
  • บริการแจ้งเตือน My Alert เป็นบริการผู้ช่วย AI ดูแลพอร์ตการลงทุนรายบุคคล โดยสามารถประมวลผลจากข้อมูลพอร์ตลงทุนที่มีอยู่ ร่วมกับข้อมูลความเคลื่อนไหวในตลาดโดย SCB CIO และวิเคราะห์โอกาสการลงทุน พร้อมแจ้งเตือนเมื่อถึงจังหวะการลงทุนได้อย่างทันท่วงที ผ่านทุกช่องทางการสื่อสารทั้ง SCB Connect, SCB EASY และที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล

แชทบอทแนะนำการลงทุน บนช่องทาง SCB Connect

ไม่ลดคน แต่เปิด 3 หลักสูตรพัฒนา “พนักงาน”

การมาถึงของ AI ทำให้หลายอุตสาหกรรมเริ่มปรับลดพนักงาน ซึ่งในจุดนี้ คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ธนาคารจะมีการปรับลดพนักงานหรือไม่ แต่สิ่งที่ยืนยันได้ก็คือ พนักงานยังคงเป็นส่วนสำคัญขององค์กร และจะยิ่งสำคัญมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากการดูแลจากพนักงานมนุษย์จะเป็นสิ่งที่ลูกค้าโหยหามากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ ทางธนาคารจึงได้มีการพัฒนาหลักสูตรสำหรับพนักงานธนาคารเพื่อให้มีความเข้าใจในเทคโนโลยี และสามารถทำงานในยุคดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับได้แก่ Starter, Practitioner และ Digital Creator พร้อมกันนี้ คุณกฤษณ์ยังได้ประกาศเป้าเอาไว้ว่า ภายในปี 2025 พนักงานไทยพาณิชย์ 50% จะต้องถูก Certified ในระดับ Practitioner และภายในปี 2026 40% ของพนักงานไทยพาณิชย์จะต้องเป็น Digital Creators ที่สามารถนำ AI ไปสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ได้ โดยตอนนี้มีหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว

“ธนาคารมีความเชื่อมั่นว่า AI จะเป็นเทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ (New S-Curve) และนำธนาคารไปสู่การเป็นดิจิทัลแบงก์เต็มรูปแบบได้ตามเป้าหมาย ทั้งจะเป็นหัวใจหลักในการผลักดันรายได้ทางดิจิทัลของธนาคารให้เติบโตเป็น 13% ภายในปีนี้ และสู่เป้าหมาย 25% ในปี 2025 การยกระดับความสามารถทางด้านดิจิทัลในครั้งนี้ ก็เพื่อสร้างสมดุลให้แก่โครงสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน” คุณกฤษณ์กล่าวปิดท้าย 

ส่วนความคืบหน้าในการการอัปเดต Core Banking ของธนาคาร คุณกฤษณ์เผยว่า ได้มีการเลือกผู้พัฒนาแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไร

ปัจจุบัน ไทยพาณิชย์มีรายได้จากช่องทางดิจิทัล 9.9% และในสิ้นปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าไว้ว่ารายได้จะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 13% รวมถึงตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 25% ภายในปี 2025 ด้วย


แชร์ :

You may also like