HomeBrand Move !!ยื้อเวลาควบรวมทรูดีแทค? “ศุภชัย” ชี้ อยากทำงานร่วมกับ กสทช.แล้วนะ

ยื้อเวลาควบรวมทรูดีแทค? “ศุภชัย” ชี้ อยากทำงานร่วมกับ กสทช.แล้วนะ

แชร์ :

ควบรวมทรูดีแทค

สองผู้บริหาร “ซีพี – เทเลนอร์ กรุ๊ป” แท็กทีมอธิบายสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังควบรวม “ทรู-ดีแทค” เชื่อเป็นการทำให้แบรนด์ที่ไม่แข็งแรง 2 แบรนด์แข็งแรงขึ้น และสามารถก้าวขึ้นไปแข่งกับผู้ให้บริการ OTT ระดับโลกได้มากกว่าจะมองที่การแข่งขันในประเทศ ชี้การออกมาอธิบายครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกดดัน กสทช. ในการพิจารณาและประกาศเงื่อนไขในการควบรวม แต่ก็ไม่อยากให้กระบวนการล่าช้าออกไปมากกว่านี้ พร้อมยืนยันสนับสนุน Ecosystem ด้านเทคสตาร์ทอัพด้วยงบประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7,300 ล้านบาทแน่นอน

Santos Or Jaune

ยังไม่สามารถจบได้สำหรับการควบรวมกิจการของสองแบรนด์โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่อย่าง “ทรูและดีแทค” ซึ่งทำให้สองผู้บริหารของบริษัทต้องออกมาชี้แจงถึงความคืบหน้าอีกครั้งเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และคุณซิคเว่ เบรคเก้ President and Chief Executive Officer (CEO) ของเทเลนอร์ กรุ๊ป มีการแถลงข่าวร่วมกันถึงทิศทางของทั้งบริษัทที่จะเกิดขึ้นภายหลังการควบรวม พร้อมอธิบายถึงความล่าช้าที่เกิดขึ้นด้วย

“ศักยภาพในการแข่งขันของทั้งสององค์กรเริ่มลดน้อยลงในการแข่งขัน ซึ่งอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในตอนนี้ไม่ได้แข่งขันเฉพาะในอุตสาหกรรมเดียวกันแต่แข่งกับแบรนด์ระดับโลก ซึ่งจะเห็นได้ว่า รายได้ของอุตสาหกรรมมือถือลดลงทุกรายในช่วง 2 – 3 ปีมานี้ แต่การลงทุนสูงขึ้นเพราะต้องเปลี่ยนเทคโนโลยีเป็น 5G” คุณศุภชัยกล่าว พร้อมเผยต่อไปด้วยว่า ภาพรวมการแข่งขันที่เปลี่ยนไปมากนี้ ทำให้ทั้งดีแทค และทรูมองว่า การควบรวมจะทำให้เกิดบริษัทใหม่ที่มีศักยภาพในแข่งขันที่ดีขึ้น มีเทคโนโลยีที่ดีขึ้น และสามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการ Over the Top ได้

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และคุณซิคเว่ เบรคเก้ President and Chief Executive Officer (CEO) ของเทเลนอร์ กรุ๊ป

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ขณะที่ความกังวลว่าเมื่อเกิดการควบรวมจะนำไปสู่การผูกขาด และการขึ้นราคาค่าบริการนั้น คุณศุภชัยชี้แจงว่า ราคาค่าบริการนั้นถูกควบคุมโดย กสทช. อยู่แล้ว พร้อมชี้ว่า ค่าบริการโทรคมนาคมในประเทศไทยนั้นถือว่าต่ำที่สุดในภูมิภาค รองจากอินเดีย จึงไม่ต้องกังวลว่าเมื่อเหลือแค่สองเจ้า จะมีการรวมตัวกันขึ้นราคาให้ผู้บริโภคต้องรับภาระเพิ่ม

ด้านคุณซิคเว่ เบรคเก้ President and Chief Executive Officer (CEO) ของเทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าวเสริมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังการควบรวมว่า บริษัทใหม่ที่เกิดขึ้นนี้จะให้การสนับสนุนด้านเงินทุนกับสตาร์ทอัพไทยในรูปแบบ Venture Capital Fund มูลค่า 7.3 พันล้านบาท (200 ล้านเหรียญสหรัฐ) และการสร้าง Incubation center สำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการให้ได้พบกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก

อยากทำงานร่วมกับ กสทช.แล้ว

อย่างไรก็ดี ทั้งคุณศุภชัย และคุณซิกเว่ ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันต่อกรณีความล่าช้าด้านการพิจารณาและประกาศเงื่อนไขสำหรับการควบรวมที่จะเกิดขึ้นจาก กสทช. ว่า “ตามหลักต้องเสร็จสิ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ก็เข้าใจว่า กสทช.ที่เข้ามาใหม่ ต้องการเวลาในการศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งเรายินดีทำงานกับ กสทช. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการควบรวม และถ้าต้องมีแอคซิเดนท์ใด ๆ ก็ตาม ทำให้ไม่สามารถควบรวมได้ ทุกอย่างก็จะเป็นอย่างที่เป็นอยู่ ไม่เฉพาะทรู ดีแทค แต่ทุกคนจะอ่อนแอไปด้วยกัน ซึ่งการควบรวมในลักษณะที่เราทำอยู่ ทาง NT ก็เคยทำมาแล้ว”

true dtac

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และคุณซิคเว่ เบรคเก้ President and Chief Executive Officer (CEO) ของเทเลนอร์ กรุ๊ป

ทั้งนี้ ผู้บริหารทรูยังได้กล่าวถึงกรณีของการเทคโอเวอร์กิจการ 3BB ของเอไอเอส ที่มีการยื่นขออนุมัติจาก กสทช. ด้วยว่า เป็นกรณีที่แตกต่างจากทรู – ดีแทค เนื่องจากเอไอเอสเข้าเทคโอเวอร์กิจการของ 3BB การยื่นขออนุมัติจาก กสทช. จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่คุณศุภชัยชี้ว่า กรณีของทรู – ดีแทคเป็นการควบรวม ซึ่งไม่ต้องขออนุมัติจาก กสทช. แต่ต้องพิจารณารับเงื่อนไขจาก กสทช. ว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้างที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้การควบรวมสามารถเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่าจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีการประกาศเงื่อนไขใด ๆ ออกมาจาก กสทช. เท่านั้นเอง ซึ่งทางทรู – ดีแทคมองว่า ค่อนข้างล่าช้าจากกรอบเวลา 90 วันไปพอสมควร (ทางทรูระบุว่า มีการยื่นเอกสารไปตั้งแต่ 25 มกราคม 2022)

“เรายินดีที่จะทำงานร่วมกับ กสทช. บนเงื่อนไขที่จะประกาศออกมา ก็อยากรู้เหมือนกันว่า กสทช. จะมีเงื่อนไขอะไรบ้าง” คุณศุภชัยกล่าว

นอกจากนั้น ในแง่ของการก้าวขึ้นเป็นเจ้าตลาด คุณศุภชัยมองว่า ระหว่างทรูกับดีแทค มีลูกค้าข้ามค่ายกันอยู่ราว 30% ซึ่งในจุดนี้มีข้อกำหนดจาก กสทช. ว่าต้องเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ 90 วัน แต่ถ้าเกิดการควบรวม จะทำให้ตัวเลขผู้ใช้งานของทางบริษัทใหม่มีความชัดเจนขึ้น และคงไม่ทำให้บริษัทใหม่หลังการควบรวมมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% แน่นอน แต่อาจอยู่ระหว่าง 46 – 47% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับเอไอเอส


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม