จิตตะ เวลธ์เปิดตัว “Thematic Optimize” บริหารพอร์ตในธีมเมกะเทรนด์ด้วย AI แห่งแรกของไทย

shutterstock_invest ลงทุน

จิตตะ เวลธ์ เปิดตัว “Thematic Optimize” เทคโนโลยีการบริหารพอร์ตลงทุนในธีมเมกะเทรนด์ด้วยเทคโนโลยี AI ครั้งแรกของประเทศไทย เปิดผลตอบแทนย้อนหลังเฉลี่ย 25% ต่อปี ตั้งเป้า 3 ปีข้างหน้าก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น 

- Advertisement -

คุณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด (Jitta Wealth) สตาร์ตอัป WealthTech สัญชาติไทย กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการลงทุนว่า พบเทรนด์การลงทุนในธีมเมกะเทรนด์โลกเพิ่มสูงขึ้น โดยเทรนด์ที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคตมีตั้งแต่ ธีมการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี หรือธีมที่เจาะด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) ระบบคลาวด์ (Cloud Computing) หุ้นยนต์และ AI (AI & Robotics)  เกมและอีสปอร์ต (Games & Esports) และพลังงานสะอาด (Clean Energy) หรืออาจจะเป็นธีมที่ลงทุนในเทคโนโลยีของประเทศผู้นำในอุตสาหกรรม เช่น สหรัฐอเมริกา หรือ จีน ที่คาดว่าจะเติบโตมีมูลค่ามหาศาลในอนาคต

จิตตะ Jitta ตราวุทธิ์
คุณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด (Jitta Wealth)

นอกจากนี้ บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารความมั่งคั่งอย่าง บราวน์ บราเธอร์ส แฮร์ริแมน แอนด์ โค (Brown Brothers Harriman & Co.) ยังได้จัดทำรายงาน “Global ETF Investor Survey” ประจำปี 2564 นำเสนอข้อมูลจากการสำรวจนักลงทุนที่ลงทุนใน ETF ทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่า 80% ของนักลงทุนวางแผนจะเพิ่มการจัดสรรเงินลงทุนไปยังกองทุน ETF แบบ Thematic มากขึ้น สอดคล้องกับรายงานของ มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) (มิ.ย. 64) ที่ระบุว่า มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้กองทุน ETF ทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ดังกล่าวกว่า 5.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยที่สัดส่วนกว่า 51% ของกองทุนเหล่านี้อยู่ในยุโรป และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ 

เปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล Thematic

เพื่อตอบรับทิศทางการลงทุนดังกล่าว จิตตะ เวลธ์ จึงได้เปิดกองทุนส่วนบุคคล Thematic ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา โดยเป็นการลงทุนในรูปแบบ Thematic DIY ให้นักลงทุนจัดพอร์ตตามธีมที่ชื่นชอบ ออกแบบพอร์ตด้วยตนเอง เลือกจับคู่ธีมได้สูงสุดถึง 5 ธีมในพอร์ตเดียว แล้วให้ระบบบริหารจัดการ ดูแลปรับพอร์ตให้

ปัจจุบันมีธีมการลงทุนใน Thematic Optimize ให้เลือกทั้งหมด 16 ธีม โดยมาจากการคัดเลือก Passive ETF ที่น่าลงทุนสูงสุดของแต่ละเมกะเทรนด์ โดย จิตตะ เวลธ์ จะวิเคราะห์คัดกรอง Passive ETF ที่มีมูลค่าสุทธิการลงทุนของธีมเมกะเทรนด์แต่ละธีมที่สูง อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวม (Expense Ratio) ที่ต่ำมาก และมีสภาพคล่องลงทุนได้จริง โดยระบบจะช่วยดูแลเพื่อให้พอร์ตเติบโตไปพร้อมๆ กับเมกะเทรนด์ 

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้นักลงทุนได้ลงทุนธีมกลุ่มธุรกิจเมกะเทรนด์โลกผ่าน Passive ETF ที่น่าลงทุนที่สุดสำหรับแต่ละกลุ่มธุรกิจได้สะดวกสบายมากขึ้น จิตตะ เวลธ์ จึงได้เปิดตัว Thematic Optimize ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์การเติบโตของธีมเมกะเทรนด์ต่างๆ จากหุ้นในธีมกว่า 2,500 หุ้น  และพิจารณาผลตอบแทนที่ผ่านมา รวมถึงความเสี่ยง เพื่อคัดเลือก 4 ธีมที่น่าลงทุนที่สุด ณ เวลานั้น มาจัดพอร์ตในสัดส่วนเท่าๆ กัน และคอยดูแลปรับพอร์ตให้โดยอัตโนมัติทุก ๆ 3 เดือน

ทั้งนี้ คุณตราวุทธิ์กล่าวว่า ระบบได้พิสูจน์ผลตอบแทนย้อนหลัง สามารถทำกำไรเฉลี่ยทบต้น 25.22% ต่อปี ชนะดัชนี MSCI World Index (Total Return) ที่มีผลตอบแทน 13.78% ต่อปี  (ข้อมูล ณ 31 ส.ค. 64)

สำหรับการลงทุนแบบ Thematic จะเน้นการลงทุนในกลุ่มธุรกิจผ่าน ETF (Exchange Traded Fund) เพื่อกระจายการลงทุนไปยังหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธีมหรือเมกะเทรนด์นั้น ๆ 

“Thematic Optimize คือเทคโนโลยีการจัดพอร์ตลงทุนในธีมด้วย AI ล่าสุด ที่ช่วยให้นักลงทุนไทยไม่พลาดการลงทุนในธีมเมกะเทรนด์โลกที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคต สร้างผลตอบแทนที่ดี พร้อมรับความสะดวกสบายมากขึ้น ด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า เพียง 0.5% ต่อปี การสร้างนวัตกรรมการลงทุนนี้เป็นความมุ่งมั่นของ จิตตะ เวลธ์ ที่มีมาโดยตลอด เพื่อให้นักลงทุนไทยได้มีโอกาสสร้างพอร์ตแกร่งในระยะยาว” คุณตราวุทธิ์ กล่าว

เมื่อถามต่อถึงเป้าหมายที่คาดหวังของบริษัทใน 3 ปีข้างหน้าจากนี้ว่า จิตตะ เวลธ์ ตั้งเป้าจะเป็นอะไรนั้น คุณตราวุทธิ์กล่าวว่า ต้องการเป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนได้สะดวกขึ้น โดยกองทุนส่วนบุคคล Thematic Optimize ของ บลจ. จิตตะ เวลธ์ จำกัด เริ่มต้นลงทุน 100,000 บาท มีค่าธรรมเนียมบริหารจัดการเพียง 0.5% ต่อปีเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.jittawealth.com/thematic/optimize หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  LINE @JittaWealth