AWC เปิดดีไซน์ ‘ตึกสูงสุด’ ในประเทศไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา Iconic Landmark ใหม่ ‘เอเชียทีค’

AWC asiatique supertall
การสร้างตึกสูงระฟ้าเป็นอีกแม่เหล็กในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เป็น Global Destination ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยี่ยมเยือน บนที่ดินทำเลทองริมแม่น้ำเจ้าพระยา “เอเชียทีค” ของกลุ่ม AWC ธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ปลายปี 2562 กับเมกะ โปรเจกต์ปั้น Iconic Landmark ตึกสูงสุดในประเทศไทยในโครงการเอเชียทีค เฟส 2 ที่จะเผยโฉมให้เห็นในอีก 9 ปีนับจากนี้


ปัจจุบันอาคารสูงอันดับ 1 ในประเทศไทย คือ แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ (ไอคอนสยาม) สูง 317.95 เมตร 70 ชั้น

- Advertisement -

ส่วนตึกสูงของ AWC กำลังอยู่ระหว่างการออกแบบ โดยยังไม่มีรายละเอียดจำนวนชั้น เพราะต้องดูตัวเลขมงคลก่อน แต่แน่นอนว่าต้องสูงสุดในประเทศไทย

หลังจากเดือนธันวาคม 2562 AWC ได้เซ็นสัญญากับ Adrian Smith + Gordon Gill Architecture (AS+GG) บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติจากสหรัฐฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบอาคารสูง (Supertall Building) ระดับโลก ผลงานที่ผ่านมา เช่น ตึกสูงที่สุดในโลก Burj Khalifa ในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Kingdom Tower ในเมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย Zifeng Tower ในหนานจิง Jin Mao Tower ในเซี่ยงไฮ้ และ Wuhan Greenland Center ในอู่ฮั่น ประเทศจีน

โดย AS+GG จะทำงานร่วมกับ บริษัทออกแบบชั้นนำของไทย A49 และ Urban Architectures ในการออกแบบตึกสูงสุดในไทยของ AWC ล่าสุดได้เผยโฉมดีไซน์คร่าวๆ ออกมาให้เห็นภาพแรกให้เห็นกันแล้ว

คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC อัพเดทเมกะ โปรเจกต์ตึกสูงในโครงการเอเชียทีคให้ฟังว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งใน 3 Global Destination ที่ AWC เตรียมสร้างขึ้น คือ 1. เอเชียทีค เฟสสอง 2. อควอทีค ดิสทริค พัทยา และ 3.เวิ้งนาครเขษม

โครงการที่ 1 เอเชียทีค เฟส 2 ไฮไลต์ตึกสูงในโครงการเอเชียทีค เฟส 2 จะเป็น Iconic Landmark ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็น Mixed Development ขนาดใหญ่ ประกอบด้วย โรงแรม เรสซิเดนท์ แบรนด์ระดับท็อป ด้าน Hospitality ซึ่งได้เซ็นสัญญากับ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ, ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ เรสซิเดนท์ (Branded Residence), เจดับบลิว แมริออท มาร์คีส์, ออโตกราฟคอลเลกชั่น รวมทั้งพื้นที่รีเทลและอาคารสำนักงานคอนเซ็ปต์ใหม่ ที่จะอยู่ในทำเลทองริมแม่น้ำเจ้าพระยา

จากการประชุมกับบริษัทออกแบบ AS+GG ที่สหรัฐฯ ล่าสุด ขณะนี้ทั้งออฟฟิศของ Adrian Smith ทีมงานราว 50 คน กำลังโฟกัสที่การออกแบบตึกสูงเอเชียทีค ซึ่งเป็นโครงการที่จะแสดงออกถึงความเป็นไทย สะท้อนคุณค่าความสวยงาม และมีมาตรฐานระดับโลก เพื่อสร้างให้เป็น Global Destination ให้กับประเทศไทย เพราะที่ดินเอเชียทีค มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยาวนาน เป็นท่าเรือจุดเริ่มต้นความรุ่งเรืองทางการค้าระหว่างประเทศไทยและนานาประเทศ

Asiatique retail
ตามไทม์ไลน์จะใช้เวลา 2 ปีในการออกแบบ แต่ระหว่างนี้ AWC จะสร้างเอเชียทีค เฟส 2 ส่วนรีเทลก่อนจะแล้วเสร็จในอีก 3 ปี (ปี 2567) ส่วนโครงการ Iconic Landmark ตึกสูงสุดจะใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จในอีก 9 ปีนับจากวันนี้ (ปี 2573) เชื่อว่าจะสร้างจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยมากกว่าเดิม

การพัฒนาโครงการเอเชียทีค เฟส 2 แบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกอยู่ด้านซ้ายของเอเชียทีคปัจจุบัน จะพัฒนาเป็นพื้นที่รีเทล 1 แสนตารางเมตร ออกแบบเป็นอาคารโลว์ไรส์ ไฮไลต์ของพื้นที่รีเทลใหม่ จะมีร้าน Starbucks ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยวิวติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และส่วนที่ 2 ตึกสูงสุดในประเทศ โดยทั้งโปรเจกต์เอเชียทีค อยู่บนที่ดินติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาพื้นที่รวม 60 ไร่

โครงการที่ 2 AQUATIQUE DISTRICT PATTAYA โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ใจกลางเมืองพัทยา ประกอบด้วยแหล่งชอปปิ้ง แหล่งท่องเที่ยว โรงแรมหรู 5 แบรนด์ และแบรนเด็ด เรสซิเดนส์ 2 แบรนด์ และพื้นที่ค้าปลีก นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับ Wellness ซึ่งตอบโจทย์การส่งเสริมให้พัทยาเป็นจุดหมายปลายทางของชายหาดยอดนิยม (Beachfront destination) ระดับโลก

 

เวิ้งนครเขษม WOENG NAKHON KASEM AWC
โครงการเวิ้งนครเขษม

โครงการที่ 3 เวิ้งนครเขษม ซึ่งพัฒนาให้เป็นโครงการพิเศษแบบ Mixed Development ทั้งโรงแรม ที่อยู่อาศัย และค้าปลีกด้วยการลงทุนกว่า 16,000 ล้านบาท โดยดึงเสน่ห์และอนุรักษ์ความเป็นไชน่า ทาวน์ มาสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวกับร้านค้าปลีกใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เส้นทางมรดก มรดกทางประวัติศาสตร์ และถนนแห่งความบันเทิง พร้อมตอบโจทย์การสร้างจุดหมายปลายให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

เวิ้งนครเขษม WOENG NAKHON KASEM 2 AWC 2
โครงการเวิ้งนครเขษม

ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของ AWC ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย โรงแรม 18 แห่ง, รีเทล 8 แห่ง, อาคารสำนักงาน 4 แห่ง, ค้าส่ง 2 แห่ง รวม 32 แห่ง และขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการใหม่อีก 18 โครงการ ซึ่งจะทำให้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ในพอร์ตโพลิโอ ของ AWC จะมีจำนวนอสังหาริมทรัพย์รวม 50 แห่งในหลากหลายทำเลสำคัญของประเทศ

อ่านเพิ่มเติม