
คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่าแผนลงทุนหลักๆ ปี 2569 ประกอบไปด้วย
– โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โครงการนี้ลงทุนรวม 6,000 ล้านบาท ปีนี้ใช้งบราว 1,000 ล้านบาท เตรียมเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้
– โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง เฟส 2 เสริมพื้นที่ส่วนไลฟ์สไตล์
– โครงการลานนาทีค (Lannatique) กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ โซนไลฟ์สไตล์ ด้านศิลปวัฒนธรรม ร้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) “ลานนาทีค” เป็นโปรเจกต์ขนาดใหญ่กลางเมือง จึงทยอยเปิดที่ละโซน เพื่อรอดีมานด์นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
– เอเชียทีค เฟส 2.2 โซน “เอเชียทีค สกาย” ขยายร้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) เพิ่มเติม โดยมีไฮไลต์สำคัญ คือการติดตั้ง Blue Ocean Dome ที่ AWC ซื้อมาจาก Osaka World Expo 2025 ติดตั้งถาวรพื้นที่ 1,600 ตารางเมตร เริ่มก่อสร้างแล้ว และเป็นแหล่งท่องเที่ยว(Attraction) ใหม่ เปิดให้บริการไตรมาส 3 ปีนี้
ส่วนโปรเจกต์ “ตึกสูง 100 ชั้น” ที่เอเชียทีค ยังอยู่ในแผนลงทุนโดยจัดสรรพื้นที่ไว้แล้ว แต่ต้องดูความพร้อมของตลาดและเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนก่อน โดยนำพื้นที่มาสร้างรายได้ ด้วยการจัดลานกิจกรรม คอนเสิร์ต
– โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช มิกซ์ยูสขนาดใหญ่มูลค่าลงทุนรวม 16,000 ล้านบาท ได้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2568 ใช้เวลา 5 ปี (ใช้เวลา 3 ปี ทำโครงสร้างใต้ดิน 5 ชั้น) คาดแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2572 จึงต้องทยอยเปิดตัว ปีนี้เตรียมเปิดโซนแรกติดคลองโอ่งอ่าง เป็นตึกโบราณอนุรักษ์ (Heritage Buildings) โดยเปิดให้บริการร้าน F&B และเชื่อมต่อการท่องเที่ยวทางเรือและรถไฟฟ้า ท่องเที่ยวย่านไชน่าทาวน์ มีดีมานด์อยู่แล้วทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
ปั้นสินทรัพย์รวม 2.3 แสนล้าน
ไตรมาส 1 ปี 2569 AWC มีสินทรัพย์รวมกว่า 221,357 ล้านบาท มีจำนวนห้องพักโรงแรม 6,834 ห้อง ตามแผนการลงทุนโรงแรมในปีนี้และพื้นที่คอมเมอร์เชียล ปี 2569 จากการลงทุนเพิ่ม คาดว่าทรัพย์สินจะอยู่ที่ 230,000 ล้านบาท
ตามแผนลงทุน 5 ปี หลัง AWC เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ วางงบประมาณลงทุนรวมไว้ที่ 100,000 ล้านบาท เฉลี่ยลงทุนทุกปี ปีละ 10,000 -20,000 ล้านบาท
โดยมีการจัดตั้ง AWC Growth Fund เพื่อบริหารจัดการโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ทำให้ AWC ไม่มีภาระถือครองสินทรัพย์ระหว่างลงทุนและยังไม่สร้างรายได้ ปัจจุบันกองทุนนี้มีมูลค่าลงทุน 50,000 ล้านบาท มี 4 โครงการ คือ 1. เวิ้งนครเกษม 2. ลานนาทีค เชียงใหม่ 3. โรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ค และ 4.โรงแรมโอกุระ ทองหล่อ เมื่อโครงการเปิดให้บริการและสร้างรายได้ AWC ก็จะเข้าซื้อทรัพย์สินดังกล่าวตามราคาที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว ดังนั้นมูลค่าที่เพิ่มขึ้น (Upside) จากโครงการจะเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น AWC
ปี 2569 AWC มีโรงแรม 25 แห่ง 17 แบรนด์ รวม 7,253 ห้อง คาดว่าปี 2573 จะมีโรงแรมรวม 35 แห่ง 21 แบรนด์ รวม 9,312 ห้อง
ไฮไลต์โรงแรมที่อยู่ในแผนและกำลังก่อสร้าง เช่น
– The Ritz Carlton Bangkok The Riverside (โครงการ ล้ง 1919)
– The Plaza Athenee Nobu Hotel and Spa Bangkok (ตั้งอยู่ที่อาคาร East Asiatic Company ริมแม่น้ำเจ้าพระยา) และจะเปิดตัวพร้อม Cruise Pool Villa ในปี 2570
– Hotel Plaza Athenee Nobu New York
– โครงการเวิ้งนครเกษม มีโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล (InterContinental) โรงแรม Kimpton
– โอกุระ รีสอร์ท เชียงใหม่
โดยมูลค่าทรัพย์สินของ AWC ในปี 2573 อยู่ที่ 300,000 ล้านบาท
สรุปรายได้ไตรมาสแรก 2569
– AWC สรุปรายได้รวมไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% (YoY) โดยทั้งรายได้และกำไรสุทธิทำระดับสูงสุด (New High) จากการเติบโตของพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล
– กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการเติบโต 12.0% (YoY) จากดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในจุดหมายปลายทางหลัก โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิม (Same-store RevPAR) ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 5,230 บาทต่อคืน ขณะที่กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลเติบโต 10.3% (YoY) ด้วยโมเดล AWC’s Lifestyle Destination และการเติบโตต่อเนื่องของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น
– พอร์ตทรัพย์สินมูลค่า 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% (YoY) สร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นผ่านเงินปันผล 0.080 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6.7% (YoY)
อ่านเพิ่มเติม







