เป็นอีกหนึ่งเวทีที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กับงาน “Envision 2026” โดย Trip.com Group ที่เขตซูฮุย เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งภายในงานไม่เพียงดึงดูดผู้บริหารจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกือบ 4,000 คนจากทั่วโลก แต่ทาง Trip.com Group ยังได้ใช้เวทีดังกล่าวโชว์นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และการใช้ AI ที่สามารถเปลี่ยนโฉมวงการการท่องเที่ยวโลก และสร้างการเติบโตให้กับแพลตฟอร์มได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วย
สำหรับการเติบโตของ Trip.com ที่มีการเปิดเผยภายในงานพบว่า ในปี 2025 ทางแพลตฟอร์ม OTA มียอดการจองรวมระหว่างประเทศของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2024 ในขณะที่ยอดการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินขาออกพุ่งสูงกว่าปี 2019 ถึง 140%
ส่วนธุรกิจการออกตั๋วเครื่องบินของบริษัทฯ มีมูลค่าการจำหน่ายชั้นโดยสารพรีเมียมและบริการเสริม (Upsell) เพิ่มขึ้นราว 60% เทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่รายได้จากกลุ่มที่พักเติบโตขึ้นกว่า 20% โมเมนตัมนี้สะท้อนถึงดีมานด์การเดินทางที่แข็งแกร่งขึ้นในทุกภูมิภาค โดยมีทวีปเอเชียเป็นศูนย์กลาง เสริมด้วยแรงหนุนจากการเติบโตที่พุ่งขึ้นทั้งในยุโรปและอเมริกา
การเติบโตของ Trip.com Group สอดคล้องกับข้อมูลจาก UNWTO ที่ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 1.52 พันล้านคนในปี 2025 (เพิ่มขึ้น 3.4% จากปี 2019) ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศมีมูลค่า 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 โดยตลาดมีแนวโน้มจะเติบโต 3 – 4% ในปี 2026

คุณเจน ซุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com Group
เปิดสถิติ 2025 นทท.ขาเข้า “20 ล้านคน” ใช้ Trip.com
ด้าน คุณเจน ซุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com Group ได้กล่าวถึงภาพรวมของการท่องเที่ยวโลกที่เกิดขึ้นว่า ปัจจุบัน การท่องเที่ยวมีสัดส่วนราว 10% ของ GDP โลก โดยคิดเป็นมูลค่าถึง 11.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 และยังเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลก ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกถึง 2 เท่า
ผู้บริหาร Trip.com Group ยังได้กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ในปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าของจีนแผ่นดินใหญ่ยังสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ของจีนแผ่นดินใหญ่ โดยมีนักท่องเที่ยวขาเข้าราว 20 ล้านคนที่ใช้บริการแพลตฟอร์มของบริษัทฯ
นอกจากนั้น โครงการ Free City Tours ของ Trip.com (มี 4 เส้นทาง ได้แก่ Shanghai Express, Beijing Express, Hong Kong Free Layover Tour และ Shenzhen Express) ก็พบว่า ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วกว่า 30,000 คน จาก 127 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดย Shanghai Express ให้บริการแขกแล้วกว่า 12,000 คน ขณะที่ Beijing Express ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 11,000 คน ส่วน Hong Kong Free Layover Tour มีผู้ใช้บริการ 7,500 คน และ Shenzhen Express ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เกือบ 200 คน จาก 33 ประเทศ (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569)
เปิดผู้ชนะ 2026 Tourism Innovation Awards
ในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก Trip.com Group ได้มีการจัดประกวดสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ ภายใต้ชื่อ 2026 Tourism Innovation Awards (ปีนี้เป็นปีที่ 2) และได้มีการประกาศผู้ชนะทั้ง 10 รายในงาน Envision 2026 ด้วย ซึ่งผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ พบว่ามีผู้ประกอบการจากไทย นั่นคือ Jurassic World : The Experience Bangkok โดยอยู่ในหมวด The Best New Theme Park ซึ่งทาง Trip.com ยังได้เผยด้วยว่า Jurassic World สามารถขายตั๋วเข้าชมผ่านทางแพลตฟอร์มได้มากกว่า 2 แสนใบในช่วง 3 เดือนแรกของการเปิดตัวเลยทีเดียว

ผู้ประกอบการทั้ง 10 รายที่ได้รับรางวัล 2026 Tourism Innovation Awards ขึ้นมาปรากฏตัวบนเวที โดยรางวัลที่ไทยได้รับคือ The Best New Theme Park จาก Jurassic World : The Experience Bangkok
นอกจากโครงการ Jurassic World ของไทยแล้ว หนึ่งในผู้ชนะในปีนี้ยังมีโครงการ Universal Epic Universe ที่นำเทคโนโลยีสวนสนุกแบบอิมเมอร์ซีฟมาใช้ และโครงการ Almaty Museum of Arts ในประเทศคาซัคสถาน ที่ได้รับการยกย่องในฐานะผู้เปิดประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของโลกด้วย
หมายเหตุ : รางวัล 2026 Tourism Innovation Awards จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยมอบรางวัลแก่ 10 โครงการโดดเด่นใน 5 หมวดรางวัล ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ สวนสนุก สถาปัตยกรรมและวิศวกรรม รีสอร์ต และอีเวนต์และโชว์ ซึ่งแต่ละโครงการได้รับเงินสนับสนุนมูลค่า 60,000 เหรียญสหรัฐ ภายใต้กองทุน Tourism Innovation Fund มูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐของบริษัทฯ
คุณเจมส์ เหลียง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการของ Trip.com Group กล่าวว่า “กองทุน Tourism Innovation Fund มีขึ้นเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมนักคิดนักบุกเบิกที่กำลังสร้างสรรค์อนาคตของการท่องเที่ยว ซึ่งในปีนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลต่างมีศักยภาพอันน่าทึ่ง และสามารถนำเทคโนโลยี และวิสัยทัศน์ที่สร้างสรรค์มาบรรจบกันเพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับการท่องเที่ยวได้อย่างเป็นรูปธรรม”

คุณเจมส์ เหลียง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการของ Trip.com Group
เจาะลึก 3 แนวโน้มการท่องเที่ยวโลก
งานประชุมครั้งนี้ยังได้เผยถึงโอกาสการเติบโตครั้งใหม่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกผ่านแนวคิด 3 Ds ได้แก่
- New Discovery การค้นพบจุดหมายปลายทางใหม่ที่กำลังมาแรง เช่น อุซเบกิสถาน อาร์เจนตินา และโคลัมเบีย ซึ่งเป็นกลุ่มจุดหมายที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2568
- Wide Diversity ความหลากหลายของประสบการณ์ ตั้งแต่การดำน้ำที่บาหลี สัมผัสธรรมชาติที่คัปปาโดเกีย ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ในกีซาและอิสตันบูล
- Journeys in Depth การเดินทางเชิงลึก โดย 15 จาก 20 เส้นทางที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด สะท้อนถึงการเดินทางระยะไกล มีการเชื่อมเส้นทางหลายต่อ และระยะเวลาพำนักเฉลี่ยที่สูงราว 6 วันในทุกภูมิภาค
เปิดโซลูชันสร้างการเติบโตด้านยอดขาย
เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการด้านการท่องเท่ียวยุคใหม่ ผู้บริหาร Trip.com Group ยังได้เผยว่า มีการนำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และ AI มาประยุกต์ใช้กับแพลตฟอร์มเพื่อสร้างการเติบโตได้มากมาย เช่น กรณีของการขายตั๋วรถไฟ โดยคุณ Ian Luo หัวหน้าฝ่าย Global Commercial of International Train ของ Trip.com Group ได้กล่าวถึงยอดขายตั๋วรถไฟในยุโรปและเอเชียที่เติบโตขึ้น 75% และ 50% ตามลำดับ

คุณ Ian Luo หัวหน้าฝ่าย Global Commercial of International Train ของ Trip.com Group ขณะกล่าวถึงการเติบโตของยอดขายตั๋วรถไฟในยุโรปและเอเชีย
ในส่วนของสายการบิน ได้มีการเปิดตัว เช่น บริการเช็กอินออนไลน์ (Online Check-in) หรือในส่วนของโรงแรมจะมีระบบ One-click Personalisation และ Smart Carts จะช่วยสร้างยอดห้องพักเพิ่มขึ้น 10,500 คืน และยอดจองหลายห้องอีก 4,000 รายการต่อวัน นอกจากนั้นยังมีการนำโซลูชัน Smart Ticketing รวมถึงเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติมาติดตั้งในสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งนับแต่เปิดตัวเมื่อปี 2024 พบว่ามีการใช้งานแล้วกว่า 1 พันล้านครั้งใน 8 ตลาด
ดึง “เฉิน หลง” เสริมแกร่งภาพลักษณ์
และเพื่อตอกย้ำถึงโมเมนตัมอันทรงพลังนี้ ทาง Trip.com Group ยังได้เชิญ แจ็คกี้ ชาน หรือ เฉินหลง นักแสดงระดับตำนานและทูตการท่องเที่ยวจีนระดับโลกของ Trip.com Group มาร่วมกล่าวต้อนรับผ่านวิดีโอข้อความในงานประชุม Envision 2026 ด้วย โดยเฉินหลงจะร่วมเดินทางไปสัมผัสเมืองกุ้ยหลินทางตอนใต้ของจีน ซึ่งโด่งดังจากภูมิประเทศภูเขาหินปูนอันงดงามราวกับภาพในเทพนิยาย แม่น้ำและถ้ำหินปูนอันยิ่งใหญ่ตระการตา
ทั้งนี้ ผู้บริหาร Trip.com Group เผยว่า บริษัทฯ ได้วางเสาหลัก 3 ประการ สำหรับการลงทุนและนวัตกรรมในอนาคต ภายใต้หลักการ “Intelligence with Care” ประการแรก คือการขับเคลื่อนทางเลือกที่ดีและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านระบบการค้นหาและการจองที่ใช้ AI พร้อมเสริมระบบวิเคราะห์ตลาดที่ฉลาดยิ่งขึ้นให้แก่พันธมิตร
ประการที่สอง คือการผสานประสิทธิภาพของ AI เข้ากับวิจารณญาณและความเข้าอกเข้าใจของมนุษย์ เพื่อมอบความน่าเชื่อถือในจุดที่มีความสำคัญมากที่สุด และประการที่สาม คือการเสริมความแข็งแกร่งของตำแหน่งทางการตลาด ในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่น่าเชื่อถือ พร้อมรับประกันการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพและสอดคล้องตามกฎระเบียบในตลาดทุกแห่ง ทั้งสำหรับพันธมิตรและนักท่องเที่ยว





