“คิง เพาเวอร์” ปีนี้ลุยสร้างสนามฟุตบอลเพื่อเยาวชนต่อเนื่องอีก 18 แห่ง พร้อมอบรมแนะนำการบำรุงรักษาสนามให้ได้มาตรฐาน

สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงระบาดต่อเนื่อง ทำให้หลายองค์กรผุดกิจกรรมช่วยเหลือสังคมเพื่อให้ทุกคนก้าวข้ามวิกฤตและรอดไปด้วยกัน ขณะที่หลายองค์กรยังคงสานต่อโปรเจ็คเพื่อสังคมที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปรับรูปแบบให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมต่อไปได้อย่างไม่สะดุด แถมยังปลอดภัยจากโควิด-19

- Advertisement -

เช่นเดียวกับ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ (King Power) ที่ดำเนินโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากการสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากลแบบ 7 คนเล่นในทุกภูมิภาคแล้ว ยังส่งเสริมให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสนามฟุตบอลที่ได้รับให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว  โดยจัดอบรมสร้างความรู้ในการบริหารสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอย่างมืออาชีพ ซึ่งในปีนี้ปรับรูปแบบการอบรมเป็นแบบออนไลน์ให้กับชุมชมทั่วประเทศไทย

แค่สนามดีไม่พอ ต้องบริหารจัดการสนามฟุตบอลให้เป็นด้วย

จากความเชื่อว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งยังเชื่อว่าการให้ “โอกาส” เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนเราประสบความเร็จ จากความเชื่อดังกล่าว จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพคนไทยในด้านด่างๆ ของ “กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์” และเป็นที่มาของโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทยเพื่อส่งเสริมเยาวชนไทยได้พัฒนาทักษะด้านการเล่นฟุตบอลอย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านการสร้างสนามสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียมจำนวน 100 สนาม ภายใน 5 ปี

แต่การจะสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียมให้คงมาตรฐานและอยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน คุณกรอบแก้ว ปันยารชุน รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ บอกว่า นอกจากการมีสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานสากลแล้ว การดูแล การบริหารจัดการ รวมถึงการบำรุงรักษาสนามให้ได้มาตรฐานยังสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน จึงทำให้คิง เพาเวอร์จัดโครงการอบรมหลักสูตรบริหารจัดการสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอย่างมืออาชีพขึ้น ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 แล้วเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดูแลสนามฟุตบอลให้กับโรงเรียน และชุมชน

โดยในปีนี้ได้ปรับรูปแบบการจัดอบรมสร้างความรู้ในการบริหารสนามฟุตบอลหญ้าเทียมแบบมืออาชีพเป็นรูปแบบออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยและรักษาระยะห่างของผู้เข้าร่วมการอบรมฯ แต่ยังจัดเต็มเนื้อหาเข้มข้นเหมือนเดิม ทั้งจากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบก่อสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียม อาทิ ดร.พงษ์เทพ นามศิริ ผู้อำนวยการส่วนงานบริหารวิศวกรรมและสาธารณูปโภค และทีมผู้ดำเนินงานก่อสร้าง จากบริษัท Soccer Pro จำกัด และโค้ชจุ่น อนุรักษ์ ศรีเกิด อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่มาเผยเคล็ดลับการฝึกซ้อมให้ประสบความสำเร็จ รวมถึงตัวแทนจากชุมชนรุ่นก่อนๆ ที่ได้รับมอบสนามฟุตบอลไปแล้วมาบอกเล่าประสบการณ์ ทั้งด้านงานระบบ การดูแลรักษาสนามหลังใช้งาน ข้อห้ามต่างๆ และการพัฒนาพื้นที่บริเวณสนามโดยรอบ  เพื่อให้โรงเรียนและชุมชน ที่เข้ารับการอบรมฯ ได้นำเทคนิคต่างๆ ไปบริหารจัดการอย่างถูกวิธี

ลุยสร้างสนามฟุตบอลต่อ 18 แห่ง

สำหรับการดำเนินการสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียม ปัจจุบันสร้างไปแล้ว 60 สนามทั่วประเทศ และในปีนี้มีการส่งมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมให้กับโรงเรียนและชุมชนอีก 18 แห่ง โดยหลังจากที่สร้างสนามฟุตบอลเสร็จแล้ว คิง เพาเวอร์ ยังคงติดตามดูแลสภาพสนามทุกแห่ง โดยจะจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดูแลบำรุงรักษาสนามทุกๆ 3 เดือนเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 6 ปี

หนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอย่างโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42  โดย คุณสุพรรณา แก้วเพิ่มพูน ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล บอกว่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและเด็กกำพร้า ฐานะยากจน จำนวนกว่า 800 คน โดยเป็นโรงเรียนประจำแบบกินนอน และกลับบ้านเดือนละ 1 ครั้ง แต่ยังมีเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่ผู้ปกครองไม่สามารถมารับกลับบ้านได้ เนื่องจากมีฐานะยากจน ดังนั้น เป้าหมายหลักที่ทางโรงเรียนทำเรื่องขอสนามฟุตบอลหญ้าเทียม เพราะอยากให้เด็กๆ ได้มีพื้นที่เล่นกีฬา และทำกิจกรรมร่วมกัน ให้เขารู้สึกว่า ตัวเองมีคุณค่า และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ในเบื้องต้นทางโรงเรียนได้เตรียมแผนรองรับในการใช้สนามฟุตบอล โดยมีการแบ่งทีม แบ่งหน้าที่ สำหรับการดูแลสนามฟุตบอลแล้ว และจะนำเทคนิคต่างๆ ที่ได้จากการอบรมไปปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป

ขณะที่ คุณสุกิจ จันทบาล ผู้อำนวยการโรงเรียนปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ บอกว่า เมื่อเด็กๆ ทราบข่าวว่าทางโรงเรียนจะได้รับมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมจากคิง เพาเวอร์ ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลหญ้าเทียมแห่งแรกของจังหวัดอำนาจเจริญ ทุกคนตื่นเต้นและดีใจมาก ทางโรงเรียนมีทั้งทีมฟุตบอลชาย และฟุตบอลหญิง และเคยไปแข่งจนได้รับรางวัลในระดับจังหวัด และระดับภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเชื่อว่าถ้าเด็กๆ ได้ฝึกซ้อมในสนามฟุตบอลจริงๆ ที่เป็นมาตรฐานสากล จะช่วยพัฒนาฝีเท้าของพวกเขาให้ไปได้ไกลกว่าเดิม พร้อมผลักดันให้สนามหญ้าเทียมแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของการจัดการแข่งขันกีฬาทุกระดับในจังหวัดอำนาจเจริญ ส่วนการอบรมครั้งนี้ ยังได้เก็บเกี่ยวความรู้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการในการดูแลรักษาสนาม เพราะอยากให้สนามแห่งนี้อยู่คู่กับชาวอำนาจเจริญไปยาวนาน

ด้าน โค้ชจุ่น อนุรักษ์ ศรีเกิด อดีตโค้ชทีมชาติไทย บอกว่า การมีสนามฟุตบอลที่ดีจะช่วยฝึกเด็กๆ ที่จริงจังกับกีฬาฟุตบอลได้รวดเร็วขึ้น ทำให้การเลี้ยง การส่งลูกฟุตบอลดียิ่งขึ้น แต่ขณะเดียวกันผู้ดูแลทีม และโค้ช ควรหาแมทช์แข่งขันให้เด็กๆ ได้ออกไปแข่งขันจริงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์จริง เรียนรู้ข้อดีข้อเสียของทีม การมีน้ำใจนักกีฬา และกลับมาพัฒนาฝีเท้าให้เก่งกว่าเดิม เตรียมการฝึกร่างกายให้แข็งแรง มีสมาธิ มีระเบียบวินัย รับรองว่าความฝันในการได้ระดับแชมป์ต้องมาถึงสักวัน

โครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย จึงเป็นทั้งมิติใหม่ของการให้ และการปรับตัวในยุคนิวนอร์มอล ที่จะสร้างทั้งความยั่งยืน และปลอดภัยให้กับชุมชมไปพร้อมกัน

#KingPowerThaiPowerพลังคนไทย

#WeBelieveInThaiPower

#เชื่อในพลังคนไทย

#บริษัทคนไทยที่เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย