‘สรยุทธ’ ดันเรตติ้งรายการข่าว ‘ช่อง 3’ หนุน BEC ไตรมาส 2 กำไรพุ่ง 169%

ช่อง 3 เรื่องเล่าเช้านี้

การคืนจอ “ช่อง 3” ของผู้ประกาศข่าวคนดัง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ใน 2 รายการหลัก “เรื่องเล่าเช้านี้ และ เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์” ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ดันเรตติ้งรายการข่าวขยับขึ้นมาต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ ไตรมาส 2 ปีนี้ BEC มีรายได้ 1,504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% กำไรสุทธิ 184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169% ถือเป็นการกลับมาทำกำไร 4 ไตรมาสติดต่อกันนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2563

- Advertisement -

แม้สถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ ยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อหลายธุรกิจ จากมารตรการล็อกดาวน์ รวมทั้งอุตสาหกรรมโฆษณาที่คาดว่าปีนี้ยังคงอยู่ในภาวะถดถอย

แต่ บมจ.บีอีซี เวิลด์ เจ้าของช่อง 3 ยังมีปัจจัยบวก จากการคืนจอทีวีในรอบ 5 ปี ของ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ทำให้ผังรายการข่าวได้รับความนิยมสูง รวมถึง “ละครใหม่” ในช่วงไพรม์ไทม์มีเรตติ้งดีต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2 ปี 2564 กลุ่ม BEC มีรายได้จากโฆษณา 1,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.8% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากการขายนาทีโฆษณาเพิ่มขึ้น และจำนวนลูกค้ามากขึ้น

ส่วนรายได้จากการให้ใช้สิทธิและบริการอื่นอยู่ที่ 282 ล้านบาท ลดลง 0.8% โดยธุรกิจการขายลิขสิทธิ์ละครไปต่างประเทศ (Global Content Licensing) ที่เริ่มมีการ Simulcast ละครในไตรมาส 2 ปีนี้และเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม จากการใช้คอนเทนต์ใหม่ออกอากาศและการขายลิขสิทธิ์ละครไปยังดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ ในประเทศ กลุ่มนี้มีสัดส่วน 15% ของรายได้ BEC

ช่วงไตรมาส 2 กลุ่ม BEC ได้มีการ Simulcast ละคร 3 เรื่องไปยังต่างประเทศ ได้แก่ อุบัติร้ายอุบัติรัก (Accidental Love) พราวมุก (Prao Mook) สองเสน่หา (The Unidentical Twins) และได้มีการทำ Simulcast ละคร 6 เรื่องไปยังแพลตฟอร์ม Netflix ประกอบด้วย ให้รักพิพากษา (Dare To Love) พิศวาสฆาตเกมส์ (The Deadly Affair) Help Me คุณผีช่วยด้วย (Help me oh my ghost) ดวงตาที่สาม (I See Dead People) เกมล่าทรชน (Game of Outlaws) คุณหมีปาฏิหาริย์ (The miracle of Teddy Bear) โดยทั้ง 6 เรื่องจะทยอยออกอากาศและรับรู้รายได้ในช่วงตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้ ถึงไตรมาส 1 ปี 2565

ขณะที่ธุรกิจดิจิทัล แพลตฟอร์ม CH3Plus แอปพลิเคชันดูคอนเทนต์ช่อง 3 ในไตรมาส 2 ได้ให้บริการเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์สำหรับสมาชิก “CH3Plus Premium” ซึ่งเป็นอีกช่องทางหารายได้จากค่าสมัครดูคอนเทนต์รายเดือน และการจัดกิจกรรมพิเศษของดารานักแสดง

โดยสรุปรายได้รวมของกลุ่ม BEC ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 1,504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.1% จากไตรมาส 2 ปี 2563 และเพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสแรกปีนี้ ทั้งนี้รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม BEC ยังคงเป็นรายได้หลักอยู่ที่ 81.2% ของรายได้รวม โดยมาจากการขายเวลาโฆษณาของ “ช่อง 3” เป็นหลัก และมีกำไรสุทธิ 184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169% จากไตรมาส 2 ปี 2563 และเพิ่มขึ้น 33% จากไตรมาสแรกปีนี้

“ช่อง 3” ธุรกิจหลักของ BEC ทำกำไรมาตลอดในช่วงทีวีแอนาล็อก เคยทำกำไรสุทธิสูงสุดกว่า 4,000 ล้านบาท ในปี 2557 จากนั้นในยุคทีวีดิจิทัล จำนวนช่องฟรีทีวีเพิ่มขึ้น ปี 2560 กำไรสุทธิลดลงเหลือ 61 ล้านบาท ในปี 2560 และเริ่มขาดทุนมาตั้งแต่ปี 2561-2563

ปี 2561 รายได้ 10,486 ล้านบาท ขาดทุน 330 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้   8,751 ล้านบาท ขาดทุน 397 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้   5,908 ล้านบาท ขาดทุน 214 ล้านบาท

นับตั้งแต่เจอภาวะขาดทุนทำให้กลุ่มบีอีซี ต้องงัดมาตรการคุมเข้มต้นทุน ลดขนาดองค์กร เลิกจ้างพนักงานบางส่วน ขายทิ้งธุรกิจคอนเสิร์ตโชว์ “เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” มุ่งหารายได้ใหม่จากการขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศและดิจิทัล แพลตฟอร์ม กระทั่งไตรมาส 3 ปี 2563 กลุ่มบีอีซี เริ่มกลับมาทำกำไรอีกครั้ง และทำกำไรต่อเนื่องมา 4 ไตรมาส ถึงไตรมาส 2 ปีนี้ ที่มี กรรมกรข่าวคนดัง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” คืนจอช่วยเพิ่มกำไรให้กลุ่มบีอีซีอีกแรง

อ่านเพิ่มเติม