
– กำไรปี 2568 ที่เพิ่มขึ้นสูง มาจากฐานกำไรปีก่อนหน้าอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวหลายรายการ
– ขณะที่รายได้จากการขายโฆษณาอยู่ที่ 2,889 ล้านบาท ลดลง 16.3% เป็นผลมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจเปราะบาง กดดันผู้ประกอบการลดงบโฆษณา รวมทั้งมีการโยกย้ายงบไปยังสื่อดิจิทัลที่วัดผลได้ชัดเจนมากขึ้น ทำให้สื่อโฆษณาทีวีมีแนวโน้มลดลง
– แต่เพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ทดแทน ตามแผนธุรกิจในการขยายรายได้จากธุรกิจใหม่นอกเหนือจากธุรกิจทีวี ที่เป็นธุรกิจหลัก
– การบริหารต้นทุนและลดค่าใช้จ่าย เพื่อลดผลกระทบรายได้โฆษณาหดตัว
รายได้ธุรกิจใหม่กว่า “พันล้าน”
– ปี 2568 รายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่นจาก 3 ธุรกิจหลัก คือ 1. รายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายละครไปต่างประเทศ (Global Content Licensing) 2.ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม 3. ธุรกิจจัดกิจกรรมและบริหารศิลปิน (Event & Artist Management) มีรายได้รวมกันอยู่ที่ 1,034 ล้านบาท หรือ 26% ของรายได้ เพิ่มขึ้น 29% จากปี 2567
– การจัดกิจกรรมเด่นในปี 2568 เช่น
BESea Music Festival เทศกาลดนตรีครั้งแรกจากช่อง 3
“แจ๋วแซ่บเฟอร์” อีเวนต์อาหารและไลฟ์สไตล์
“Only You The Series 1st Meet” กิจกรรมแฟนมีตติ้งละครเพียงเธอ
“Girl Cup 2025” รวมพลังสาวสปอร์ตของช่อง 3
แฟนคอนครั้งแรกของ “หลิงออม” Her & Hers LINGORM 1st Fancon
นอกจากนี้ธุรกิจบริหารศิลปินยังสร้างรายได้ต่อเนื่องจากการจัดงานโชว์ตัวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงงานพรีเซนเตอร์แบรนด์ชั้นนำ สะท้อนถึงศักยภาพของศิลปินในสังกัดที่สามารถขยายโอกาสทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ปี 2568 ได้เริ่มพัฒนาธุรกิจการจำหน่ายสินค้า (Merchandising) ที่เกี่ยวกับศิลปินภายใต้สังกัด เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มแฟนคลับหลากหลายรูปแบบ เช่น เสื้อผ้า ตุ๊กตา หมอน แท่งไฟ (Light Stick) Photobook โดยจำหน่ายแบบ Pre-order เพื่อลดความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือ โดยได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด สะท้อนถึงศักยภาพของศิลปินในการสร้างมูลค้าเชิงพาณิชย์
ปี 2568 มีรายได้จากขายสินค้า 56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จาก 5.2 ล้านบาทในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 977%
ธุรกิจหนังไทยไปต่อ
– จากความสำเร็จของภาพยนตร์ไทย “ธี่หยด 2” ที่ทำรายได้ไปมากกว่า 800 ล้านบาท ปี 2568 BEC และ M Studio ได้เปิดตัว “ธี่หยด 3” เข้าฉายวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ทุบสถิติหนังไทยรายได้เปิดตัวสูงสุดของปี
– โดยได้ร่วมผลิตภาพยนตร์ “สุขสุดท้าย” หนังแอคชั่นสยองขวัญ และ “สมิงเขาขวาง” (ภาคต้นก่อนเหตุการณ์ ธี่หยด ภาคแรก) ซึ่งมีกำหนดออกฉายในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 และ วันที่ 30 กันยายน 2569 คาดว่าจะได้รับการตอบรับดีเช่นเดียวกับ ธี่หยด ทั้ง 3 ภาค
ปี69 ต่อยอดอีเวนต์-บริหารศิลปิน
– ปี 2569 BEC จะต่อยอดความสำเร็จจากธุรกิจจัดกิจกรรมและบริหารศิลปิน (Event & Artis Management) โดยตั้งเป้าจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ตั้งแต่งานพบปะดารานักแสดง (Fan Meeting) ไปจนถึงการจัดอีเวนต์ และงานแสดงคอนเสิร์ต การขยายจักกิจกรรมในรูปแบบเสวนาและกิจกรรมพิเศษที่ต่อยอดจากรายการข่าว
– การพัฒนาธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับศิลปินภายใต้สังกัด (Merchandising)
– การพัฒนาธุรกิจบริหารศิลปิน ด้วยการเพิ่มจำนวนนักแสดงในสังกัด เพื่อสร้างโอกาสขยายฐานรายได้มากขึ้น
ธุรกิจของ BEC
– กลุ่ม BEC ดำเนินธุรกิจบันเทิง เป็นผู้บริหารทีวีดิจิทัล ช่อง 33 (ช่อง 3) เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ละครและรายการทีวี
– จำหน่ายลิขสิทธิ์ละครให้หลากหลายแพลตฟอร์มทั้งในและต่างประเทศ
– พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล 3Plus ทั้งการดูทีวีแบบสดและย้อนหลัง คอนเทนต์พิเศษ ทั้งดูฟรีมีโฆษณา (AVOD) และรูปแบบสมาชิก 3Plus Premium (SVOD) และ Live Streaming ล่าสุดนำคลังละครที่มีอยู่ มาให้บริการเลือกรับชมรายเรื่อง 3Plus Drama Pass (TVOD) เพื่อเพิ่มรายได้
– ธุรกิจจัดกิจกรรมและการบริหารศิลปิน การจำหน่ายสินค้าที่ระลึก
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE



