ไฮยีนโชว์ Innovation สุดล้ำ สร้าง Virtual Experiential Marketing ดึง AR 4D Experience ยกเทือกเขาแอลป์-กลิ่นหอมหายากส่งตรงถึงบ้าน

สถานการณ์โควิดทำเอาแบรนด์ทั้งหลายต้องปรับตัว เมื่อ Touch point ต่างๆ ที่จะเข้าถึงผู้บริโภคเปลี่ยนไป คนส่วนใหญ่ต้องอยู่ติดบ้านและห่วงเรื่องสุขอนามัยมากขึ้น การดึงเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยเพื่อพัฒนาสินค้าและสร้างประสบการณ์จากแบรนด์ให้ตอบโจทย์รูปแบบของการใช้ชีวิตให้มากที่สุด  จึงเป็นสิ่งที่แบรนด์แข่งกันคิดและเข็นออกมาให้เราเห็นอยู่เสมอกลุ่มของผลิตภัณฑ์การดูแลบ้าน(Home Care) ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นสาวๆคุณแม่บ้าน ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่แบรนด์ต่างๆงัดกลเม็ดใหม่ๆในการเข้าถึงและคอนเน็คลูกค้า

- Advertisement -

Best Origins นวัตกรรมที่สุดความหอมหายากจากแหล่งต้นกำเนิด 

เพราะความหอมของเสื้อผ้าไม่เพียงช่วยสร้างความมั่นใจ แต่ยังบ่งบอกถึงรสนิยมและตัวตนของผู้สวมใส่ ล่าสุดผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มอย่าง แบรนด์ไฮยีน แห่งค่าย ไอ.พี.วัน ยกระดับความหอมของไฮยีนอีกครั้งด้วย “นวัตกรรมใหม่” (Innovation Based) ที่ตรงอินไซต์ของผู้บริโภค โดยเฟ้นหาที่สุดของความหอมจนได้มากับคอนเซปต์โปรดักท์ Best Origins ครั้งแรกของความหอมหายากที่คัดสรรมาจากแหล่งต้นกำเนิด ความท้าทายของการคิดโปรดักท์ครั้งนี้ ไฮยีนได้ร่วมกับบริษัทผลิตน้ำหอมชั้นนำของโลก นำอินไซต์ผนวกกับเทคโนโลยีมาพัฒนานวัตกรรม จนได้สินค้ามีความหอมพิเศษมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว่าความหอมทั่วไป  “ไฮยีน เอ็กซ์เพิร์ท แคร์ เบสท์ ออริจินส์ Hygiene Expert Care Best Origins” ที่มีถึง 2 สูตร ได้แก่ กลิ่นดอกเอเดลไวส์ ราชินีดอกไม้แห่งเทือกเขาแอลป์ และกลิ่นดอกวิสทีเรีย หรือ ดอกฟูจิ จากแหล่งต้นกำเนิดเมืองโทจิงิ ประเทศญี่ปุ่น

Virtual Experiential Marketing เสมือนจริงยิ่งกว่า มัดใจผู้บริโภค

ดังนั้นความท้าทายต่อไปของแบรนด์ก็คือ แล้วจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคได้รับรู้ ถึงความหอมหายากแบบ Best Origins ในยุคโควิดที่ใครๆ ก็ไม่อยากเดินออกบ้าน ซึ่งทำให้การสร้าง Emotional Connection แบบ Experiential Marketing เดิมๆอาจยังไม่พอ ไฮยีนจึงต้องปรับเกมส์ยกระดับอีกขั้นด้วยการสร้าง Virtual Experiential Marketing ที่หยิบเอาเทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์แบบเสมือนจริงเสิร์ฟให้กลุ่มเป้าหมายถึงทั้งที่ห้างและในบ้านด้วยเทคโนโลยี AR Scan Pack มาใช้ครั้งแรกในกลุ่มสินค้า Home Care เพื่อสร้างประสบการณ์แบบ 4D Experience ผ่านมือถือ โดยให้ได้สัมผัสกับเทือกเขาแอลป์ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดที่มาของความหอมหายากแบบมีมิติเสมือนจริงอยู่ตรงหน้า โดยเน้นให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลินกับภาพ เสียง และกลิ่นจากผลิตภัณฑ์ และสามารถถ่ายรูปร่วมกับเทือกเขาแอลป์ได้อีกด้วยกิจกรรมนี้นับเป็นวิธีใหม่ในการสร้าง Engage กับลูกค้า

เท่านั้นยังไม่พอไฮยีนยัง Spin-off บนโลกโซเซียลมีเดียร่วมกับเหล่า KOLs ในการสร้างกระแสประสบการณ์ความหอมใหม่ด้วยการส่ง 4D Experience Box Set ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ พร้อมกับ Mobile USB Diffuser ที่ปล่อยกลิ่นหอมใหม่ไม่ซ้ำใคร แค่เสียบเข้ากับสมาร์ทโฟน Scan Pack ก็ทำได้สัมผัสทั้งภาพเทือกเขาแอลป์ เสียงและกลิ่นหอมใหม่ไปพร้อมกัน เรียกได้ว่าเป็น 4D Experience ที่ว้าวจนทำให้ใครๆต่างก็อยากลองเล่น

นับว่า “ไฮยีน” เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ Innovation ที่ไม่หยุดพัฒนาและหยิบเอานวัตกรรมต่างๆ มาสร้างประสบการณ์ที่ดีระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคอยู่เสมอ ทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์และการสื่อสารในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ที่สำคัญไฮยีนแม้จะเป็นแบรนด์ไทยแต่เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งแข่งกับแบรนด์ระดับโลกได้ สำหรับใครที่อยากยกบรรยากาศเทือกเขาแอลป์มาไว้ที่บ้าน และสัมผัสความหอมของ “ไฮยีน เอ็กซ์เพิร์ท แคร์ เบสท์ ออริจินส์” ทั้งสองกลิ่น ก็สามารถซื้อผลิตภัณฑ์จริงมาลองสแกนกัน แล้วพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางความหอม ที่มาจากแหล่งต้นกำเนิดได้เลย  และมาจับตามองกันว่า ในอนาคตทางไฮยีนจะทำการขนนวัตกรรมล้ำๆอะไรออกมาให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้ว้าวกันอีก