สยามพิวรรธน์ ระดมไอเดียช่วยคู่ค้าฝ่าวิกฤติ พร้อมดันแบรนด์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

ธุรกิจ SMEs เป็นหนึ่งในรากฐานและฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย เพราะสร้างรายได้ให้กับประเทศคิดเป็นสัดส่วน 43% ต่อ GDP ของไทย มีแรงงานในธุรกิจกว่า 14 ล้านคน ในขณะเดียวกันก็เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตโควิด-19 ที่ระบาดยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน หลายธุรกิจจำต้องปิดบริการชั่วคราวจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อไม่ให้ไวรัสแพร่กระจายในวงกว้าง ขณะที่อีกหลายกิจการต้องปิดตัวลงถาวร จากยอดขายที่ลดลดต่อเนื่อง รวมถึงขาดสภาพคล่องทางการเงิน องค์ความรู้และเทคโนโลยีในการทำตลาดที่มีไม่มากพอ

- Advertisement -

นั่นจึงทำให้ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด (Siam Piwat) เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้า สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม และสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต เดินหน้าให้ความช่วยเหลือคู่ค้าและพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลุยพัฒนานวัตกรรม พร้อมนำแบรนด์ไทย-SMEs ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ รวมไปถึงจับมือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารกรุงไทย ช่วยเหลือคู่ค้าเข้าถึงสินเชื่อสามารถเข้าถึงสินเชื่อ และจัดสัมมนาให้ความรู้เพื่อเตรียมคู่ค้าให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงหลังโควิด-19 เพื่อให้ คู่ค่า SMEs ไทยก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ผสานพลัง จัดสัมมนาให้ความรู้คู่ค้า รับมือการเปลี่ยนแปลงหลังโควิด

นับตั้งแต่มีเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คุณชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ กล่าวว่า กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ รวมทั้งพันธมิตรและคู่ค้าของบริษัทฯ ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมากจากการระบาดในวงกว้างและยาวนาน ทำให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงให้ได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์ได้ผนึกความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน จัดโครงการ “สยามรวมใจ ไทยช่วยไทย” เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ได้แก่ ‘ไทยช่วยไทย’ ส่งเสริมให้คนไทยช่วยเหลือและสนับสนุนคนไทยด้วยกัน ‘ไทย SAVE ไทย’ สนับสนุนวาระแห่งชาติด้านสาธารณสุข และ ‘ไทยช้อปไทย’ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยและการจับจ่ายใช้สอย

ล่าสุดสยามพิวรรธน์ได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารกรุงไทย จัดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “ทิศทางเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤต COVID-19 เตรียมพร้อมธุรกิจยุค New Normal” สำหรับภาคธุรกิจ เพื่อให้ข้อมูล ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการทางเงินเพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถวางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ พร้อมจับมือธนาคารกรุงไทย ให้ความช่วยเหลือคู่ค้าของสยามพิวรรธน์ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อฟื้นฟู และสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ธุรกิจสามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปได้

นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์บนโลกออนไลน์กับโลกออฟไลน์ให้กับลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้ดีเอ็นเอการดำเนินธุรกิจในการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง แต่ตรงใจ โดยนำ Data-Powered Marketing มาช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ดีขึ้น เพื่อที่จะมาสร้างเป็นแพลตฟอร์มใหม่ ตอบโจทย์คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้คนจากทั่วโลก

ขยายช่องทางออนไลน์-ดันแบรนด์ไทยโตต่างประเทศ

นอกจากการเดินหน้าให้ความรู้และช่วยผู้ประกอบการให้เข้าถึงสินเชื่อ คุณกนกลดา ฤกษ์เกษม กรรมการผู้จัดการใหญ่สายพัฒนาธุรกิจและบริหารการเงิน บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามพิวรรธน์ยังสนับสนุนธุรกิจของคู่ค้าให้สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มช่องทางการขายให้ร้านค้าผ่านบริการ Call & Shop, Luxury Chat & Shop, Click & Shop และ Ultimate Chat & Shop รวมถึงความร่วมมือกับแอปพลิเคชัน Robinhood และ True Food เพื่อสนับสนุนธุรกิจอาหารผ่านการขยายช่องทางการจำหน่ายแบบ Omni-Channel นอกจากนี้ ยังได้จับมือพันธมิตรธุรกิจค้าปลีกในหลากหลายประเทศเพื่อนำสินค้าแบรนด์ไทยไปเปิดตลาดให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ

นอกจากนี้ คุณอุสรา ยงปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าปลีก บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามพิวรรธน์ ยังเล็งเห็นถึงผลกระทบที่มีต่อธุรกิจของคู่ค้า จึงจับมือกับพันธมิตรธุรกิจค้าปลีกในต่างประเทศนำสินค้า SMEs ของไทยที่ชาวต่างชาติชื่นชมไปขายในแพลตฟอร์มต่างประเทศที่มีศักยภาพ อาทิ ร้านไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) แหล่งรวมผลงานของช่างฝีมือไทยทั่วประเทศที่ใหญ่ ร้านแอ็บโซลูทสยาม (Absolute Siam Store) ที่นำเสนอสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และของที่ระลึก ในสไตล์ครีเอทีฟป๊อป คัลเจอร์ จากดีไซเนอร์และนักออกแบบไทยชั้นนำ กว่า 150 แบรนด์ และร้านอีโค่โทเปีย (Ecotopia) ที่นำเสนอสินค้ารักษ์โลกคิดค้นโดยคนไทย ที่ตรงกระแสใส่ใจสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สุด โดยมีแผนจะวางจำหน่ายในรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ที่ประเทศจีน มาเลเซีย เวียดนาม และอีกหลายประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและมีกำลังซื้อสูง

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนหลังโควิด

ขณะที่ คุณแคโรไลน์ เมอร์ฟีย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานขายและธุรกิจ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ผู้คนจะหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ มากกว่าการท่องอยู่บนโลกออนไลน์ จะเห็นได้จากที่ผ่านมาสยามพารากอนได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำและลักชัวรี่แบรนด์ ได้เผยโฉมคอนเซ็ปต์ใหม่และเปิดป๊อปอัพสโตร์ นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ชั้นนำที่มาเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่สยามพารากอน ได้แก่ Tonchin Ramen ร้านราเมนชื่อดังจากนิวยอร์ก การันตีความอร่อยด้วยรางวัล Michelin Bib Gourmands 2019, Bang & Olufsen แบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำของโลก และ Maison Kitsune x Café Kitsune แบรนด์เสื้อผ้า และคาเฟ่ที่ผสานปารีสและโตเกียว, KIKO Milano แบรนด์เครื่องสำอางค์ชั้นนำจากอิตาลี ได้เปิดตัวเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ณ สยามเซ็นเตอร์ รวมถึงการเปิดตัว Mega Harbourland สนามเด็กเล่นในร่ม และ Great Wall Motors บริษัทผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและไฮบริดจากประเทศจีนที่จะมาเปิด Experience Center บนพื้นที่กว่า 1,600 ตารางเมตร ณ ไอคอนสยาม