HomeBrand Move !!สยามพิวรรธน์ ผนึก WFP ขับเคลื่อน Shared Value สู่ระดับโลก เปิดตัว ‘The Next Bucket’ ภารกิจแก้โจทย์ ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ อย่างยั่งยืน

สยามพิวรรธน์ ผนึก WFP ขับเคลื่อน Shared Value สู่ระดับโลก เปิดตัว ‘The Next Bucket’ ภารกิจแก้โจทย์ ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ อย่างยั่งยืน

แชร์ :

ในโลกที่ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภัยพิบัติ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กลายเป็น “ตัวเร่ง” วิกฤตการณ์ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้ทวีความรุนแรงขึ้น “สยามพิวรรธน์” ในฐานะผู้นำการพัฒนาโกลบอลเดสติเนชั่น จึงประกาศยกระดับบทบาทภาคเอกชนไทยสู่เวทีโลก ด้วยการจับมือกับ “โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ” (WFP) ขับเคลื่อนภารกิจด้านมนุษยธรรมครั้งสำคัญ

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

การขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการบริจาคตามวาระ แต่คือการใช้ศักยภาพของ “แพลตฟอร์มธุรกิจ” มาเป็นเครื่องมือในการ “Save Lives & Change Lives” ผ่านโครงการ “The Next Bucket” ที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างเป็นรูปธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก

 

 

โดย “สยามพิวรรธน์” ใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์มระดับโลก เครือข่ายพันธมิตร และฐานลูกค้าจากทั่วโลก ร่วมสนับสนุนภารกิจของ WFP ในการบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรในการสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ผ่านการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และตอกย้ำพลังความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและองค์กรระหว่างประเทศในการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนต่อผู้คน สังคม และโลก

ภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ สยามพิวรรธน์ และ WFP เปิดตัวโครงการ “The Next Bucket: Save Lives & Change Lives” ในเฟสแรกจัดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน–ธันวาคม 2569 ตั้งเป้าส่งมอบ 100,000 มื้ออาหาร เพื่อร่วมขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับชุมชนที่เปราะบาง โดยระดมพลังจากเครือข่ายลูกค้า พันธมิตร และทุกภาคส่วนในการสนับสนุนเมนูพิเศษและการบริจาคผ่านช่องทางต่าง ๆ ภายในโกลบอลเดสติเนชั่นของสยามพิวรรธน์ เพื่อร่วมส่งต่อโอกาส สร้างความมั่นคงทางอาหาร และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

 

วิกฤตที่มองไม่เห็น เมื่อ ‘ความหิวโหย’ คือโจทย์ใหญ่ของภูมิภาค

คุณซาเมียร์ วันมาลี ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ สำนักงานประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า “ปัจจุบัน ประชากรมากกว่า 65 ล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กำลังเผชิญกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง ซึ่งเบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้ คือครอบครัวมากมายที่ต้องได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศ แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการพลัดถิ่น ทั้งนี้การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งการผนึกกำลังกับสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า ภาคธุรกิจ ชุมชน และประชาชนทั่วไป สามารถผนึกกำลังกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได้ และด้วยการเปลี่ยนความตระหนักรู้ให้เป็นการลงมือทำจริง เราจะสามารถช่วยเหลือกลุ่มคนที่ขาดโอกาส พร้อมทั้งร่วมกันสร้างอนาคตที่มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค”

 

 

ดร.วิรไท สันติประภพ รองประธานกรรมการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการ โครงการอาหารโลก กล่าวว่า “ปัจจัยสี่ที่คนไทยมักมองข้ามไปคือเรื่องความมั่นคงทางอาหาร เพราะเราสามารถผลิตอาหารได้เกินความต้องการของคนในประเทศ และสังคมไทยยังเอื้อเฟื้อดูแลกัน แต่ถ้ามองไปในโลกแล้ว วิกฤตการขาดแคลนอาหารกำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น จากปัญหาสงครามความขัดแย้ง วิกฤตเศรษฐกิจ และสภาวะโลกร้อน 

ความร่วมมือระหว่าง WFP และสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ นอกจากจะจุดประกายให้เราตระหนักเกี่ยวกับวิกฤตการขาดแคลนอาหารแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เราสามารถมีส่วนร่วมส่งต่ออาหารให้กับคนที่กำลังหิวโหย เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะถ้าโลกยังเต็มไปด้วยความหิวโหย ยากที่เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและยั่งยืน”

คุณชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “สยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาโกลบอลเดสติเนชั่น ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม ไอซีเอส และสยามพรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ความสำเร็จทางธุรกิจที่ยั่งยืนต้องเติบโตควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนและสังคม  ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว เราจึงมุ่งสร้างแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เปิดให้ทุกภาคส่วนในอีโคซิสเต็มของเราได้มีส่วนร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม การผนึกกำลังกับ WFP ในครั้งนี้ สะท้อนพลังของแนวคิด Co-Creation และ Collaboration ที่นำศักยภาพของทั้งสององค์กรมาร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จของโครงการจะเกิดขึ้นได้จากพลังของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเครือข่ายร้านอาหารภายใน โกลบอลเดสติเนชั่นของสยามพิวรรธน์ ซึ่งจะขยายการเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่องในอนาคต ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ลูกค้าและประชาชนร่วมส่งต่อความช่วยเหลือได้อย่างสะดวก ผ่านการเลือกสั่งเมนูพิเศษที่ร่วมสมทบรายได้เข้าสู่โครงการ หรือร่วมบริจาคโดยตรงผ่านแพลตฟอร์ม เทใจ (Taejai) เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน”

 

The Next Bucket ภารกิจส่งมอบ 100,000 มื้ออาหาร

ทั้งนี้ ในงานเปิดตัวโครงการ “The Next Bucket: Save Lives & Change Lives” ได้รับเกียรติจากร้านอาหารชั้นนำที่ร่วมผนึกกำลังขับเคลื่อนแคมเปญผ่านเมนูพิเศษเพื่อการกุศล ได้แก่ ร้านสรรพรส ร้านอาหารไทยสูตรโบราณ โดย เชฟซีตรอง – วลาสุระ ณ ลำปาง แชมป์ MasterChef Thailand Season 6, ร้าน Fikka ร้านอาหารไลฟ์สไตล์สัญชาติไทย โดย ภาณิชา สัตยาประเสริฐ และร้าน L’Antica Pizzeria Da Michele Bangkok ร้านพิซซ่าระดับตำนานกว่า 150 ปีจากเมืองเนเปิลส์ นำโดย Artem Viglione โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากเมนูพิเศษจะนำไปสนับสนุนการดำเนินโครงการเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก คุณเอด้า จิรไพศาลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทใจดอทคอม ในฐานะพันธมิตรด้านแพลตฟอร์มระดมทุน ที่ร่วมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนในการส่งต่อความช่วยเหลือสู่ผู้ที่ต้องการได้อย่างกว้างขวางและเป็นรูปธรรม

สยามพิวรรธน์ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านโครงการ “The Next Bucket: Save Lives & Change Lives” ด้วยการสนับสนุนเมนูพิเศษจากร้านอาหารที่ร่วมแคมเปญ อาทิ “มัสมั่นแกะและข้าวพระสุรีย์” จากร้านสรรพรส ซึ่งจะจำหน่ายระหว่างเดือนมิถุนายน-30 กันยายน 2569 “แกงเขียวหวานหมูกับโรตี” จากร้าน FIKKA จะจำหน่ายระหว่างวันนี้ – 31 ธันวาคม 2569  

นอกจากนั้นยังมีเมนูพิเศษจากร้าน L’Antica Pizzeria Da Michele Bangkok ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน หรือร่วมบริจาคผ่านแพลตฟอร์มเทใจ (Taejai) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2569 เพื่อร่วมเปลี่ยนทุกมื้ออาหารให้เป็นพลังแห่งการให้ สร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งต่อโอกาสสู่ผู้คนและชุมชนอย่างยั่งยืน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมที่เข้มแข็งและเติบโตไปข้างหน้าร่วมกัน


แชร์ :

You may also like