ผุด “GoTo Group” การควบรวมกิจการครั้งสำคัญของ “Gojek – Tokopedia”

goto group gojek tokopedia

หลังจากมีข่าวเรื่องการควบกิจการกันมายาวนาน ล่าสุดสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการสตาร์ทอัพอินโดนีเซีย “โกเจ็ก” (Gojek) และ “โทโกพีเดีย” (Tokopedia) ประกาศควบรวมกิจการกันแล้ว โดยจะมีการตั้ง Holding Company ชื่อ GoTo Group ขึ้นมาแล้วมีสองบริษัทอยู่ภายในโดยที่บริหารงานแบบแยกส่วนกัน คาด IPO สิ้นปีนี้

- Advertisement -

การควบกิจการดังกล่าวคาดว่าจะนำไปสู่ “บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่” ที่ครอบคลุมบริการจำนวนมาก ตั้งแต่บริการเรียกรถ (Ride Hailing) บริการทางการเงิน (Digital Payments) ไปจนถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ได้เลยทีเดียว และนั่นอาจทำให้คู่แข่งของโกเจ็กอย่างแกร็บ (Grab) หรือค่าย SEA ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากมากขึ้นได้

เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะ Gojek และ Tokopedia ต่างมีฐานที่มั่นอยู่ในอินโดนีเซีย ประเทศที่แม้จะมีความไม่สะดวกหลายประการทั้งในด้านการคมนาคมขนส่ง – เครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่อินโดนีเซียก็เป็นประเทศที่มีประชากรหลายร้อยล้านคน ซึ่งสามารถสเกลธุรกิจได้ดีกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน โดยจะเห็นได้ว่า ที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีทั้งซีกโลกตะวันตกและซีกโลกตะวันออกต่างเทไปยังอินโดนีเซียมากเป็นอันดับหนึ่ง (อ้างอิงจากรายงาน e-Conomy 2020)

สำหรับรูปแบบของการควบรวมที่จะเกิดขึ้นนั้น นอกจากจะมีการฟอร์ม GoTo Group ขึ้นมาในฐานะ Holding Company แล้วมี Gojek กับ Tokopedia อยู่ภายในแล้ว ทั้งสองบริษัทจะยังคงบริหารกันแบบแยกส่วนต่อไป แต่จะมีการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ มากขึ้น

get gojek ride hailing
การรีแบรนด์จาก GET เป็น Gojek ในประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ใครเป็นใครในตำแหน่งบริหาร

สำหรับรายชื่อผู้บริหารนั้น พบว่า Andre Soelistyo ซีอีโอของ Gojek จะก้าวขึ้นเป็นซีอีโอของ GoTo Group และประธานของ Tokopedia อย่าง Patrick Cao จะก้าวขึ้นมาเป็นประธานของ GoTo Group ด้วย

ส่วน Kevin Aluwi Co-CEO ของ Gojek จะก้าวขึ้นเป็นซีอีโอของ Gojek และ William Tanuwijaya ผู้ก่อตั้ง Tokopedia จะเป็นซีอีโอของ Tokopedia แทน

ด้านฝ่ายการเงินของ Gojek พบว่าจะมีการรีแบรนด์เป็น GoTo Financial ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ รายชื่อนักลงทุนที่อยู่เบื้องหลังทั้ง Gojek – Tokopedia มีทั้ง Google, Temasek, Facebook, KKR, Astra International, SoftBank, Alibaba

Soelistyo กล่าวว่า การควบรวมนี้ส่งผลดีต่อไรเดอร์ของ Gojek ที่จะมีงานจากการส่งพัสดุของ Tokopedia เข้ามาเพิ่ม ด้านร้านค้าต่าง ๆ บน Tokopedia เองก็จะได้ประโยชน์จากการมีโซลูชันเหล่านี้เข้ามาช่วยเสริมด้วย

ทางกลุ่มยังได้เปิดเผยด้วยว่า ในปี 2020 ที่ผ่านมา ทั้งกลุ่มรวมกันมียอดทรานแซคชั่นมากกว่า 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีผู้ใช้งานแบบ Active Monthly Users กว่า 100 ล้านคน ซึ่งนอกจากอินโดนีเซียแล้ว Gojek ยังมีฐานที่มั่นในไทย เวียดนาม สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ด้วย

ส่วน Tokopedia ที่ตอนนี้มีให้บริการแค่ในอินโดนีเซีย ก็มีความเป็นไปได้ที่จะขยายออกสู่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน

google-tokopedia-investment

ทั้งนี้ มีรายงานว่าการควบรวมของ Gojek และ Tokopedia เผชิญแรงเสียดทานจากหน่วยงานภาครัฐของประเทศต่าง ๆ น้อยกว่าแผนการควบรวมระหว่าง Gojek กับ Grab ที่มีขึ้นก่อนหน้านี้ เนื่องจากธุรกิจของทั้งสองบริษัทมีความแตกต่างกันพอสมควร จึงทำให้ลดประเด็นด้านการผูกขาดการค้าลงไปได้

ความกังวลตอนนี้มีอย่างเดียว นั่นคือ Tokopedia เป็นผู้ให้บริการ Digital Payment ชื่อ OVO ส่วน Gojek ก็มีบริการ Digital Payment ชื่อ GoPay ซึ่งทั้งสองตัวต่างก็เป็นยักษ์ใหญ่ด้าน Digital Payment ในอินโดนีเซียทั้งคู่นั่นเอง

Source