สกุลเงินดิจิทัล ตัวการวิกฤติสิ่งแวดล้อมจริงหรือ?

tesla bitcoin crypto shutterstock

หลังจากเป็นกระแสร้อนแรงไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกับกรณีที่บิ๊กบอสของเทสล่า (Tesla) อย่างอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ออกมาเปิดประเด็นว่าการขุด bitcoin มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ “ถ่านหิน” ซึ่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเลวร้ายที่สุด

- Advertisement -

ในความเป็นจริง ก็เป็นอย่างที่อีลอน มัสก์ กล่าวอ้าง ส่วนหนึ่งเพราะสกุลเงินดิจิทัลมีจุดกำเนิดแตกต่างจากสกุลเงินดั้งเดิมทั่วไป มันเป็นเงินเสมือนจริงที่ไม่ได้ทำจากกระดาษหรือพลาสติกหรือแม้แต่โลหะ แต่ Coin เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้คอมพิวเตอร์พลังสูงจากทั่วโลก

ความต้องการที่มากขึ้นและราคาที่สูงขึ้นทำให้มีนักขุดจำนวนมากลงแรงแข่งขันกันเพื่อไขปริศนาในเวลาที่เร็วที่สุดเพื่อรับเหรียญ โดยใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการใช้พลังงานมากขึ้นตามไปด้วย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การผลิต Bitcoin อาจปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 22 – 22.9 ล้านเมตริกตันต่อปี

อย่างไรก็ดี ผู้เทรด bitcoin บางคนกล่าวว่าระบบการเงินที่มีอยู่ในปัจจุบันซึ่งมีพนักงานหลายล้านคนและคอมพิวเตอร์ในออฟฟิศห้องแอร์นั้นก็ใช้พลังงานจำนวนมากไม่แพ้กัน

กระนั้น เพื่อให้อุตสาหกรรม cryptocurrency ลดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม จึงมีการสร้างแรงจูงใจในการผลิต “bitcoin สีเขียว” โดยใช้พลังงานหมุนเวียนขึ้นมาเช่นกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนบางคนเสนอว่า อาจเลือกใช้ทางแก้ปัญหาโดยการให้บริษัทต่าง ๆ สามารถรับผิดชอบเป็นการจ่ายคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยผลกระทบได้

นอกจากนั้น ก็มีบางความพยายามที่จะนำความร้อนที่เกิดจากการขุดกลับมาใช้ใหม่เพื่อรองรับการเกษตร การทำความร้อน และความต้องการอื่น ๆ 

กล่าวโดยสรุปก็คือ bitcoin มีการใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลจากทั่วโลกจริง ๆ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นสิ่งที่เกิดมาแรมปีแล้ว และพัฒนาไปถึงขั้นที่มีการพยายามคิดหาทางแก้ปัญหาในการใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ก็น่าแปลกใจที่ทำไมนักลงทุนสุดเจ๋งบางคนถึงเพิ่งรู้

Source

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand